เตรียมความพร้อม

Home / ข่าวสาร / เตรียมความพร้อม

ในขณะวิกฤติเศรษฐกิจโลกสร้างผลให้เศรษฐกิจในแต่ละประเทศชะลอตัว นักขับรถก็มาเจอการปรับราคาน้ำมันสำเร็จรูปหน้าปั๊มทุกยี่ห้อสูงขึ้นลิตรละ ๑.๕๕ บาท

การปรับราคาครั้งนี้ เป็นเพราะมาตรการลดภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นระยะเวลา ๖ เดือนซึ่งเริ่มมาแต่วันที่ ๒๕ กรกฏาคม ๕๑ ครบกำหนดเวลาวันที่ ๓๑ มกราคม ๕๒

รัฐบาลได้ประกาศล่วงหน้าให้ประชาชนเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลง ราคาขายปลีก เป็นผลให้นักขับรถต่างพากันแห่ไปเติมน้ำมันในวันครบกำหนดหกเดือน ซึ่งการแห่เติมน้ำมันครั้งนี้ผิดรูปแบบจากทุกครั้ง เนื่องจากราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นถึงลิตรละ ๑.๕๕ บาททุกผลิตภัณฑ์ทั้งเบนซินและแก๊สโซฮอล ยกเว้น อี๘๕ ตัวเดียวที่ไม่เกี่ยวข้อง

เจ้าของรถทั้งหลายต่างขนถังน้ำมันเพื่อสำรองไว้ตามแต่จะหาได้ ตั้งแต่ถังขนาดเล็กจนถึงถังขนาดใหญ่ ๒๐๐ ลิตร

วันเดียวแห่กันไปเติมน้ำมัน จนน้ำมันตามปั๊มหมดสต๊อก

และผมเชื่อว่ายังมีคนไทยอีกเป็นจำนวนมากคิดว่า ราคาขายปลีกขึ้นมาคราวนี้จะเป็นการขึ้นครั้งเดียว

ต้องขอทำความเข้าใจไว้ในที่นี้ รัฐบาลทยอยการขึ้นราคาครั้งละ ๑.๕๕ บาทและจะขึ้นต่อไปจนกว่าอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะกลับไปอยู่ในอัตราเดิม ก่อนหน้าที่รัฐบาลดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนเมื่อหกเดือนที่แล้ว

นั่นก็หมายความว่า พวกเราจะต้องเจอกับราคาขายปลีกที่ดีดตัวสูงขึ้นอีกภายในห้วงเวลาประมาณสองเดือน

ขอยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์สองชนิดคือ แก๊สโซฮอล ๙๑ และ ๙๕ อัตราเงินที่ปรับตัวสูงขึ้นจะต้องเป็น ๔.๕๐ บาทต่อลิตร ซึ่งจะเป็นผลให้ราคาขายปลีกเพิ่มเป็นลิตรละ ๕.๒๘ บาท หากรัฐบาลทยอยขึ้นทีละหกสลึงก็คงต้องทยอยสามครั้งเป็นอย่างน้อย

อันจะเป็นผลให้ ในที่สุดแล้วราคาขายปลีกของแก๊สโซฮอล ๙๑ อยู่ที่ลิตรละ ๒๓.๓๗ บาท และแก๊สโซฮอล ๙๕ อยู่ที่ลิตรละ ๒๔.๑๗ บาท

ทั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับปัจจัยเหตุราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกซึ่งมีขึ้น-มีลง ถ้าราคาน้ำมันดิบลดลง ราคาขายปลีกน้ำมันในบ้านเราก็คงต้องลดลงตามประเพณีปฏิบัติ หรือตรงกันข้ามถ้าราคาน้ำมันดิบดูไบสูงขึ้น ราคาน้ำมันในบ้านเราก็ต้องแพงขึ้นเช่นเดียวกัน

เมื่อนักขับรถทั้งหลายเข้าใจดีแล้ว ที่เหลือก็คือการเตรียมความพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับราคาขายปลีกของเบนซินและแก๊สโซฮอล

หรือเตรียมถัง ๒๐๐ ลิตรเพิ่มขึ้น เพื่อเตรียมตัวไปเติมน้ำมันสำรองกับการทยอยขึ้นราคาจากรัฐบาล

ราคาน้ำมันในบ้านเราวันนี้เฉลี่ยอยู่ที่ ๒๐ บาทต่อลิตรก็ยังไม่ถือว่าสาหัสสากรรจ์ ยังพอทนกันได้ เพราะยังไม่ดีดตัวจนถึงสามสิบบาทในขณะราคาน้ำมันดิบดูไบโดยเฉลี่ยอยู่ที่บาร์เรลละ ๕๐ เหรียญสหรัฐ

การเตรียมความพร้อมกับราคาขายปลีกของน้ำมัน ย่อมรวมไปถึงพฤติกรรมการขับรถ

ก่อนนี้เราตกอกตกใจกับราคาน้ำมันดิบโลกที่ผันผวน ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นผลให้เรารู้จักการประหยัดการใช้รถ และรู้จักพลังงานทดแทน จนกระทั่งราคาน้ำมันปรับตัวลดลงเพราะวิกฤติเศรษฐกิจโลก พฤติกรรมเก่า ๆ ของเราทั้งหลายก็คืนตัวอย่างรวดเร็ว

นี่ก็เป็นเรื่องที่ผมอยากเตือน ๆ กันไว้ แนวทางที่น่าจะเป็นผลดีแก่เจ้าของรถก็คือต้องมีหลักในการประหยัด ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพครับ

ไก่อ่อน.

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com