อีซูซุ จี้รัฐหนุนรถปิกอัพ เชื่อยอดขายรวม 5.5 แสน

Home / ข่าวสาร / อีซูซุ จี้รัฐหนุนรถปิกอัพ เชื่อยอดขายรวม 5.5 แสน

อีซูซุ มั่นใจตลาดรถไทยปีนี้อยู่ในระดับ 5.5 แสนคัน เหตุปัจจัยหนุนด้านราคาน้ำมันและการเมืองในประเทศ ชี้การเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อของไฟแนนซ์ ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของตลาดรถ แนะรัฐบาลเร่งให้การสนับสนุนและหามาตรการกระตุ้น

มร.โมริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชร อีซูซุเซลส์ จำกัด เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดรถยนต์ในปัจจุบันว่า ที่ผ่านมาตลาดปิกอัพปีที่แล้วหดตัวไป 17% ตลาดรถยนต์นั่งสูงถึง 33% เมื่อเทียบกับปี 50 ขณะที่ตลาดรวมทั้งตลาดลดลง 2.5% การที่รถปิกอัพลดลงอาจจะทำให้คิดว่ารถยนต์นั่งไปกินในส่วนของรถปิกอัพ ทางอีซูซุได้มีการสำรวจตลาด สิ่งที่ได้ คือ ลูกค้าที่ใช้รถปิกอัพแล้วเปลี่ยนใจไปใช้รถยนต์นั่งไม่มีเลย สาเหตุที่ทำให้รถยนต์นั่งขายดี คือ ตั้งแต่ปีที่แล้วรัฐบาลออกมาตรการลดภาษี อี20 ค่ายใหญ่ๆ ฮอนด้า โตโยต้าได้ออกรถใหม่ ทำให้เกิดอุปสงค์เคลื่อนย้ายจากไตรมาสสุดท้ายของปีมาอยู่ที่ไตรมาสแรกของปีถัดมา

แต่เหตุที่ทำให้ตลาดรถปิกอัพขายได้น้อยลง เป็นผลมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้นอย่างมากทำให้ลูกค้าชะลอการซื้อ ต่อมาราคาน้ำมันก็ลดลงในราคาที่ต่ำลงก็เกิดวิกฤตของเศรษฐกิจ อีกทั้งสภาวะในประเทศก็ยังไม่ประสบกับปัญหาความไม่แน่นอนภายในประเทศ ตลอดระยะเวลาจนถึงปลายปี จนกระทั่งเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกในปีนี้

โดยเฉพาะภาวะวิกฤตเศรษฐกิจโลกส่งผลต่อตลาดรถโดยรวม แต่สิ่งที่มีผลที่แตกต่างกันคือ เงื่อนไขของไฟแนนซ์ เนื่องจากการเกิดสินเชื่อด้อย ทำให้สถาบันการเงินเข้มงวด ทำให้ปีที่ผ่านมาไฟแนนซ์ค่อนข้างเข้มงวดเพราะไม่อยากให้เกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ เอ็นพีแอล

ขณะที่ตลาดรถปิกอัพส่วนใหญ่ขายในต่างจังหวัด ซึ่งกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าแม่ค้าและเกษตรกร เมื่อเกิดวิกฤตการเงินทำให้ไฟแนนซ์เข้มงวด ลูกค้ามีเงินดาวน์ แต่เงื่อนไขเข้มงวดมาก จึงทำให้รถปิกอัพขายได้น้อยกว่า สำหรับรถยนต์นั่งผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัท มีเงินเดือนประจำ หาหลักฐานเอกสารได้ง่ายกว่า จึงทำให้ไฟแนนซ์ปล่อยได้ง่าย

ซึ่งปัจจัยลบเหล่านี้ล้วนมีผลกระทบต่อตลาดรถปิกอัพทั้งสิ้น แต่สิ่งที่จะส่งผลกระทบมากที่สุดคือเรื่องของไฟแนนซ์ เพราะลูกค้าที่ซื้อรถปิกอัพในประเทศไทย 90% เป็นลักษณะการผ่อนส่ง ขณะที่รถปิกอัพเป็นตลาดที่มีสัดส่วนสูงเกือบ 60% ดังนั้น หากตลาดรถปิกอัพไม่ขยายตัว ตลาดอื่นๆ ก็ไม่ขยายตัวตามไปด้วย ฉะนั้นการที่ตลาดรถยนต์ในปีนี้จะขยายตัวก็ต้องขึ้นอยู่กับไฟแนนซ์ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม อีซูซุมองว่า การผ่อนคลายการเข้มงวดของบริษัทไฟแนนซ์น่าจะส่งผลดีต่อตลาดมากที่สุด โดยอยากขอร้องให้รัฐบาลสนับสนุนอุตสาหกรรมรถปิกอัพด้วย เช่น การสนับสนุนการให้สินเชื่อกับกลุ่มผู้ใช้รถปิกอัพ นอกจากนี้ยังอยากให้มีการปรับภาษีในกลุ่มของสรรพสามิตของรถปิกอัพ ไม่ใช่ปรับตลอดไป แต่ให้ปรับเป็นช่วง เป็นมาตรการชั่วคราวที่กระตุ้นกำลังซื้อ

ถึงแม้ว่าจะมีปัจจัยลบด้านต่างๆ ที่กล่าวมา แต่อีซูซุเชื่อว่าตลาดรถโดยรวมในปีนี้น่าจะถึง 5.5 แสนคัน เพราะมีปัจจัยบวกมาสองปัจจัยคือ ประเทศไทยมีรัฐบาลใหม่ ซึ่งที่ผ่านมา นายกฯได้แสดงวิสัยทัศน์ต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจกับนักลงทุนในต่างประเทศ และรัฐบาลไทยก็ได้มีมาตรการแผนกระตุ้นเศรษฐกิจไทยที่ประกาศออกมา ถ้าเราดูจากภาพใหญ่ ต้นเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจของโลก คือสหรัฐอเมริกา ตอนนี้ก็ได้มีรัฐบาลใหม่ บารัก โอบามา เข้ารับตำแหน่ง มีการประกาศการกระตุ้นเศรษฐกิจมากมาย ทั้งไทยและสหรัฐฯ มีรัฐบาลใหม่ทั้งคู่ และมีมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจออกมาให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งน่าจะเห็นผลในช่วงครึ่งปีหลังที่เศรษฐกิจน่าจะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com