ฟื้นฟูตลาด

Home / ข่าวสาร / ฟื้นฟูตลาด

ท่ามกลางกระแสวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่กำลังคุกคามอุตสาหกรรมยานยนต์ไปทั่วโลก กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยยังคาดหวังว่า ตลาดรถไทยยังอยู่ในเกณฑ์ที่รัฐจะฟื้นฟูได้

อันที่จริงผมก็ออกจะเห็นด้วยว่าอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ มีเครือข่ายเกี่ยวข้องกันอย่างหลากหลายโดยเฉพาะชิ้นส่วนรถยนต์

การเกี่ยวข้องอย่างหลากหลายนี้เอง ผูกพันภาระถึงหลายชีวิตหลายครอบครัวที่ได้รับผลกระทบเพียงเพราะสภาพความเป็นลูกจ้างสิ้นสุดลง

อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้รับวิกฤติเศรษฐกิจโลกพร้อมกันถึงสามด้าน

ตลาดการส่งออกหดตัวลงอย่างรุนแรง

ตลาดในประเทศอยู่ในสภาวะชะลอตัว

บริษัทแม่ในต่างประเทศมีปัญหา

ตลาดรถไทยเป็นหนึ่งประเทศของเอเชียที่มีการผลิตรถเพื่อการส่งออกอย่างเป็นหน้าเป็นตา ปีที่แล้วเราผลิตรถเพื่อส่งออกอยู่ที่ 776,000 คัน แต่ปีนี้หดตัวลงเหลือ 592,000 คัน

เหตุก็ไม่มีอะไรลึกลับซับซ้อน การหดตัวดังกล่าวเกิดจากออร์เดอร์จากต่างประเทศหายตัว

กับปัญหาวิกฤติตลาดในประเทศ มีรายงานจากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยว่า ปีที่ผ่านมาเราขายรถในประเทศได้ 615,270 คัน ในปีนี้คาดการณ์ว่าจะขายได้ในระดับห้าแสนคัน เศษอีกนิดหน่อย

นอกจากเรามีปัญหา บริษัทแม่ในต่างประเทศก็ยังหาทางออกเพื่อผ่าทางตันอย่างเคร่งเครียด

แต่ผลร้ายก็ยังไม่เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ ล่าสุดจีเอ็มประกาศพักคนงานหนึ่งหมื่นคน

การปลดคนงานนั้น เป็นมาตรการที่ไม่มีใครอยากเห็น ปัญหาใหญ่ที่โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ได้รับก็คือ ออร์เดอร์ที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจที่ไม่มีคนสั่งซื้อ นักธุรกิจก็ต้องเห็นว่า แล้วเราจะมีคนงานไว้ทำอะไร

แต่เป็นเรื่องที่น่านับถือเมื่อโรงงานผลิตชิ้นส่วนไทยหลายแห่งยืนยันว่า พยายามที่จะไม่พักงานลูกจ้าง เพราะยังเห็นคุณค่าของหน้าที่การงานซึ่งเป็นงานฝีมือ

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มก็ยังมืดมน ตลาดรถคงจะต้องติดตามภาวการณ์ทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่สองอย่างใกล้ชิด

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ได้เรียนขอความช่วยเหลือจากรัฐอย่างน้อย 2 เรื่อง คือ ผู้ซื้อรถยนต์ในปีนี้สามารถนำไปหักภาษีเงินได้ และพิจารณาปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์ โลน) ผ่านทางสถาบันการเงิน

พูดกันด้วยหัวใจที่เป็นกลาง การร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐโดยกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ดูจะเป็นเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อ หรือไกลเกินกว่าจะเป็นจริง เนื่องจากความเดือดร้อนที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยสองประการดังกล่าวเป็นสำคัญ

ตลาดรถเมืองไทยใหญ่ๆ ก็เห็นมี โตโยต้า และ ตรีเพชรอีซูซุ สองคนหรือสองยักษ์นี้ก็มีความเห็นสอดคล้องกับการร้องเรียนของกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ คืออยากให้รัฐช่วยลดภาษีสรรพสามิต เช่นรถขนาดไม่เกินสามพันซี.ซี.ลดภาษีลงอีกร้อยละ 3 เป็นต้น และประการที่สองให้สถาบันการเงินของรัฐปล่อยสินเชื่อรถยนต์

นี่คือปัญหาที่ยานยนต์ไทยกำลังเผชิญหน้าในประเทศ ถ้าจะถามว่าใครเป็นต้นเหตุ ก็เห็นจะต้องให้โอบามาร์คทำหนังสือเปิดผนึกถามโอบามาขอรับคุณ…….!!

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com