ยวดยาน กลยุทธ์ หืดจับแน่นอนตลาดรถปี 52

Home / ข่าวสาร / ยวดยาน กลยุทธ์ หืดจับแน่นอนตลาดรถปี 52

ปี 2551 ที่ผ่านมา ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศที่ค่ายรถยนต์ต่างๆ เปิดตำราพิชัยสงครามงัดไม้เด็ดออกมากระตุ้นเชิญชวนให้ผู้บริโภคควักกระเป๋าจับจ่ายเป็นเจ้าของรถยนต์รุ่นใหม่ป้ายแดงอยู่ที่ 615,270 คัน ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ประมาณการกันเอาไว้ตั้งแต่ช่วงต้นปี สำหรับในปี 2552 นี้อยู่ในช่วงที่เรียกว่าวิกฤติเศรษฐกิจที่ไม่กระทบประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้นแต่ยังม้วนหัวม้วนหางฟาดฟันกระหน่ำเข้าใส่เกือบจะทุกประเทศ ทำเอาท่านผู้นำประเทศทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าล้วนแล้วแต่มีงานหนักหนาสาหัสในการคิดค้นหากลยุทธ์มากระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้เกิดสภาพคล่องมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ทั่วโลกต่างจับจ้องโฟกัสไปที่ผู้นำคนใหม่ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา มหาอำนาจเศรษฐกิจโลกที่เพิ่งจะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ว่าจะเจ๋งจริงขนาดไหน ฝากผีฝากไข้ได้มากน้อยเพียงไร

ขณะที่ในบ้านเรารัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของผู้นำพรรคพระแม่ธรณีบีบมวยผมที่ในเรื่องรูปร่างหน้าตาแล้วไม่เป็นสองรองใครทั้งในบ้านเราและเวทีโลก กำลังอยู่ในช่วงพิสูจน์ความรู้ความสามารถระดับเกียรตินิยมที่ได้มาจากมหาวิทยาลัยเก่าแก่มีชื่อเสียงของอังกฤษ ว่าจะนำพาประเทศชาติผ่านช่วงวิกฤตินี้ไปได้ขนาดไหน ในปีที่ประมาณการว่าจะมีแรงงานที่โดนปลดออกจากงานเป็นหมื่นเป็นแสนคน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่คาดว่าจะมีการเลิกจ้างงานสูงเป็นอันดับสองของกลุ่มอาชีพที่มีความเสี่ยงต่อการเลิกจ้างงานสูงสุด 5 อันดับแรก โดยที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ได้พยายามที่จะขอความช่วยเหลือจากภาครัฐเพื่อที่จะให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดต่ออุตสาหกรรมประเภทนี้ ค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง โตโยต้า และ อีซูซุ เสนอข้อแนะนำแก่รัฐบาลด้วยการให้รัฐช่วยในด้านของภาษีโดยที่ผู้ซื้อรถใหม่สามารถนำไปเป็นส่วนลดในการหักภาษีเงินได้ และในเรื่องของสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ รวมไปถึงการลดภาษีสรรพสามิตของรถกระบะและลดภาษีนิติบุคคลซึ่งทั้งหลายทั้งปวงจะช่วยทำให้เกิดการซื้อ-ขายรถยนต์เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 5 หมื่นคัน ในปีนี้ที่ตั้งเป้าทั้งปียอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศลดลงจากปีที่แล้ว 20% หรือคิดเป็นยอดจำหน่ายทั้งสิ้นประมาณห้าแสนกว่าคัน ซึ่งจากการที่ตลาดส่งออกหดตัว ตลาดในประเทศชะลอตัว มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเดินทางไปให้ถึงฟากฝั่งฝันนี้ ต้องติดตามกันต่อไปว่าแต่ละค่ายรถยนต์จะมีวิธีการกลยุทธ์อย่างใดที่จะรักษาส่วนแบ่งตลาดที่มีอยู่ในปีที่แล้วให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งทิศทางความน่าจะเป็น งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 30 ที่ศูนย์ไบเทค บางนา ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนนี้ จะเป็นดัชนีชี้วัดได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตามตั้งแต่ต้นปีมาจนล่วงเลยผ่านเข้ากลางเดือนกุมภาพันธ์เดือนแห่งความรักนี้ ความเคลื่อนไหวในตลาดรถยนต์ในประเทศนอกจากข่าวร้ายๆ เกี่ยวกับผลประกอบการของบริษัทแม่ในต่างประเทศที่ประกาศผลดำเนินการในช่วงปีที่ผ่านมา บัญชีงบดุลกำไรขาดทุนติดลบตัวแดงกันเป็นทิวแถวจนถึงขั้นประกาศล่วงหน้ากันเลยว่าจะต้องมีการปลดพนักงาน หรือปิดโรงงานบางส่วนบางแห่งชั่วคราวกันบ้างแล้ว ดูจะเงียบเหงาซึมเซมไม่คึกคักเหมือนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่รู้ว่าเป็นการเก็บเนื้อเก็บตัวไว้รอช่วงพีคในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ กันหรือเปล่า ถึงจะยังมีให้เห็นให้รู้เพื่อให้นำไปเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อรถใหม่กันได้บ้าง ก็ไม่หวือหวาสะดุดตาสะดุดใจเท่าใดนัก คล้ายคลึงกับแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษที่ใช้อยู่ก่อนหน้านี้ แต่ขยายระยะเวลามาให้สิ้นสุดในเดือนกุมภาพันธ์นี้ อาทิ

แคมเปญโปรโมชั่นของค่ายลูกคลองหลวง มิตซูบิชิ ที่ในปี 2551 ทำยอดจำหน่ายรถยนต์ทุกประเภทรวมสูงสุดในอันดับที่ 5 มีข้อเสนอพิเศษแบบเหล้าเก่าในขวดใหม่ให้กับ มิตซูบิชิ สเปซแวกอน ฟรีไดมอนด์ อินชัวรันส์ 1 ปี และไดมอนด์ วารันตี 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร มิตซูบิชิ ไทรทัน พลัส ดอกเบี้ยต่ำเพียง 0.82% พร้อมฟรีไดมอนด์ อินชัวรันส์

ค่ายมาสด้า ประกาศตรึงราคา มาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5 ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้ค่าเงินเยนจะแข็งเป็นประวัติการณ์ก็ตามที พร้อมยังจัดฟรีค่าบำรุงรักษา 3 ปี พร้อมประกันภัยชั้น 1 บริการฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงและรับประกัน 5 ปี 140,000 กิโลเมตรให้อีกด้วย ส่วนมาสด้า 3 ใหม่ มอบทองคำแท่งหนัก 3 บาท พร้อมดอกเบี้ยเพียง 2.99% เท่านั้นให้กับแฟนๆ มาสด้า ซูม ซูม

ค่ายอีซูซุ ปีนี้ตั้งเป้าจำหน่ายทั้งปีรวมไว้ที่ หนึ่งแสนสองหมื่นกว่าคัน จัดข้อเสนอพิเศษให้กับอีซูซุ มิว-7 แพลททินั่มทุกรุ่นที่คาดว่าจะโดนใจพ่อบ้านแม่บ้านที่มีลูกเล็กเด็กแดง โดยมอบให้ฟรีบัตรกำนัลจากร้านทอยส์อาร์อัส ร้านจำหน่ายอุปกรณ์และของเด็กเล่นชื่อดังมูลค่า 15,000 บาท

ค่ายเบอร์หนึ่งของตลาดรถยนต์ในประเทศ โตโยต้า ยังเพิ่มระดับรอยยิ้มให้ผู้ที่จะเข้ามาเป็นครอบครัวโตโยต้าให้เพิ่มมากขึ้นด้วยข้อเสนอ โตโยต้า คัมรี่ ดาวน์ 10% หรือเลือกเป็นส่วนลดเงินดาวน์ 24,000 บาท, โตโยต้า อัลติส ดาวน์ 10% หรือส่วนลดเงินดาวน์ 18,000 บาท (เฉพาะรุ่นเกียร์อัตโนมัติ), โตโยต้า วีออส ดาวน์ 10% พร้อมบัตรกำนัลโตโยต้ามูลค่า 10,000 บาท หรือผ่อนต่ำสุด 6,056 บาทต่อเดือน หรือส่วนลดเงินดาวน์ 25,000 บาท และโตโยต้า ยาริส บัตรกำนัลมูลค่า 20,000 บาท หรือผ่อนต่อเดือนต่ำสุด 6,222 บาท หรือส่วนลดเงินดาวน์ 35,000 บาท ซึ่งทั้งหมดมาพร้อมกับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง จีโอเอ อีกด้วย

ค่ายนิสสัน มีแคมเปญพิเศษสำหรับ นิสสัน นาวารา คิงแค็บและดับเบิ้ลแค็บ ดอกเบี้ย 2.99% หรือดาวน์ 29,999 บาท พร้อมฟรีคูปองน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท ส่วน นาวารา ซิงเกิ้ลแค็บ ดอกเบี้ยหรือดาวน์เช่นเดียวกับคิงแค็บและดับเบิ้ลแค็บ แต่คูปองน้ำมันเปลี่ยนเป็นพื้นปูกระบะท้ายมูลค่า 6,000 บาทแทน สำหรับ นิสสัน ทีด้า ลาติโอ และ แฮตช์แบ็ก ดอกเบี้ย 2.99% และฟรีคูปองน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท

สำหรับสาวกดาวสามแฉก ช่วงนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดแคมเปญพิเศษให้กับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสใหม่ ที่ออกสู่ตลาดพร้อมกันถึง 3 เวอร์ชั่นในแบบพรีเมียม อีดิชั่น ประกอบด้วย อี 230 2.5 ลิตร, อี 200 คอมเพรสเซอร์ และอี 220 ซีดีไอ ที่มาพร้อมกับข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ย 0% ผ่อน 3 ปี สำหรับ อี-คลาส 230, ดอกเบี้ย 0% ผ่อน 2 ปี สำหรับ อี 200 และ อี 220 ซีดีไอ

ทั้งหมดนี้เป็นแคมเปญพิเศษที่ค่ายรถยนต์ร่วมนำเสนอในช่วงเดือนแห่งความรักนี้ ในส่วนของรถยนต์รุ่นใหม่ป้ายแดงที่เสนอตัวเป็นทางเลือกใหม่ในเดือนนี้ ที่โดดเด่นเป็นที่กล่าวขานกันอย่างมากได้แก่การนำเสนอเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส 500 ลองวีลเบส หรือรุ่นช่วงล้อยาวที่ประกอบในประเทศที่ทำมีราคาต่ำกว่ารุ่นประกอบนอกถึง 5 ล้านกว่าบาท และโมเดลใหม่จากค่ายใบพัดฟ้า-ขาว บีเอ็มดับเบิลยู ที่เปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยูซีรี่ส์ 1 คูเป้ที่ออกตัวด้วยเครื่องยนต์ดีเซล รวมถึง ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ที่ปรับปรุงหน้าตาสดใสไฉไลเข้าตาคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตทั้งในเมืองและนอกเมืองมากขึ้น มีให้เลือกมากมายหลายรุ่นในราคาเริ่มต้นที่เย้ายวนใจ

ยังจะมีรถยนต์รุ่นใหม่อีกมากหน้าหลายตา หลายแบรนด์ที่จ่อคิวเปิดตัวออกมาเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามากที่สุดซึ่งจะเป็นของค่ายไหนบ้าง รวมไปถึงวงการรถสองล้อ วันที่ 26 มีนาคม ถึง 6 เมษายน เข้าไปสัมผัสด้วยตาของคุณเองในบรรยากาศที่ยิ่งใหญ่อลังการเฉกเช่นเดียวกับบรรยากาศงานมอเตอร์โชว์ระดับโลกที่จัดขึ้นในทวีปยุโรปและอเมริกา หรือแม้แต่ในประเทศญี่ปุ่นโดยไม่แบ่งแยกสีเสื้อได้ที่ศูนย์ฯไบเทค บางนา ยี่ห้อ กรังด์ปรีซ์กรุ๊ป รับประกันความผิดหวัง

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com