เชอรี่ คิวคิว เจอ กุมภาฯ 4 แสน

Home / ข่าวสาร / เชอรี่ คิวคิว เจอ กุมภาฯ 4 แสน

ไทยเชอรี่ยานยนต์ เดินหน้ารุกตลาดรถยนต์ไทย หลังซุ่มเงียบเตรียมแผนงานนานร่วมปี ล่าสุดประกาศพร้อมเปิดฉากลุยทุกเซ็กเม้นท์ ประเดิมด้วยรถยนต์นั่งขนาดเล็ก เชอรี่ คิวคิว คาดราคาไม่เกิน 4 แสนบาท เตรียมเปิดตัวเชอรี่อย่างเป็นทางการกุมภาพันธ์นี้ พร้อมส่งจำหน่ายจริงในงานมอเตอร์โชว์ ขณะที่พาร์ทเนอร์รายใหญ่เครือเจริญโภคภัณฑ์ขอรอดูสถานการณ์ตลาดอีกสักระยะ ก่อนตัดสินใจร่วมทุนทำโรงงานประกอบ

แหล่งข่าวจาก บริษัท ไทยเชอรี่ยานยนต์ เปิดเผยว่า บริษัทจะแถลงข่าวเปิดตัวรถยนต์จากประเทศจีนยี่ห้อเชอรี่ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ 2552 ที่จะถึงนี้ โดย นายวิทิต ลีนุตพงษ์ อดีตผู้บริหารของกลุ่มยนตรกิจ จะเป็นผู้บริหารหลักของเชอรี่ในประเทศไทย ซึ่งหลังจากการเปิดตัว ก็คาดว่าจะเริ่มส่งรถจำหน่ายในประเทศไทยในงานมอเตอร์โชว์ 3 รุ่น ประกอบไปด้วยรถยนต์นั่งขนาดเล็ก รุ่นคิวคิว รถยนต์ขับเคลื่อนอเนกประสงค์ รุ่นทิกโก้ และรถสเตชั่นแวกอน รุ่นวี5 โดยคาดว่าระดับราคาเริ่มต้นของคิวคิวจะอยู่ที่ไม่เกิน 4 แสนบาท

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายการจำหน่ายในปีแรกที่ 4,000 คัน และได้มีการเซ็นสัญญากับทางบริษัทแม่เพื่อที่จะเปิดไลน์การผลิตรถยนต์เชอรี่ในประเทศไทย เพื่อทำตลาดในประเทศและส่งออกในภูมิภาคอาเซียน โดยคาดว่าจะมีการผลิตรุ่นคิวคิว และทิกโก้ ในโรงงานประเทศไทยในอนาคต ในรูปแบบของการนำชิ้นส่วนเอสเคดีเข้ามาประกอบในประเทศไทย

สำหรับในช่วงที่ผ่านมา ทางกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี ประกาศที่จะทำตลาดรถยนต์ยี่ห้อเชอรี่ในประเทศไทย แต่เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนไป ทำให้ทางกลุ่มซีพีต้องชะลอแผนงานออกไป โดยให้ทางฝ่าย ไทยเชอรี่ยานยนต์ ซึ่งมี นายวิทิต ลีนุตพงษ์ ผู้บริหารกลุ่มยนตรกิจ และเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์โฟล์คสวาเกน ซึ่งเคยตกลงจะร่วมดำเนินงานกัน เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เชอรี่ในประเทศไทยแต่ฝ่ายเดียว โดยคาดว่าจะเปิดตัวได้ในช่วงไตรมาสสองของปี 2552

นายธนากร เสรีบุรี รองประธานกรรมการ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ในฐานะประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจยานยนต์และอุตสาหกรรมทั่วไปของบริษัท เปิดเผยว่า ตามแผนเดิมจะร่วมกัน 3 ฝ่าย ได้แก่ เครือซีพี, บริษัทแม่เชอรี่ประเทศจีน และ คุณวิทิต ลีนุตพงษ์ เพื่อทำตลาดรถยนต์เชอรี่แบบครบวงจร ทั้งการจำหน่ายและผลิต แต่เมื่อพิจารณาดูแล้วเป็นไปไม่ได้ที่จะเริ่มพร้อมๆ กัน เพราะเชอรี่ถึงจะเป็นแบรนด์ระดับต้นๆ ของจีน แต่ในตลาดโลก รถยนต์เชอรี่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน การรับรู้ของผู้บริโภคทั่วโลกยังไม่สูงนัก รวมถึงตลาดในประเทศไทยด้วย เหตุนี้จึงจำเป็นต้องมีสินค้ามานำร่องทำตลาด เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ไปก่อน

เครือซีพี มีสัมพันธ์ที่ดีกับทางบริษัทเชอรี่ประเทศจีน จึงมีศักยภาพในการดึงมาร่วมลงทุนตั้งโรงงานประกอบในไทย แต่นั่นเป็นสิ่งพูดกันไว้เท่านั้น ไม่ได้มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งเมื่อถึงเวลาทางคุณวิทิตจะขึ้นไลน์ประกอบเอง โดยไม่มีเครือซีพีร่วมลงทุนด้วยก็ได้ นายธนากร กล่าว

แต่จากการศึกษาปริมาณที่เหมาะสมในการลงทุน เพื่อขึ้นไลน์ประกอบรถยนต์เชอรี่ในไทย จะต้องมีปริมาณการผลิตไม่ต่ำกว่า 5,000 คันต่อปี ซึ่งเบื้องต้นคงเป็นเรื่องยาก ตรงนี้จึงไม่สอดคล้องกับนโยบายของเครือซี.พี. ที่ต้องการทำแบบครบวงจร ทำให้ตัดสินใจชะลอร่วมทำตลาดรถยนต์เชอรี่ออกไป และเมื่อตลาดในประเทศมีปริมาณที่เหมาะสม เครือซีพีจึงจะเข้าไปร่วมลงทุนในการตั้งโรงงานประกอบ

สำหรับ เชอรี่ คิวคิว เป็นรถซิตี้คาร์แบบแฮตช์แบ็ก 5 ประตู ขนาดเพียง 850-1,100 ซี.ซี. มีดีไซน์คล้ายรถมินิคันเล็กๆ ป้อมๆ เน้นโค้งมนทั้งไฟหน้าและไฟท้าย บางคนเปรียบเปรยว่าเป็นรถการ์ตูน มีการตกแต่งที่ดูกะทัดรัด เก๋ไก๋ เหมาะสมกับคนหนุ่มสาว เด็กวัยรุ่น

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในวงการยานยนต์ เปิดเผยว่า สำหรับแผนงานในปี 2552 อาจจะมีการนำเข้ารถเชอร์รี่ รุ่นคิวคิว ซึ่งรถที่จะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยในเบื้องต้น จะเป็นการนำเข้าจากประเทศจีนทั้งหมด ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงแผนงานจากเดิมที่จะนำเข้าจากมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ผ่านเขตการค้าเสรีอาฟต้า แต่ติดปัญหาในเรื่องคุณภาพการผลิตและกำลังการผลิตที่ไม่เพียงพอ ทำให้ตัดสินใจปรับแผนงานนำเข้าจากบริษัทแม่โดยตรงแทน

ซึ่งในอนาคต เชอรี่ วางให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนตอนเหนือ ที่ประกอบไปด้วยพม่า ลาว เขมร เวียดนาม และ ไทย ขณะที่ประเทศที่เหลือจะใช้อินโดนีเซียเป็นศูนย์กลาง ซึ่งในช่วงแรกของโรงงาน อาจจะมีการประกอบรถเพียง 4-5 พันคัน ก็สามารถดำเนินธุรกิจได้

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com