เชฟโรเลต ห่วงความปลอดภัยเด็ก กระตุ้นพ่อแม่ดูแลลูกขณะนั่งรถ

Home / ข่าวสาร / เชฟโรเลต ห่วงความปลอดภัยเด็ก กระตุ้นพ่อแม่ดูแลลูกขณะนั่งรถ

เชฟโรเลต แนะพ่อแม่ผู้ปกครอง ดูแลใส่ใจความปลอดภัยในการโดยสารรถยนต์ของเด็กอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งการจราจรคับคั่งมากเป็นพิเศษ ชี้สาเหตุการเสียชีวิตของเด็กไทยอันดับต้นๆ มาจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ โดยปราศจากการป้องกันที่ถูกวิธี

มร.สตีฟ คาร์ไลส์ ประธานกรรมการ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส เซาท์อีสต์เอเชีย โอเปอเรชั่นส์ จำกัด และ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในช่วงวันหยุดเทศกาลต่างๆ โดยเฉพาะเทศกาลปีใหม่ หน่วยงานต่างๆ ทั้งรัฐบาลและเอกชนได้มีการรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใส่ใจเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนกันมากยิ่งขึ้น แต่ทุกหน่วยงานจะเน้นแต่เพียงความปลอดภัยของผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่แทบทั้งสิ้น มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ให้ความสำคัญและรณรงค์อย่างจริงจังเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้โดยสารที่เป็นเด็ก

เพราะสาเหตุการเสียชีวิตของเด็กไทยในอันดับต้นๆ มาจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ โดยปราศจากการป้องกันที่ถูกวิธี เชฟโรเลต จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการดูแลเอาใจใส่เด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็กในการโดยสารรถยนต์ จึงได้เริ่มโครงการ คุณหนูปลอดภัยในยานยนต์ ขึ้น ในปี 2543 มุ่งรณรงค์ให้เราทุกคนตระหนักเรื่องความปลอดภัยในการโดยสารรถยนต์ของเด็กมากขึ้น เพื่อประโยชน์ของสังคมโดยรวม มร.สตีฟ คาร์ไลส์ กล่าว

จากผลสำรวจของโครงการ คุณหนูปลอดภัยในยานยนต์ ในปี 2548-2549 ซึ่งจัดทำโดย บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด พบว่า ยังคงมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการโดยสารรถยนต์อย่างปลอดภัยสำหรับเด็กอยู่ โดยเกือบร้อยละ 70 เห็นว่าควรคาดเข็มขัดนิรภัยที่ติดตั้งมากับรถให้กับเด็ก ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด เนื่องจากเข็มขัดนิรภัยนั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้กับสรีระของเด็กเล็ก เมื่อเกิดอุบัติเหตุจึงไม่สามารถปกป้องเด็กจากการถูกกระแทก หรือจากการหลุดลอยออกนอกตัวรถ และเป็นอันตรายอย่างมากต่อสรีระและชีวิตของเด็กได้

ขณะที่กว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม ยังคงเห็นว่า การให้เด็กเล็ก หรือเด็กช่วงอายุระหว่าง 0-10 ปีนั่งทางด้านหน้าของรถยนต์เป็นสิ่งที่ทำได้ ทั้งที่ตามหลักการที่ถูกต้องนั้น หากไม่มีการติดตั้งที่นั่งนิรภัยในรถยนต์สำหรับเด็ก ผู้ปกครองควรจะให้เด็กเล็กนั่งด้านหลังและค่อนไปทางด้านใดด้านหนึ่งเสมอ ซึ่งข้อปฏิบัติเหล่านี้ สามารถช่วยลดอัตราความเสี่ยงในการเสียชีวิตของเด็กหากเกิดอุบัติเหตุได้บ้าง แต่วิธีที่ควรปฏิบัติและปลอดภัยที่สุดนั้น ต้องให้เด็กเล็กนั่งในที่นั่งนิรภัยของเด็กทุกครั้งที่มีการเดินทาง

ปัจจุบัน มีการออกแบบเก้าอี้นั่งสำหรับเด็กสี่แบบด้วยกัน เพื่อให้เหมาะสำหรับเด็กที่มีวัยและน้ำหนักตัวต่างๆ กัน ได้แก่ เปลเด็กอ่อนสำหรับรถยนต์ (Infant Car Bed) สำหรับเด็กแรกเกิด ที่นั่งเด็กชนิดนั่งหันไปทางหลังรถ (Rear-Facing Infant Seat) สำหรับเด็กแรกเกิดถึง 1 ปี ที่นั่งเด็กชนิดนั่งหันไปทางหน้ารถ (Forward-Facing Child Seat) สำหรับเด็กอายุ 1-5 ปี และที่นั่งเสริม (Booster Seat) สำหรับเด็กอายุ 5-10 ปี อย่างไรก็ตาม เบาะที่นั่งเด็กยังคงมีราคาแพง จึงจำเป็นที่หน่วยงานของรัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญและสนับสนุนเรื่องนี้มากขึ้น ทั้งในด้านมาตรการภาษี และการตรวจสอบคุณภาพการใช้งาน

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com