นิชคาร์ฯมั่นใจรถพรีเมียมยังไปโลด เดินหน้าสานสัมพันธ์มัดใจลูกค้า

Home / ข่าวสาร / นิชคาร์ฯมั่นใจรถพรีเมียมยังไปโลด เดินหน้าสานสัมพันธ์มัดใจลูกค้า

นิชคาร์ เชื่อตลาดรถยนต์พรีเมียมแบรนด์ในประเทศไทยมีทิศทางที่ดี พร้อมปรับกลยุทธ์ให้ความสำคัญกับด้านของบริการทั้งก่อนและหลังการขายมากยิ่งขึ้น ด้วยการทุ่มงบกว่า 10 ล้านบาท ปรับปรุงโชว์รูมและศูนย์บริการให้มีความทันสมัย

นายวิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิชคาร์ จำกัด ผู้นำเข้า ทำการตลาดและจัดจำหน่ายยานยนต์ระดับซูเปอร์พรีเมียมแบรนด์ในประเทศไทยมากว่า 23 ปี เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกและในประเทศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและผันผวนอย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของตลาดรถยนต์ไทย ขณะเดียวกันผลจากการทำธุรกิจในเชิงทุจริตของผู้นำเข้าอิสระรายใหญ่รายหนึ่งก็ได้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของลูกค้ารถยนต์นำเข้าให้ลดลงอย่างมาก

อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่า ด้วยกระแสการเมืองที่มีทิศทางดีขึ้น น่าจะมีส่วนผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกลับมาสู่ภาวะปกติในระยะเวลาไม่นาน ขณะที่ตลาดรถยนต์นำเข้านั้น ผู้ประกอบธุรกิจจำหน่ายรถยนต์อิสระหรือเกรย์มาร์เก็ตรายต่างๆ ก็จะต้องพยายามหากลยุทธ์ต่างๆ สร้างความมั่นใจให้ลูกค้ามากยิ่งขึ้น

ในส่วนของบริษัทฯ ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการเพียงผู้เดียวในประเทศไทยสำหรับรถยนต์ 4 แบรนด์ ประกอบด้วยซูเปอร์คาร์ ลัมบอร์กินี (Lamborghini) จากอิตาลี ซูเปอร์คาร์พันธุ์คลาสสิก โลตัส (Lotus) จากอังกฤษ ออฟโรดพันธุ์แกร่ง ฮัมเมอร์ (Hummer) จากอเมริกา และสปอร์ตพันธุ์หรูจากอังกฤษในนาม แอสตัน มาร์ติน (Aston Martin) รวมถึงชุดแต่งเมอร์เซเดส-เบนซ์ โลรินเซอร์ (Lorinser) มีความมั่นใจว่าปัจจัยลบต่างๆ ไม่มีผลกระทบต่อยอดขายของรถแต่ละแบรนด์ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ทำตลาด เป็นแบรนด์อยู่ในระดับซูเปอร์พรีเมียม ซึ่งลูกค้าหลักส่วนใหญ่จะมีศักยภาพทางด้านการเงินที่แข็งแกร่งมั่นคง

เราเชื่อว่าตลาดรถยนต์ในปี 2552 คงได้รับผลกระทบไม่น้อย ขณะที่ผู้นำเข้ารถยนต์โดยเฉพาะเกรย์มาร์เก็ตคงอยู่ในภาวะที่จำเป็นต้องเรียกความมั่นใจของลูกค้ากลับมา สำหรับนิชคาร์ฯ แม้ว่าจะเป็นผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ ไม่ได้เป็นเกรย์มาร์เก็ตและไม่ได้รับผลกระทบใดๆ แต่ในฐานะที่เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์นำเข้าระดับซูเปอร์พรีเมียมแบรนด์ เราก็มีความเป็นห่วงสถานการณ์โดยรวม โดยเฉพาะเรื่องความน่าเชื่อถือของผู้ค้ารถในประเทศไทย เราอยากให้ผู้บริโภคของผู้ค้าทุกรายได้รับความมั่นใจและการบริการที่ดี เนื่องจากรถยนต์เป็นสินค้าที่ต้องขายความน่าเชื่อถือโดยเฉพาะรถระดับหรูและซูเปอร์คาร์ทั้งหลาย ในฐานะที่อยู่ในแวดวงเดียวกัน เราก็คงต้องสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าของเราเพิ่มขึ้น เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น นายวิทวัส กล่าว และว่า

โดยทิศทางของนิชคาร์ฯ นับจากนี้ จะให้ความสำคัญกับด้านของบริการทั้งก่อนและหลังการขายมากยิ่งขึ้น โดยในช่วงปลายปี 2551 ที่ผ่านมาได้ทุ่มงบกว่า 10 ล้านบาท ปรับปรุงโชว์รูมและศูนย์บริการที่ถนนศรีนครินทร์ รวมถึงตกแต่งโชว์รูมที่สยามพารากอนให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น

นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมให้กับลูกค้า อาทิ การเชิญเข้าร่วมทดสอบรถยนต์รุ่นใหม่ๆ การพบปะสังสรรค์ เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนิชคาร์ฯ กับลูกค้า และเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างลูกค้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังถือเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้ารายเดิมและสานต่อไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายต่อไปด้วย

ด้วยกลยุทธ์การตลาดที่เราดำเนินมาตลอด และด้วยศักยภาพของทางบริษัท นิชคาร์ฯ ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่งตั้งโดยตรงจากทางบริษัทแม่ในทุกแบรนด์ เราเชื่อว่า ปี 2551 นี้ ยอดขายโดยรวมของนิชคาร์ฯ จะทำได้ถึงกว่า 80 คัน ประกอบด้วยลัมบอร์กินี 20 คัน โลตัส 20 คัน ฮัมเมอร์ 30 คัน แอสตัน มาร์ติน 5 คัน และ เบนซ์ โลรินเซอร์ 8 คัน และมั่นใจว่าจะสามารถรักษายอดขายดังกล่าวไว้ได้ในปี 2552 นี้อย่างแน่นอน นายวิทวัส กล่าวในที่สุด

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com