สไปรัล เซอร์กิต ไม่สนวิกฤติ ทุ่ม 2 หมื่นล้านลุยตลาดไทย

Home / ข่าวสาร / สไปรัล เซอร์กิต ไม่สนวิกฤติ ทุ่ม 2 หมื่นล้านลุยตลาดไทย

สไปรัล เซอร์กิต ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอุปกรณ์รถยนต์จากมาเลเซีย เตรียมอัดฉีดเม็ดเงิน 2 หมื่นล้านบาท เข้าประเทศไทย เพื่อเปิดโรงงานผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับเครื่องยนต์ไฮบริด ชี้ตลาดในประเทศไทยกับการผลิตต้นทุนที่ต่ำกว่าก็สามารถอยู่ได้สบาย

มร.แม็กซ์ แทน กรรมการบริหาร บริษัท สไปรัล เซอร์กิต จำกัด ประเทศมาเลเซีย ผู้ผลิตและจำหน่ายเทคโนโลยีอุปกรณ์รถยนต์รายใหญ่ของโลก เปิดเผยว่า ทางบริษัทร่วมกับบริษัทพันธมิตรทางธุรกิจ บริษัทเงินทุนเดติก เบอร์นัว จะมีการจัดตั้งบริษัท สไปรัล เซอร์กิต (ประเทศไทย) จำกัด โดยคาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2552 โดยจะเริ่มจากการเป็นบริษัทตัวแทนจำหน่ายเทคโนโลยีอุปกรณ์รถยนต์สำหรับโรงงานประกอบรถยนต์เป็นธุรกิจแรก บริษัท สไปรัล เซอร์กิต ปัจจุบันเป็นผู้จัดจำหน่ายภาคพื้นอาเซียน ให้แก่บริษัท จอห์นสัน อิเลคทริค ในประเทศมาเลเซีย, ประเทศไทย, อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ มีแผนที่จะลงทุนในประเทศไทยเพื่อจัดจำหน่ายชิ้นส่วนมอเตอร์รถยนต์ให้แก่กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ Tier 1 และบริษัทพันธมิตรทางธุรกิจอื่นๆ โดยบริษัทมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย ที่ยังคงมีการเติบโตทางเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคอาเซียน ด้วยแรงงานที่มีทักษะและคุณภาพเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจการผลิตยานยนต์ แม้ว่าในปัจจุบันสถานการณ์วิกฤตการณ์ทางการเงินโลกที่เกิดขึ้น จะส่งผลต่อเศรษฐกิจในอาเซียนของเราด้วย แต่บริษัทของเราไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด เนื่องจากเราเน้นการลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียนเป็นหลัก และภูมิภาคอาเซียนก็ยังคงเป็นแหล่งการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน

บริษัทและพันธมิตรทางธุรกิจ ร่วมกับทีมงานเทคโนโลยีระดับโลก พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเครื่องยนต์ไฟฟ้าไฮบริด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนวตกรรมการประหยัดพลังงานของรถยนต์ในปัจจุบันขึ้นด้วย โดยทางบริษัทมีหน่วยงานวิจัยและพัฒนาภายในที่มีความสามารถในการพัฒนาการผลิตสินค้าให้ถึงระดับคุณภาพที่ตั้งไว้ ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยแต่ใช้ต้นทุนต่ำ และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ ส่วนสาเหตุที่เปิดตัวในช่วงนี้ เพราะเรามีความเชื่อมั่นว่าตลาดรถยนต์ในภูมิภาคอาเซียนน่าจะยังไปได้อยู่ และผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลกก็คงส่งผลกระทบกับภูมิภาคนี้ไม่มาก ที่สำคัญก็คือ เราไม่ได้มองเรื่องของรถยนต์ไฮบริดเป็นเรื่องของอนาคต แต่มองว่าเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคมีความต้องการและสามารถจับต้องได้ในปัจจุบัน

สำหรับแผนงานของบริษัทนอกจากการเปิดโรงงานในประเทศไทยแล้ว บริษัทยังมีแผนงานที่จะเปิดธุรกิจการจัดจำหน่ายในประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนตลอดปี 2552 ด้วย เริ่มจากประเทศไทยในไตรมาสแรก ตามมาด้วยสิงคโปร์ในไตรมาส 2 และอินโดนีเซียในไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป้าหมายทางด้านรายได้สำหรับธุรกิจดิสทริบิวเตอร์ของบริษัทอยู่ที่ไม่น้อยกว่า 30 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกาในปี 2553 จากปีที่ผ่านมาที่ทำได้ราว 4 ล้านเหรียญ จากการทำตลาดในประเทศมาเลเซียเป็นหลักเพียงแห่งเดียว

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com