ทำใจล่วงหน้าได้แล้ว

Home / ข่าวสาร / ทำใจล่วงหน้าได้แล้ว

ค่อนข้างจะเป็นที่แน่นอนแล้วว่ายอดการจำหน่ายรถยนต์ในประเทศปี 2551 จะไปไม่ถึงฝั่งฝันตามที่ตั้งเป้ากันไว้เพราะจากต้นปีมาจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายนมียอดรวมกันอยู่ที่ 556 ,267 คันซึ่งเมื่อเทียบกับยอดจำหน่ายรถยนต์รวมทั้งปีของปี 2550 ยังขาดหายอยู่ถึงเกือบเจ็ดหมื่นห้าพันคัน กับระยะเวลาที่เหลืออยู่เพียงเดือนเดียวคือในเดือนธันวาคมที่ถึงแม้จะเป็นเดือนที่ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศค่อนข้างสูงกว่าเดือนอื่น ๆ เนื่องจากเป็นช่วงปลายปีและมีการเร่งทำยอดจำหน่ายในช่วงระยะเวลาการจัดงานมอเตอร์เอ็กซ์โปแต่ก็คงจะไม่ทันท่วงทีที่จะทำให้ยอดจำหน่ายรถยนต์ปี 2551 ขยายตัวสูงกว่าปี 2550 อย่างแน่นอน

โดยปกติแล้วเดือนพฤศจิกายนเริ่มจะมีการจับจ่ายซื้อของกันมากขึ้นแล้วตามกระแสเทศกาลงานรื่นเริงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แต่ปีนี้ค่อนข้างจะเงียบเหงาเศร้าซึมซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบจากปัญหาทางด้านการเมืองในประเทศและวิกฤติเศรษฐกิจโลก ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศเดือนพฤศจิกายนมียอดจำหน่ายรวมกันที่ 46,068 คันลดต่ำลงกว่าเดือนตุลาคมที่ผ่านมาถึง -5.9% และเมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วปรับตัวลดลงถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์กว่า ๆ บรรดาหัวแถวที่จำหน่ายขายได้มากที่สุดในแต่ละเดือนต่างพร้อมใจจับมือกันทำยอดจำหน่ายลดลงจากเดือนตุลาคมอย่างสมัครสมานสามัคคีไม่แบ่งแยกสีแยกขั้วแต่อย่างใด โตโยต้า เบอร์หนึ่งของตลาดทำยอดจำหน่ายรวมทุกรุ่นทุกประเภทของรถยนต์ที่จำหน่ายในประเทศลดลงจากเดือนตุลาคม -3.7% หรือจำหน่ายไปได้ 19,771 คัน อีซูซุ เบอร์สองของธุรกิจยานยนต์ในประเทศปรับตัวลดลงน้อยหน่อยแค่ 0.7% จำหน่ายได้รวมทั้งสิ้น 10,208 คัน เบอร์สามซึ่งก็ยังเป็น ฮอนด้า ปรับตัวลดลง -4.2% จำหน่ายได้ทั้งหมด 7,855 คัน เบอร์สี่เป็นของ นิสสัน ยอดจำหน่ายเดือนพฤศจิกายนปรับตัวลดลง -9.9% และมิตซูบิชิ ออกอาการหนักหน่อยยอดจำหน่ายปรับลดลงมากที่สุดในบรรดา 5 แบรนด์ดังของตลาดรถยนต์เมืองไทยหลังจากที่เดือนที่แล้วเดือนตุลาคมเพิ่งจะแฮปปี้กับยอดจำหน่ายที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดือนก่อนหน้าถึงสี่สิบกว่าเปอร์เซนต์โดยยอดจำหน่ายเดือนพฤศจิกายนลดลง -27.6% มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 1,665 คัน

ส่วนยอดจำหน่ายรถยนต์รวมตั้งแต่ต้นปีเดือนมกราคมถึงเดือนพฤศจิกายนฟันธงหรือคอนเฟิร์มได้ว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอนสำหรับ 5 แบรนด์ที่มียอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศสูงที่สุดไล่เรียงกันลงไปตั้งแต่อันดับ 1 โตโยต้า, อันดับ 2 อีซูซุ, อันดับ 3 ฮอนด้า, อันดับ 4 นิสสัน และ อันดับ 5 มิตซูบิชิ ซึ่งทั้ง 5 แบรนด์นี้มีเพียงแบรนด์เดียวที่มีความเป็นไปได้สูงอย่างมากที่จะมียอดจำหน่ายที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่าปี 2550 คือยอดจำหน่ายของค่ายฮอนด้า นับเนื่องจากต้นปีจนสิ้นสุดเดือนพฤศจิกายน ฮอนด้ามียอดจำหน่ายที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 40.4% ขณะที่แบรนด์ที่จำหน่ายได้มากกว่านี้หรือน้อยกว่านี้มียอดจำหน่ายที่ปรับตัวลดลงทั้งสิ้น โตโยต้าลดง -6.1% อีซูซุลดลง -8.6 นิสสันลด -17.1% และมิตซูบิชิลดลง -7.7%

ตลาดรถยนต์นั่งต้องจัดให้ปีนี้เป็นปีทองก็ว่าได้ทั้งนี้เนื่องจากปัญหาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงราคาแพงก่อนหน้านี้ที่กลับคืนสู่สภาวะปกติ ตลาดรถยนต์ที่เป็นตลาดหลักอย่างรถปิคอัพ 1 ตันเข้าสู่สภาวะปกติรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลเริ่มจำหน่ายขายได้ตามปกติ ความต้องการรถยนต์ที่ดัดแปลงให้ใช้เชื้อเพลิงได้สองระบบลดน้อยถอยลงไป ก็ไม่ทำให้ยอดจำหน่ายโดยรวมของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลต้องลดลงจากปีที่แล้วโดยมกราคมถึงพฤศจิกายนมียอดจำหน่ายรวมกันที่ 202,980 คันปรับตัวสูงกว่าช่วง 11 เดือนของปีที่แล้วถึง 28.4% และส่วนใหญ่ทุกแบรนด์ที่มีรถยนต์นั่งจำหน่ายจะมีผลงานเป็นบวกทั้งสิ้นสำหรับ 5 อันดับแรกของรถยนต์นั่งสุดฮิตของเมืองไทยนั้นมกราคมถึงพฤศจิกายน โตโยต้า จำหน่ายได้ 96,721 คันสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 14.1% ฮอนด้า 71,851 คันสูงขึ้น 47.8% เชฟโรเล็ท 9,410 คันปรับตัวสูงขึ้น 40.4% นิสสัน 6,771 คันปรับตัวสูงขึ้น 60.9% และมาสด้า 3,635 คัน 27.7% 5 อันดับแรกของเก๋งอันดับความนิยมน่าจะไม่การเปลี่ยนแปลงแต่ที่น่าสนใจได้แก่อันดับที่ 6 ที่เป็นของค่ายมิตซูบิชิอยู่แต่ค่ายรถหรูอย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์หายใจรดต้นคออยู่มีระยะห่างกันเพียงแค่ร้อยกว่าคันเท่านั้น ถึงแม้เมอร์เซเดส-เบนซ์จะเป็นรถหรูราคาแพงแต่ก็มีหลากหลายโมเดลที่ถูกใจคนมีสตางค์ให้เลือกใช้ส่วนมิตซูบิชิมีรถยนต์นั่งให้เลือกเพียงโมเดลเดียวโอกาสที่ลูกค้าของมิตซูบิชิจะเปลี่ยนใจไปคบหาแบรนด์อื่นในระดับราคาเดียวกันย่อมมีสูงกว่าคนรักเบนซ์ที่สามารถเลือกซื้อโมเดลที่เหมาะสมโดยไม่ต้องไปคบหาแบรนด์อื่นและอาจมีผลให้เมอร์เซเดส-เบนซ์แซงขึ้นไปยึดอันดับ 6 ของรถยนต์นั่งขายดีที่สุดปี 2551 ก็เป็นได้

ตลาดรถยนต์นั่งเดือนพฤศจิกายนเมื่อเทียบกับเดือนตุลาคมปรับตัวลดลงไปบ้างตามสภาวะเศรษฐกิจโดยลดลง -1.4% มียอดจำหน่ายรวมกันที่ 18,176 คันโดยที่รถยนต์นั่งที่จำหน่ายได้มากที่สุดอันดับ 1 และ 2 กับอันดับ 3 และ 4 มียอดจำหน่ายที่ทิ้งห่างกันไม่มากนัก โตโยต้ามาเป็นอันดับหนึ่งจำหน่ายไปได้ 8,097 คันทิ้งฮอนด้าที่จำหน่ายมากที่สุดเป็นอันดับสอง 617 คัน ฮอนด้าจำหน่ายได้ 7,480 คัน ขณะที่อันดับสาม นิสสันเฉือนอันดับสี่เชฟโรเล็ทเพียง 28 คันเท่านั้น นิสสันจำหน่ายรถยนต์นั่งเดือนพฤศจิกายนได้รวมทั้งสิ้น 579 คัน ส่วนเชฟโรเล็ทอยู่ที่ 551 คัน ส่วนอันดับที่ห้าของรถยนต์นั่งขายดีเดือนพฤศจิกายนเป็นของมาสด้า จำหน่ายได้ 317 คัน

ในส่วนของรถปิคอัพ 1 ตันไม่รวมรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้ออเนกประสงค์ผ่านไป 11 เดือน ยอดจำหน่ายของปิคอัพทั้ง 8 แบรนด์รวมกันลดลง -14.7% จำหน่ายรวมกันได้ 293,627 คันหรือคิดเป็นจำนวนคันแล้วยังตามหลังยอดจำหน่ายปี 2550 อยู่อีก 96,680 คันยังไง ๆ เวลาแค่ 31 วันให้ยอดเซียนเหยียบเมฆขนาดไหนก็คงปั้นยอดให้ทะลุยอดจำหน่ายปี 2550 ไม่ได้ ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนพฤศจิกายนไม่ว่ายักษ์เล็กหรือยักษ์ใหญ่มียอดจำหน่ายที่ปรับตัวลดลงโดยถ้วนหน้า โตโยต้าอยู่ในตำแหน่งหัวแถวมียอดจำหน่ายรวมตั้งแต่ต้นปี 118,753 คันลดลงกว่าช่วงเดียวกันนี้ของปีที่แล้ว -14.6% อีซูซุยอดจำหน่ายรวม 114,335 คันลดลง -7.4% นิสสันจำหน่ายไปได้ทั้งสิ้น 21,462 คันลดลง -25.2% มิตซูบิชิจำหน่ายได้ 17,051 คันลดลง -14.4%และเชฟโรเล็ทจำหน่ายไป 8,549 คันลดลง -25.4% ส่วน ทาทา ต้องยกเว้นไว้หนึ่งรายเพราะเพิ่งมาลงทะเบียนแจ้งเกิดในปี 2551 นี้เอง

เดือนพฤศจิกายนรถปิคอัพ 1 ตันมียอดจำหน่ายรวม 23,403 คันลดลงจากเดือนตุลาคม -6.0% โตโยต้า จำหน่ายไปได้ 10,069 คันได้ส่วนแบ่งตลาดไป 43.0% แต่ยอดจำหน่ายนี้ลดลงกว่าเดือนตุลาคม -6.2% อีซูซุ จำหน่ายได้ 9,491 คันมีส่วนแบ่งตลาด 40.6% ยอดจำหน่ายกระเตื้องขึ้นกว่าเดือนที่แล้วเล็กน้อยที่ 0.5% นิสสัน จำหน่ายสายพันธุ์นาวาราได้ทั้งสิ้น 1,402 คันส่วนแบ่งตลาด 6.0% ยอดหายไปจากเดือนตุลาคม -11.9% อันดับที่สี่เป็นของมิตซูบิชิ ไทรทันจำหน่ายไปได้ 998 คันส่วนแบ่งตลาด 4.3% ลดลงจากเดือนตุลาคมมากหน่อย -28.2% และอันดับที่ห้าเป็นของเชฟโรเล็ท โคโรลาโด จำหน่ายได้ 569 คันส่วนแบ่งตลาด 2.4% ปรับตัวสูงที่สุด 3.6%

ส่วนรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้ออเนกประสงค์ปี 2551 นี้ไม่รุ่งอย่างปี 2550 ผ่านไป 11 เดือนมียอดจำหน่ายรวมกันที่ 21,427 คันลดลง -18.3% ยอดจำหน่าย 11 เดือนไล่เรียงจากอันดับหนึ่งถึงอันดับห้า ฮอนด้ามีสิทธิ์สูงที่จะคว้าแชมป์ยอดจำหน่ายของตลาดรถยนต์ประเภทนี้จำหน่ายไปแล้ว 8,149 คันน้อยกว่าปีที่แล้วเพียง 2.4% อันดับสองเป็นของโตโยต้า 7,793 คันน่าจะไล่ไม่ทันฮอนด้า ซีอาร์-วีแล้วสำหรับเวลาที่เหลืออีกเพียงเดือนเดียว อันดับสามเป็นของเชฟโรเล็ท 2,579 คัน อันดับที่สี่เป็นของมิตซูบิชิ 974 คันและอันดับที่เป็นของอีซูซุ 686 คัน และสำหรับเดือนพฤศจิกายนยอดจำหน่ายรถยนต์ประเภทนี้อยู่ที่ 1,490 คันลดลงจากเดือนตุลาคม -25.9% โตโยต้าเฉือนฮอนด้าไปจากยอดจำหน่าย 535 คัน ส่วนฮอนด้าได้อันดับสองยอดจำหน่าย 375 คัน อันดับสามเป็นมิตซูบิชิ 273 คัน อันดับที่สี่ได้แก่ เชฟโรเล็ทและอีซูซุอยู่ในอันดับที่ห้า

ต้องลุ้นกันอีกพอแรงสำหรับยอดจำหน่ายปี 2551 แต่ต้องแสดงความยินดีกับผู้จัดงานงานมอเตอร์เอ็กซ์โปที่ผ่านพ้นโดยมียอดจองรถยนต์ยี่ห้อต่าง ๆ ในงานรวมกันถึงหนึ่งหมื่นสี่พันกว่าคันขณะที่ผู้เข้าชมงานก็ไม่น้อยกว่าปีที่ผ่าน ๆ มา เยี่ยมครับ

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com