ฮอนด้าครองแชมป์ยอดขายเดือนมิถุนายนสูงสุดอีกครั้ง

Home / ข่าวสาร / ฮอนด้าครองแชมป์ยอดขายเดือนมิถุนายนสูงสุดอีกครั้ง

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความสำเร็จ ในฐานะแบรนด์รถยนต์ยอดนิยมในประเทศไทย เผยยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลประจำเดือนมิถุนายน 2556 ก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง ด้วยยอดรวมทั้งสิ้น 17,345 คัน ทั้งยังมียอดขายรถยนต์สะสมในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ (มกราคม – มิถุนายน 2556) สูงสุดเป็นอันดับหนึ่งในตลาด โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 131,458 คัน เพิ่มขึ้น 172% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (จำนวน 48,309 คัน) จากการเดินหน้าทำตลาดเชิงรุกด้วยกลยุทธ์การนำเสนอยนตรกรรมที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการและทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ด้วยการเปิดตัวรถยนต์มากสุดถึง 12 รุ่น ภายในระยะเวลาหนึ่งปี ส่งผลให้ฮอนด้าก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทยเป็นครั้งแรกตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว และครองความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงครึ่งปีแรกของปี 2556 นี้ โดยรถยนต์ทุกกลุ่มของฮอนด้าล้วนได้รับการต้อนรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้าชาวไทย

 ฮอนด้าครองแชมป์ยอดขายเดือนมิถุนายนสูงสุดอีกครั้ง  รูปที่ 1

ฮอนด้า ซิตี้ รถยนต์ยอดนิยมตลอดกาล
ฮอนด้า ซิตี้ เป็นรถยนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในกลุ่มซับคอมแพคท์ที่มีจำหน่ายในประเทศไทย โดยมียอดขายเดือนมิถุนายนสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง จำนวน 9,044 คัน หรือคิดเป็น 39% ของกลุ่มรถยนต์นั่งประเภทซับคอมแพคท์ และมียอดขายสะสม จำนวนทั้งสิ้น 53,175 คัน (มกราคม-มิถุนายน 2556) หรือคิดเป็น 33.6% ของรถยนต์กลุ่มนี้

ฮอนด้าครองแชมป์ยอดขายเดือนมิถุนายนสูงสุดอีกครั้ง  รูปที่ 2

ฮอนด้า แอคคอร์ด ที่สุดแห่งความปรารถนา
ฮอนด้า แอคคอร์ด ยนตรกรรมสุดหรูเจนเนอเรชั่นที่ 9 ที่มาในแนวคิด ที่สุดแห่งความปรารถนาของยนตรกรรมระดับพรีเมี่ยม หรูหรา สง่างาม ครบครันด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ สามารถสร้างยอดขายเดือนมิถุนายน สูงสุดในกลุ่มรถยนต์นั่งประเภทครอบครัวด้วยยอดขาย 1,306 คัน หรือคิดเป็น 57.6% และเมื่อนับตั้งแต่การเปิดตัวในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาตลอดระยะเวลาสามเดือน (เมษายน – มิถุนายน 2556) ฮอนด้าแอคคอร์ดยังครองตำแหน่งยอดขายอันดับหนึ่งของกลุ่มอีกด้วย

ฮอนด้าครองแชมป์ยอดขายเดือนมิถุนายนสูงสุดอีกครั้ง  รูปที่ 3

ซีอาร์-วี รถสปอร์ตอเนกประสงค์เหนือระดับ
ซีอาร์-วี รถสปอร์ตอเนกประสงค์ เจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวเมื่อปลายเดือนกันยายนปีที่แล้ว ด้วยดีไซน์ที่แข็งแกร่ง หรูหรามีระดับ ครบครันด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย และระบบความปลอดภัยเต็มรูปแบบ สร้างยอดขายสูงสุดในเดือนมิถุนายน 1,570 คัน หรือคิดเป็น 60% โดยมียอดขายสะสมรวม 14,052 คัน  (มกราคม – มิถุนายน 2556) หรือ 76% ของส่วนแบ่งตลาดรถยนต์กลุ่มนี้

ฮอนด้าครองแชมป์ยอดขายเดือนมิถุนายนสูงสุดอีกครั้ง  รูปที่ 4

ฟรีด ผู้นำเทรนด์รถอเนกประสงค์
นับตั้งแต่ฮอนด้ารุกตลาดรถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัว ด้วยการเปิดตัว ฮอนด้า ฟรีดใหม่ ที่มีดีไซน์สปอร์ต
โฉบเฉี่ยว เพื่อสร้างเทรนด์ใหม่สำหรับลูกค้ากลุ่มนี้เมื่อเดือนกันยายน 2555 ส่งผลให้รถยนต์ในกลุ่มนี้มีการเติบโตมากขึ้น โดยฟรีด ใหม่ สามารถสร้างยอดขายเดือนมิถุนายนจำนวน 629 คัน ครองส่วนแบ่ง 39.10% โดยมียอดขายสะสมจำนวน 4,197 คัน หรือ 34.50% (มกราคม ถึง มิถุนายน 2556)

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความสำเร็จที่มีมาอย่างต่อเนื่องนั้นทางบริษัทฯ ต้องขอขอบคุณทุกการสนับสนุนของลูกค้าชาวไทย ที่ให้การตอบรับรถยนต์ทุกกลุ่มของฮอนด้าด้วยดีมาโดยตลอด สำหรับในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2556 นี้ ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นในการนำเสนอยนตรกรรมคุณภาพสูงสู่ลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายการทำตลาดเชิงรุกเพื่อครองความเป็นหนึ่งในตลาด โดยคาดว่าจะสามารถทำยอดการจำหน่ายรวมของปีนี้ได้มากกว่า 200,000 คัน และล่าสุดฮอนด้ายังได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์เพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่ บนพื้นที่ 1,600 ไร่ ด้วยมูลค่าการลงทุน 17,150 ล้านบาท ณ สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดปราจีนบุรี โดยโรงงานแห่งใหม่นี้จะมีกำลังการผลิต 120,000 คันต่อปี พร้อมเริ่มเดินสายการผลิตได้ในปี 2558 และสร้างโอกาสในการจ้างงานประมาณ 2,500 อัตรา ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจฮอนด้า ที่มุ่งเน้นให้มีฐานการผลิตในพื้นที่ที่ใกล้กับลูกค้า เพื่อตอบสนองความต้องการการใช้รถยนต์ที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียโอเชียเนียอีกด้วย  นอกจากนี้ ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจไปพร้อมกับการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เคียงข้างสังคมไทย โดยกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทยได้ร่วมกันสมทบเงินจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เข้ากองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย โดยปัจจุบันมีเงินสมทบเข้ากองทุนฯ แล้วจำนวน 500 ล้านบาท โดยเงินจำนวนนี้กองทุนฯ ได้นำไปใช้ในกิจกรรมช่วยเหลือผู้ประสบภัยตลอดจนกิจกรรมภายใต้กองทุนอย่างต่อเนื่อง”