มิตซูฯปลื้ม แลนเซอร์CNGขายดี

Home / ข่าวสาร / มิตซูฯปลื้ม แลนเซอร์CNGขายดี

"มิตซูบิชิ" เป็นปลื้ม หลังรถ "ซีเอ็นจี" ขายดี เผยมีแบ็กออร์เดอร์สูงถึง 3 เดือน เตรียมเจรจากับบริษัทผู้รับติดตั้งชุดอุปกรณ์ซีเอ็นจี อัดกำลังการผลิตเพิ่ม ชี้พฤติกรรมคนไทยเปลี่ยน เริ่มมองหาความคุ้มค่ามากขึ้น แย้มศึกษาความเป็นไปในเพื่อส่งออกรถ "ซีเอ็นจี" จากประเทศไทยไปทั่วโลก

 

นายโนบุยูกิ มูราฮาชิ ผู้อำนวยการ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิด "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงความสำเร็จของบริษัท หลังจากตัดสินใจส่งรถยนต์พลังงานทางเลือกอย่างมิตซูบิชิ แลนเซอร์ ซีเอ็นจี ออกสู่ตลาด ปรากฏว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และถือว่าสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยเฉพาะยอดขายในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งมียอดสูงถึง 450 คัน จากเดิมคาดว่าจะขายเดือนละ 200-300 คันเท่านั้น ขณะที่ยอดจำหน่ายของแลนเซอร์ อีเอ็กซ์ มียอดขายอยู่ที่ 180 คัน และไทรทัน ซีเอ็นจี 300 คัน

สำหรับแลนเซอร์ อีเอ็กซ์นั้น บริษัทถือว่าค่อนข้างน่าพอใจกับยอดขาย และเชื่อว่าจากนี้ไปจะมียอดขายเพิ่มขึ้นสำหรับแลนเซอร์ อีเอ็กซ์ ทั้งนี้เป็นผลเนื่องมาจากบริษัทจะเน้นทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดควบคู่ไปกับ การจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย โดยเฉพาะการเพิ่มอุปกรณ์ต่าง ๆ และรุ่นพิเศษให้กับแลนเซอร์ อีเอ็กซ์ อย่างต่อเนื่อง

"เดิมเราไม่คิดว่าแลนเซอร์ ซีเอ็นจี จะขายได้ดีขนาดนี้ วันนี้เรามียอดรวมไปแล้วกว่า 630 คัน แม้ว่ายอดขายของอีเอ็กซ์จะน้อยกว่าที่คาดไว้ แต่เมื่อยอดขายรวมทั้งอีเอ็กซ์และซีเอ็นจีออกมาแล้วถือว่ามากกว่าเป้าหมาย ที่ตั้งไว้ จากนี้ไปเราคงต้องพยายามส่งเสริมตัวอีเอ็กซ์ด้วยแคมเปญต่าง ๆ และเชื่อว่าอนาคตยอดขายตัวนี้จะเพิ่มมากขึ้น และเราก็ไม่ได้รู้สึกกังวลกับตรงนี้" นายมูราฮาชิกล่าว

ประกอบกับที่บริษัทตัดสินใจส่งรถยนต์มิตซู บิชิ ไทรทัน ซีเอ็นจี ออกสู่ตลาด เมื่อช่วงงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา ปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดีเช่นเดียวกัน โดยขณะนี้มีคำสั่งซื้อล่วงหน้านานถึง 3 เดือน หรือประมาณ 900 คัน ซึ่งกำลังการผลิตต่อเดือนนั้นมีอยู่ที่ 300 คันต่อเดือนเท่านั้น ส่วนแลนเซอร์ ซีเอ็นจี มีคำสั่งซื้อล่วงหน้านานถึง 2 เดือน และขณะนึ้บริษัทอยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการเจรจากับบริษัทผู้รับติดตั้งชุด อุปกรณ์ซีเอ็นจี ถึงความเป็นไปได้ในการเพิ่มกำลังการผลิต

 

 

นายมูราฮาชิยังได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ กรณีที่จะผลิตรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน ซีเอ็นจี เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดส่งออกว่า ถือเป็นแนวคิดที่ดี และบริษัทเองก็อยู่ระหว่างขั้นตอนของการศึกษาความเป็นไปได้ รวมถึงรายละเอียดต่าง ๆ อย่างไรก็แล้วแต่คาดว่าปีนี้น่าจะยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนมากนัก

สำหรับแผนการเดินหน้าขยายเครือข่ายโชว์รูม และศูนย์บริการนั้น ภายในสิ้นปี มิตซูบิชิจะมีโชว์รูมและศูนย์บริการครบ 150 แห่งทั่วประเทศ จากปัจจุบันที่มีอยู่ 137 แห่ง ส่วนแผนการขยายโชว์รูมและศูนย์บริการในส่วนของรถยนต์มือสอง หรือมิตซูบิชิ ไดมอนด์ ยูสคาร์นั้น เนื่องจากนโยบายของบริษัทต้องการให้ตัวแทนจำหน่ายดำเนินธุรกิจขายรถยนต์แบบ ครบวงจร โดยมีทั้งรถยนต์ใหม่และรถยนต์มือสองไว้บริการ แต่เนื่องจากข้อจำกัดของดีลเลอร์ บวกกับปัจจุบันตลาดรถใหม่ยังขายดี ทำให้ดีลเลอร์ส่วนใหญ่ยังไม่สนใจกับโครงการรถยนต์มือสองเท่าที่ควร

ส่วนตลาดรถยนต์โดยรวมปีนี้ บริษัทคาดว่าน่าจะมียอดขายอยู่ที่ 700,000 คัน เนื่องจากมีค่ายรถยนต์หลายค่ายเตรียมส่งรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง และมิตซูบิชิยังคงยืนยันเป้าหมายเดิม คือต้องการมีส่วนแบ่งในตลาดโดยรวมอยู่ที่ 5% ต้องมียอดขายมากกว่า 32,000 คันอย่างแน่นอน ขณะที่ตลาดส่งออก บริษัทคาดว่าจะมียอดส่งออกที่ 160,000 คัน (รวมซีเคดี)

ทั้งนี้หากพิจารณาเป้าหมายของบริษัททั้งใน ส่วนของตลาดในประเทศและส่งออก จะเห็นว่ามีความต้องการสูงกว่ากำลังผลิตของโรงงานทั้ง 2 โรง ที่ปัจจุบันมีกำลังการผลิตที่ 200,000 คัน และตามแผนงานที่บริษัทได้ประกาศการลงทุน มูลค่า 1.5 หมื่นล้าน เพื่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ ซึ่งจะทำให้มิตซูบิชิ ประเทศไทย มีกำลังผลิตสูงถึง 400,000 คันต่อปี และถือเป็นฐานการผลิตใหญ่อันดับ 2 รองจากญี่ปุ่น

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก