ฮอนด้า ซีอาร์-แซด สปอร์ตพลังไฮบริด

Home / ข่าวสาร / ฮอนด้า ซีอาร์-แซด สปอร์ตพลังไฮบริด

ขอร่วมอนุรักษ์ลดโลกร้อนไปกับ ฮอนด้า ซีอาร์-แซด รถสปอร์ต ไฮบริด 2 ประตู ประหยัดพลังงานที่มาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูโฉบเฉี่ยว กะทัดรัด ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว ระบบปัดน้ำฝนแบบหน่วงเวลา และเสาวิทยุขนาดเล็กบนหลังคา

 

ภายในห้องโดยสารออกแบบได้อย่างลงตัว ตั้งแต่จอแสดงผล อีโค ดิสเพลย์ พวงมาลัยไฟฟ้าปรับระดับได้หุ้มด้วยหนังแท้ อีกทั้งเบาะยังสามารถพับเก็บได้ 60:40 ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมระบบกรองอากาศป้องกันภูมิแพ้

ส่วนระบบความปลอดภัยนั้น ซีอาร์-แซดมีถุงลมนิรภัยเอสอาร์เอสคู่หน้า พนักพิงศีรษะรองรับการกระแทกบริเวณต้นคอ ระบบกระจายแรงเบรก (อีบีดี) ระบบช่วยการทรงตัว (วีเอสเอ) เข็มขัดนิรภัยอีแอลอาร์ พร้อมระบบดึงกลับอัตโนมัติ จุดยึดเบาะนิรภัย สำหรับเด็ก ระบบกันขโมยพร้อมกุญแจนิรภัยอิมโมบิไลเซอร์ กระจกไฟฟ้ารอบคัน ประตูล็อกอัตโนมัติเมื่อรถเคลื่อนที่ พร้อมทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เช่น ระบบกุญแจสมาร์ท เอ็นทรี พร้อมปุ่มเปิด-ปิดประตูทั้ง 2 ฝั่ง ระบบสตาร์ตเครื่องยนต์อัจฉริยะ

ซีอาร์-แซดมาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน i-VTEC 4 สูบ 1.5 ลิตร ผนวกกับมอเตอร์ไฟฟ้ารวมให้แรงม้าสูงสุด 113 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที พร้อมเกียร์ซีวีที 7 จังหวะ กับโหมดการขับขี่ 3 แบบ คือ โหมดการขับขี่ปกติ โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต เน้นสมรรถนะการขับขี่และอัตราเร่งอย่างเต็มกำลัง และโหมดขับขี่แบบรักษาสิ่งแวดล้อม (อีโค) เน้นการประหยัดน้ำมัน เพียงแค่เปลี่ยนสวิตช์การขับขี่บริเวณด้านขวาของพวงมาลัย

สนนราคาช่วงเปิดตัวของซีอาร์-แซดคันนี้ ค่ายบีอาร์จีเคาะราคาที่ 2.29 ล้านบาท.

สวยล้ำนำสมัย
หลังจากที่ได้สัมผัสฮอนด้า ซีอาร์-แซด ไฮบริด “กีกี้-ศักดิ์ นานา” บอกถึงความรู้สึกว่า น่าสนใจ ยิ่งมาเห็นตัวจริงด้านหน้าตาก็ยิ่งชอบ เหมือนเอารถซีวิคมาผสมโฟล์ค โดยเฉพาะตรงกระจังหน้า แต่ท้ายรถดูท้ายหลิม ๆ ไฟท้ายใหญ่ กระจกมองหลังมีเหล็กกั้นตรงกลางระหว่างกระจกด้านบนกับด้านล่าง มีผลดีคือเมื่อรถคันอื่นเปิดไฟดวงใหญ่แสงไม่เข้าตา แต่ก็มีผลเสียคือเวลาจะถอยหลังแล้วมองได้ยากนิดนึง

ส่วนภายในตัวรถพูดตรง ๆ ว่าซูเปอร์อลังการ เหมือนอยู่ในอวกาศเลย หน้าปัดสีสันดูล้ำนำสมัย ดึงดูดสายตา ไฟดูโมเดิร์น เบาะนั่งนั้นทางฮอนด้าสามารถเก็บรายละเอียดในทุกจุด ดูออกเลยว่าภายในแพงแถมนั่งสบาย ความรู้สึกเมื่อจับพวงมาลัยดีมากเพราะตอนจอดกำลังดี และตอนขับด้วยความเร็วสูงเปลี่ยนเลนที่ความเร็วใกล้ 200 กม./ชม. เพื่อทดสอบสมรรถนะและจุดน้ำหนักของรถที่ถูกต้อง พูดตรง ๆ ว่าประทับใจช่วงล่างที่สุด เพราะจุดศูนย์กลางน้ำหนักรถ (Center of Gravity : CG) มาอยู่ที่ตรงกลางตัวทำให้ควบคุมรถได้ง่ายในขณะที่วิ่งด้วยความเร็วสูง และระบบเบรกตอบสนองได้ดี ระบบเกียร์ทิปทรอนิก ปรับเปลี่ยนได้คล่องตัว อุปกรณ์ ปุ่มควบคุมการใช้งานง่าย ชัดเจน ตรงไปตรงมา

ที่ชอบมากก็คือ สีหน้าปัดดึงดูดมากให้ความรู้สึกอวกาศ แต่ปัญหาที่จะตามมาคือ ไม่รู้ว่าการที่มีลูกเล่นพวกนี้เยอะ ๆ จะทำให้เบื่อรถคันนี้ง่ายหรือเปล่า อีกจุดหนึ่งที่ชอบคือเครื่องยนต์ 1,500 ซีซีเป็นระบบแบตเตอรี่ ซึ่งยอมรับว่าเป็นเครื่องยนต์เล็ก แต่แรงที่สุดตั้งแต่ขับมา เพราะการตอบสนองดีมาก ทั้งการออกตัว หรือขณะที่วิ่งด้วยความเร็วสูง เรียกว่าติไม่ได้จริง ๆ

อีกปัญหาที่มองว่าอาจจะเกิดขึ้นในอนาคตหรือเป็นคำถามที่คงต้องหาคำตอบต่อไป ว่า แบตเตอรี่ที่ใช้กับรถยนต์ไฮบริดนี้ จะมีความคงทนมากน้อยแค่ไหน ถ้าดูจากรถยนต์ปกติที่ไม่ใช่รถไฮบริด เราต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ทุก 2 ปี แต่ในกรณีเป็นรถไฮบริดที่นำมาใช้ในพื้นที่เขตร้อนคงอายุสั้นกว่าการใช้งานใน เมืองหนาวซึ่งมีอายุ 10 ปีขั้นต่ำ

 

ข้อติอีกประการหนึ่งคือ ในขณะที่รถวิ่งที่ความเร็ว 170 กม./ชม. ขึ้นไป เสียงเครื่องยนต์จะดัง เมื่อรอบเครื่องยิ่งสูงขึ้นรถจะสั่นเหมือนเครื่องจะตาย เป็นจุดเดียวที่รถคันนี้มีปัญหา และหาทางปรับปรุง

สำหรับราคาขายที่วางไว้ 2.29 ล้านบาทนั้น ถือว่าอยู่ในระดับค่อนข้างสูง หากผู้นำเข้าเคาะราคาจำหน่ายรถซีอาร์-แซด ให้นิ่มนวลได้มากกว่านี้ ก็จะเปิดโอกาสให้คนทั่วไปได้ใช้รถที่มีวิวัฒนาการ และเทคโนโลยีใหม่ ๆ มากขึ้น หรือแม้กระทั่งรถระบบไฟฟ้าที่มีสมรรถนะเทียบเท่ากับรถเครื่องยนต์เบนซิน ครับ.

 

ต้นแบบสปอร์ตแห่งอนาคต
หากพิจารณารูปโฉมโนมพรรณของเจ้าซีอาร์-แซดแล้ว ต้องยอมรับกันไปเลยว่าเป็นรถที่มี  รูปลักษณ์แปลกตาคันหนึ่ง แม้ตอนแรกเมื่อมองจากรูปภาพจะรู้สึกว่ารถรุ่นนี้มีสัดส่วนแปลก ๆ ดูหัวใหญ่ท้ายสั้น แต่หากพบกับตัวเป็น ๆ แบบสามมิติก็จะเปลี่ยนใจและต้องยอมรับว่านี่เป็นรถที่เก๋ไก๋คันหนึ่งทีเดียว ความประทับใจแรกเห็นจะไม่พ้นกระจังหน้าขนาดใหญ่ (มาก) ที่ดูดุดัน โคมไฟหน้า    ที่ดูเฉียบคม ส่วนโพรไฟล์ (Profile) ด้านข้างนั้นจะเห็นว่ารถเตี้ยกว่ารถซับคอมแพ็คทั่วไปมากพอสมควร และถูกเน้นด้วยเส้นสายและองค์ประกอบทางการออกแบบที่ช่วยให้เห็นแล้วรู้สึก ว่ารถนั้นพุ่งไปด้านหน้าตลอดเวลา            

ส่วนด้านท้ายนั้นเป็นทรงลาดแบบฟาสต์แบ๊กที่ดูลู่ลมในแบบทรงหยดน้ำ ซึ่งมีพื้นที่กระจกกินลงมาถึงด้านท้ายรถเพื่อช่วยเรื่องทัศนวิสัย (เอกลักษณ์ดั้งเดิมจากคูเป้รุ่นพี่ฮอนด้า ซีอาร์เอ็กซ์ จากยุคทศวรรษ 1980 และจากรุ่นอินไซท์) และสามารถเปิดได้ถึงขอบกันชนด้านบน
   
ส่วนด้านไฟท้ายทรงสามเหลี่ยมแบบแอลอีดีนั้นก็ดูเฉียบขาด ส่วนด้านล่างของกันชนหลังนั้นมีการออกแบบให้เป็นแผงดิฟฟิว เซอร์ซึ่งมาพร้อมกับไฟตัดหมอกหลังซึ่งดูลงตัวทั้งรูปลักษณ์และประสิทธิภาพ ด้านอากาศพลศาสตร์ ส่วนการเล่นแสงเงาบนตัวถังทำได้ดีดูเป็นสามมิติ ส่งผลให้ซีอาร์-แซดเป็นสปอร์ตคอมแพ็คที่สวยงามสะดุดตาคันหนึ่ง ซึ่งไม่น่าแปลกใจว่าซีอาร์-แซดไปได้ฉลุย ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าในญี่ปุ่นเกินความคาด หมายของฮอนด้าด้วยซ้ำไป
   
เมื่อมาพิจารณาภายในพบว่าได้รับอิทธิพลทางการออกแบบมาจากฮอนด้า ซีวิค และรถในตระกูลเครื่องยนต์ไฮบริดและไฮโดรเจนรุ่นต่าง ๆ อย่างอินไซท์และเอฟซีเอ็กซ์ อย่างชัดเจน แต่ก็มีการพัฒนาด้านการเลือกใช้รูปทรง, ตำแหน่งของปุ่มควบคุมต่าง ๆ และโดดเด่นด้วยการเน้นแสงสีน้ำเงินเข้มในการส่องสว่างภายใน ผลลัพธ์นั้นน่าสวยงาม ตื่นตาราวกับได้ขับรถยนต์ที่หลงมาจากโลกอนาคตยังไงยังงั้น

 

 

       
และสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์อีกประการก็คือ จอภาพเปลี่ยนสีได้ตามลักษณะการขับขี่ซึ่งจะบอกว่าเราขับขี่ได้ “กรีน” หรือช่วยลดมลพิษหากเราขับขี่แบบดุดันจอภาพจะกลายเป็นสีแดงเข้ม และจะค่อย ๆ กลายเป็นสีน้ำเงินเมื่อผ่อนความเร็วลงและกลายเป็นสีเขียวเมื่อเราสามารถขับ ขี่ได้นุ่มนวลช่วยตอกย้ำจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมในหัวใจของผู้ขับขี่และรถ ยนต์อื่น ๆ น่าที่จะติดตั้งระบบนี้เข้าไปเพื่อโลกของเราที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น
   
ดูเหมือนอะไร ๆ ก็ดูแล้วเป็นภาพลักษณ์ที่ก้าวหน้าและล้ำยุคทั้งนั้น ช่วยก่อให้ความรู้สึกด้านบวกกับชีวิตแห่งอนาคตได้ชัดเจน ยังขาดก็แต่ประสบการณ์การขับขี่ ซึ่งยังไม่ก่อให้เกิดประสบการณ์ด้านบวกมากนัก.

ข้อมูลทางเทคนิค
มิติ (ยาว/กว้าง/สูง)     4,080/1,740/1,395 มม.
แบบเครื่องยนต์     เบนซิน LEA-MF6 4 สูบ SOHC
ความจุกระบอกสูบ      1,496 ซีซี
กำลังสูงสุด    113 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด    144 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที                                                                 
ระบบขับเคลื่อน    ล้อหน้า
เกียร์    อัตโนมัติ 7 สปีด
ราคา    2,290,000 บาท

 

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก