เมอร์ เซเดส-เบนซ์ อี 250 ซีจีไอ ประหยัดแต่เร้าใจ

Home / ข่าวสาร / เมอร์ เซเดส-เบนซ์ อี 250 ซีจีไอ ประหยัดแต่เร้าใจ

ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ ! ถ้าวันนี้คุณได้ควบคุมรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์เบนซินแค่ 4 สูบเทอร์โบ ความจุเพียง 1.8 ลิตร แต่ได้สนุกเร้าใจและครบสูตรมากพอ ๆ กับเครื่องยนต์ V6 2.5 ลิตรในอดีต

 

ใช่แล้วครับ ผมกำลังหมายถึง เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี 250 ซีจีไอ ตัวเนี้ย…ที่คุณสามารถรีดกำลัง 204 แรงม้า แรงบิดมหาศาลอีก 310 นิวตันเมตร ในรอบเครื่องยนต์ต่ำ ๆ ได้อย่างเต็มพิกัด แต่สิ่งที่ได้กลับมา มันคือการประหยัดเงินในกระเป๋าจากการจ่ายค่าเติมน้ำมันได้ถึง 21% ที่สำคัญปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ยังลดน้อยลง สอดรับกับเทรนด์คนรุ่นใหม่ที่เน้น "ประหยัด-รักษ์โลก"

เครื่องยนต์ ตัวนี้ผ่านมาตรฐานข้อบังคับการควบคุมมลพิษในอากาศอันเข้มงวดของสหภาพยุโรป ประสิทธิภาพอันน่าทึ่งนี้เกิดจากการทำงานของระบบฉีดจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสู่ ห้องเผาไหม้โดยตรง (CGI-charged gasoline injection)

เป็นเทคโนโลยี อันล้ำหน้าที่ช่วยให้กำลังอัดของเครื่องยนต์เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้การเผาไหม้เป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ ลดการสึกหรอและยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ให้ยาวนานยิ่งขึ้น

ปกติผมเองก็ไม่ค่อยชอบเครื่องยนต์ 4 สูบหรอกนะครับ เพราะมีความรู้สึกว่า "นิ่ง" สู้เครื่องยนต์แบบ 6 สูบไม่ได้ แต่พอได้สัมผัสเจ้าตัวนี้ ฟันธงครับ 4 สูบก็โอเค ใช้ได้ เพลาถ่วงสมดุลคู่ (two LANCHESTER balancer shafts) ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างราบเรียบและนุ่มนวลยิ่งขึ้นในทุกย่านความ เร็ว การนำอะลูมิเนียมมาเป็นส่วนประกอบหลักของเครื่องยนต์ ใช้หัวลูกสูบที่ผลิตจากอะลูมิเนียมอัลลอยน้ำหนักเบา แต่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ และเทอร์โบที่มีน้ำหนักน้อยกว่าซูเปอร์ชาร์จถึง 4 ก.ก. ช่วยให้การสั่นสะเทือนและน้ำหนักรวมของเครื่องยนต์ลดน้อยลง ประหยัดอย่างเห็นได้ชัด

กำลังทั้งหมดถ่ายทอดผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดที่ปรับแต่ง อัตราทดมาอย่างลงตัว มีระบบวันทัชชิปที่ช่วยการขับขี่แบบสปอร์ตเพียงแค่โยกคันเกียร์ไปซ้ายเพื่อ ลดตำแหน่งเกียร์ หรือขวาเพื่อเพิ่ม ใช้งานง่ายขับสนุกจนคุณรู้สึกว่า การขับรถทางไกลซึ่งมองดูเป็นภาระที่หนักอึ้ง กลายเป็นเรื่องขำ ๆ ไปเลย

นอกจากความโดดเด่นด้านเครื่องยนต์ ระบบกันสะเทือนแบบไดเร็กต์คอนโทรลซึ่งปรับเปลี่ยนแกนกลางโช้กอัพแต่ละล้อตาม สภาพการขับขี่ให้ความรู้สึกหนึบเวลาขับสไตล์ดุดัน และนุ่มนวลในช่วงเวลาขับปกติ พวงมาลัยปรับความหนืดตามความเร็วรถ แม่นยำเที่ยงตรงมาก มีระบบ adaptive เบรกช่วยให้หยุดรถได้ดั่งใจ และยังมีโฮลฟังก์ชั่นป้องกันรถเคลื่อนตัวไปข้างหน้า และพยุงรถไม่ให้เคลื่อนถอยหลัง โดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้างไว้ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีระบบขจัดคราบน้ำและความชื้นที่เบรกช่วยให้การหยุดรถมี ประสิทธิภาพมากขึ้น

ภายในหรูหราสไตล์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เบาะหนังแท้อย่างดี คู่หน้าปรับไฟฟ้าหลายทิศทาง มีเมโมรี่ 3 ตำแหน่งคนขับและคนนั่ง ระบบควบคุมอุณหภูมิในรถแยกซ้ายขวา เครื่องเสียงชุดใหญ่ อ่านแผ่นได้ทุกประเภท มีปุ่มควบคุมบริเวณคอนโซลกลาง และบริเวณก้านพวงมาลัย รถคันนี้ยังมีระบบช่วยเหลืออีก 2 อย่าง คือ 1.ระบบช่วยจอด เลือกหมุนพวงมาลัยตามรูป และ 2.ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้า เซ็นเซอร์ตัวนี้จับจากสภาพการขับขี่ เห็นท่าไม่ดีจะมีรูปถ้วยกาแฟโชว์ขึ้นมา จอดล้างหน้าล้างตาหาอะไรร้อน ๆ ดื่มสักแก้ว ปลอดภัยดีครับ

อี 250 ซีจีไอ จัดเป็นรถหรูหราอีกคันที่น่าลงทุน ยิ่งรถคันนี้ติดสัญลักษณ์ BlueEFFICIENCY ด้านข้าง ซึ่งเป็นจุดขายของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ต้องการผลิตยานยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เขายืนยันว่าสิ่งที่เขาคิดไม่ได้จบลงที่ห้องปฏิบัติการเท่านั้น หากโลดแล่นอยู่บนท้องถนนแล้ววันนี้

กับค่าตัว 4.29 ล้านบาท แลกกับเทคโนโลยีและความหรูหรา โอโถ่ง ที่สำคัญประหยัด รักษ์โลก ผมว่าอี 250 ซีจีไอ Avantgarde ตัวนี้ใช่เลย…สำหรับผู้บริหารรุ่นใหม่ครับ

 

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก