กีกี้ ศักดิ์ นานา ดริฟต์หาสมบัติ

Home / ข่าวสาร / กีกี้ ศักดิ์ นานา ดริฟต์หาสมบัติ

วงการแข่งดริฟต์ ชื่อที่ทุกคนรู้จัก ย่อมต้องมี กีกี้ "ศักดิ์ นานา" อยู่ด้วยแน่นอน ด้วยความสามารถที่ไม่เป็นสองรองใคร และถือเป็นผู้บุกเบิกการแข่งขันดริฟต์มาสู่บ้านเรา แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ นักดริฟต์คนนี้ต้องผ่านการฝึกซ้อมมากมาย ด้วยการฝึกแบบครูพักลักจำ แต่งเครื่องเองตามใจชอบ และลองซ้อมเทคนิคต่าง ๆ ด้วย ตัวเอง

 

"ช่วงหัดใหม่ ๆ ผมใช้นิสสัน เอสเอ็กซ์ ลองโมดิฟายตามความชอบของเราเอง ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่ให้พอดีกับความแรง ลองผิดลองถูกอยู่เป็นปีเหมือนกัน จนใน ปี 2542 ผมเริ่มจัดอีเวนต์โชว์การดริฟต์เป็นครั้งแรก คนจึงเริ่มรู้จักตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เมื่อได้ไปแข่งสนามต่าง ๆ ผมภูมิใจที่เรามีโอกาสสร้างชื่อเสียงให้คนต่างชาติได้รู้จักเราในฐานะคนไทย และมีน้องหลายคนที่ได้เอาความรู้นี้กลับมาพัฒนาวงการดริฟต์บ้านเราด้วย" ดริฟต์กูรูกล่าว

และสนามล่าสุดที่นักแข่งคนนี้กำลังจะลงสนามชิงชัย คือ "ซุปเปอร์คาร์บางแสน สปีด เฟสติวัล" ซึ่งขณะนี้กำลังเก็บตัวฝึกที่สิงคโปร์ โดยมีสปอนเซอร์จากหลายบริษัท ทั้งเรดบูล ปตท. ล้อแม็กเลนโซ่ ชุดแข่งสปาร์โก

กีกี้บอกว่า เทคนิคการแข่งสำหรับเขาไม่มีอะไรซับซ้อน เพียงแต่พักผ่อนให้ เพียงพอ เพราะการแข่งกับคนอื่น ๆ ทั่วโลก ฝีมือไม่มีใครแพ้ใคร ร่างกายต้องพร้อม จริง ๆ จะนอนตั้งแต่ 1-2 ทุ่ม ตื่นตี 4 วิ่งวอร์มร่างกาย 2-3 กิโลเมตร ทำจิตใจให้สบาย ไม่กินน้ำตาล ชา กาแฟ รับประทานมื้อเช้าให้เต็มที่ และเริ่มซ้อมตั้งแต่ 7 โมง นอกจากนี้ สิ่งสำคัญ คือถ้ารู้จักนิสัย ใจคอแต่ละคน ก็จะไม่กลัวอะไรเลย เมื่อไปถึงสนามแล้ว จะพยายามทำสมาธิ ไม่พูดคุยอะไรมาก

"เป็นที่รู้กันว่า นักแข่งจะไม่ปล่อยเต็มที่ในสนามซ้อม แต่จะพยายามออมไว้ไปโชว์ในสนามจริง ดังนั้น ระหว่างซ้อม ก็เหมือนการเล่นเกมหาสมบัติ แอบมองโค้ง สภาพอากาศ อุณหภูมิ ลมขนาดนี้ จะใช้ความเร็ว ใช้เทคนิคอะไร เราต้องหาให้เจอ ว่าสนามนี้จะใช้ประโยชน์อย่างไร ถ้าเจอ ก็เหมือนเจอขุมทรัพย์ เพราะทุกครั้งที่แข่งก็เหมือนกับเริ่มต้นใหม่ มีปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ต้องแก้ไข แม้กระทั่งเรื่องกรวด ทราย ก็เป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการแข่ง หลายคนอาจจะมองว่าสนามแข่งแต่ละแห่งจะดูเหมือนกันหมด แต่ที่จริงไม่เหมือนกันเลย" กีกี้กล่าว

นอกจากนี้เขาได้แนะนำนักแข่งมือใหม่ที่อยากแข่งดริฟต์ว่า ถามตัวเองว่ารักจริงหรือไม่ หรือชอบแค่การแต่งรถหรือเปล่า ถ้ารักการดริฟต์แล้ว ก็ทำให้เต็มที่ เพราะต้องใช้ทักษะในการบังคับ การศึกษาหาเทคนิคใหม่ ๆ

"ในวงการการแข่งขันบ้านเรา ผมว่ามันพัฒนาไปมาก มีการพัฒนาการแข่งขันไปเรื่อย ๆ ทั้งคนดู คนแข่ง มีการเชิญคณะกรรมการมาจากหลาย ๆ ประเทศ รู้สึกว่ามาตรฐานดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะการแข่งดริฟต์ เป็นกีฬาที่สนุก เข้าใจได้ง่าย เรียนรู้เพื่อพัฒนาการ" ดริฟต์กูรูกล่าวปิดท้าย

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก