ขายรถยนต์3เดือนฉิว ยอดรวมทะลุ1.6แสน

Home / ข่าวสาร / ขายรถยนต์3เดือนฉิว ยอดรวมทะลุ1.6แสน

โตโยต้าเผยยอดขายไตรมาสแรกปี53 ตลาดรถยนต์สดใส ยอดขายทะลุ 166,802 คัน เฉพาะ มี.ค.ขาย 63,067 คัน เพิ่มขึ้น 52.6% รถกระบะยังไม่โดนรถเล็กเบียด ยอดขายพุ่งกว่า 60%

 

นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์ไตรมาสแรกปี53 มีปริมาณการขาย 166,802 คัน เพิ่มขึ้น 54.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์นั่งมีปริมาณการขาย 66,247 คัน เพิ่มขึ้น 50.7% ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และรถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 87,062 คัน เพิ่มขึ้น 58.0% รถเพื่อการพาณิชย์ 100,555 คัน เพิ่มขึ้น 57.6%

สำหรับเดือนมีนาคม 2553 มีปริมาณการขายทั้งสิ้น 63,067 คัน เพิ่มขึ้น 52.6% ประกอบด้วยรถยนต์นั่ง 23,122 คัน เพิ่มขึ้น 42.8% รถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และรถกระบะดัดแปลง PPV) จำนวน 34,938 คัน เพิ่มขึ้น 61.7% รถเพื่อการพาณิชย์ 39,945 คัน เพิ่มขึ้น 58.9%

ทั้งนี้เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ดีขึ้น ประกอบกับการแนะนำรถยนต์นั่งรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดหลายรุ่น ทั้งรถยนต์ประหยัดพลังงาน รถยนต์ขนาดเล็กและขนาดกลาง ตลอดจนอัตราดอกเบี้ยที่ยังทรงตัว ส่งผลต่อความเชื่อมั่นและการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค

และในเดือนเมษายนคาดว่าตลาดรถยนต์ยังคงเติบโตเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ความนิยมในรถยนต์รุ่นใหม่ ตลอดจนยอดจองรถยนต์ในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ที่ผ่านมาสูงถึง 27,878 คัน และราคาน้ำมันที่ไม่ผันผวนมากนัก ยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดรถยนต์

โดยปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เดือน มีนาคม 2553 ตลาดรถยนต์รวมปริมาณการขาย 63,067 คัน อันดับที่ 1 โตโยต้า 28,019 คัน ส่วนแบ่งตลาด 44.4% อันดับ ที่ 2 อีซูซุ 13,139 คัน ส่วนแบ่งตลาด 20.8% อันดับที่ 3 ฮอนด้า 6,338 คัน ส่วนแบ่งตลาด 10.0%

ตลาดรถยนต์นั่งปริมาณการขาย 23,122 คัน อันดับที่ 1 โตโยต้า 10,427 คัน ส่วนแบ่งตลาด 45.1% อันดับที่ 2 ฮอนด้า 5,933 คัน ส่วนแบ่งตลาด 25.7% อันดับที่ 3 มาสด้า 2,120 คัน ส่วนแบ่งตลาด 9.2%

ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และรถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 34,938 คัน เพิ่มขึ้น 61.7% อันดับที่ 1 โตโยต้า 15,960 คัน ส่วนแบ่งตลาด 45.7% อันดับที่ 2 อีซูซุ 12,289 คัน ส่วนแบ่งตลาด 35.2% อันดับที่ 3 นิสสัน 2,384 คัน ส่วนแบ่งตลาด 6.8%

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก