เจาะยอด เก๋งเล็ก แจ้งเกิดตลาดใหม่

Home / ข่าวสาร / เจาะยอด เก๋งเล็ก แจ้งเกิดตลาดใหม่

ตลาดรถยนต์เริ่มปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส4ปีที่ผ่านมา และชัดเจนมากขึ้นในช่วงต้นปีนี้โดยเมื่อผ่านไป2เดือน ยอดขายรวมทำได้1.03 แสนคันเพิ่ม56%

 

นอกจากนั้นยังมีสัญญาณ อื่นๆที่บ่งบอกตลาดกลับมาเติบโตอีกครั้ง เช่น ยอดจองในงานมอเตอร์โชว์ ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 2.8 หมื่นคัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมากว่า 60%

ท่ามกลางการขยายตัวของตลาด กลุ่มที่ถูกจับตามองมากเป็นพิเศษก็คือ รถยนต์นั่งขนาดเล็ก ว่าจะเข้ามามีบทบาทในตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะในปีนี้ หลังจากที่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีรถอย่างน้อย 2 รุ่นที่มีบทบาทมากเป็นพิเศษ นั่นคือ รถบี-คาร์ มาสด้า 2 และนิสสัน มาร์ช อีโค คาร์ คันแรกของประเทศ โดยในงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา มาร์ช มียอดจองกว่า 3,000 คัน ขณะที่มาสด้า 2 มียอดจอง 2,452 คัน จากยอดทั้งหมดของมาสด้า 3,234 คัน ส่งผลให้ปีนี้นิสสัน ทำสถิติใหม่ ด้วยการสร้างตัวเลขการจองเป็นอันดับ 2 รองจากโตโยต้า ด้วยยอด 3,675 คัน ขณะที่มาสด้า อยู่อันดับ 4 จากที่โดยปกติแล้ว 3 อันดับแรก จะครองโดย โตโยต้า ฮอนด้า และอีซูซุ

ขณะที่ฮอนด้า ซึ่งเป็นผู้ค้ารายใหญ่ในตลาดรถยนต์นั่ง รายงานตัวเลขยอดจำหน่ายช่วง ม.ค.-ก.พ.2553 ซึ่งมียอดรวม 1.55 หมื่นคัน ว่ารถขนาดเล็กได้รับความนิยมสูงสุด โดยฮอนด้า ซิตี้ มียอด 5,869 คัน ฮอนด้า แจ๊ซ 2,265 คัน ขณะที่ตลาดที่ใหญ่ขึ้นมาในระดับ ซี-เซ็กเมนต์ คือ ฮอนด้า ซีวิค มียอด 4,636 คัน และหากแยกออกมาเป็นตลาดเฉพาะบี-เซ็กเมนต์ หรือซับคอมแพคท์ ของทุกยี่ห้อ ช่วง ม.ค.-ก.พ. พบว่ามียอดขายรวม 2 หมื่นคัน มากที่สุดในตลาดรถยนต์นั่ง แบ่งเป็น โตโยต้า วีออส 7,485 คัน ฮอนด้า ซิตี้ 5,869 คัน มาสด้า 2 จำนวน 2,484 คัน ฮอนด้า แจ๊ซ 2,265 คัน และโตโยต้า ยาริส 1,919 คัน

ขณะที่ตลาดคอมแพคท์ มียอด 1.37 หมื่นคัน ประกอบด้วย โตโยต้า อัลติส 5,113 คัน ฮอนด้า ซีวิค 4,636 คัน นิสสัน ทีด้า 1,030 คัน มาสด้า 3 จำนวน 1,021 คัน และมิตซูบิชิ แลนเซอร์ 532 คัน ส่วนรถยนต์นั่งขนาดกลาง มียอดรวม 5,256 คัน นำโดยโตโยต้า คัมรี่ 2,948 คัน ฮอนด้า แอคคอร์ด 955 คัน นิสสัน เทียน่า 908 คัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี -คลาส 286 คัน และบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 อีก 133 คัน

ตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ไม่ได้เพิ่งมีบทบาทสำคัญในปีนี้ แต่เริ่มตั้งแต่ปีที่ผ่านมา หลังจากที่ตลาดรถยนต์หดตัวอย่างรุนแรง ตั้งแต่ช่วงต้นปี โดยมีอัตราถดถอยกว่า 30% ก่อนจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงกลางปี อย่างไรก็ตามก็ไม่สามารถทำให้ยอดขายปี 2552 พ้นจากการถดถอยได้ ด้วยตัวเลขติดลบ 10.8% และหากแยกย่อยออกมาพบว่า มีเพียงตลาดรถยนต์นั่งเท่านั้นที่เติบโต 1.4% ขณะที่ตลาดอื่นติดลบทั้งหมด โดยเฉพาะรถปิกอัพ ซึ่งครองตลาดส่วนใหญ่มาโดยตลอดก็ถดถอยลง 20.4% และยังทำให้บทบาทของปิกอัพที่เคยมีส่วนแบ่งกว่า 60% ลดลงมาอยู่ในระดับ 50% และนำไปสู่การคาดการณ์ของนักการตลาดหลายคนว่า

ในอนาคตรถยนต์นั่งจะเข้ามามีบทบาทแทนปิกอัพมากขึ้น โดยเฉพาะรถขนาดเล็ก เนื่องจากตอบสนองผู้บริโภคได้ไม่ว่าจะเป็นราคาจำหน่าย และ อัตราการสิ้นเปลือง ในสภาวะเศรษฐกิจ และทิศทางราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในปัจจุบัน อีกทั้งมีตัวเลือกเข้ามาในตลาดมากขึ้น จากก่อนหน้านี้ที่มีรถหลักคือ โตโยต้า วีออส โตโยต้า ยาริส ฮอนด้า ซิตี้ ฮอนด้า แจ๊ซ เชฟโรเลต อาวีโอ ก็เริ่มมีมาสด้า 2 นิสสัน มาร์ช และในอนาคตใกล้ๆ นี้ก็จะมี ฟอร์ด เฟียสต้า เข้ามาเพิ่มอีก 1 รุ่น จากนั้นรถในโครงการอีโค คาร์ ที่มีผู้ยื่นขอการสนับสนุนอีก 5 ค่ายก็จะทยอยออกสู่ตลาด เริ่มจาก ฮอนด้าในปี 2554 นอกจากนั้นก็ยังมีรถในตลาดเล็กๆ ที่แทรกตัวอยู่ ไม่ว่าจะเป็น โปรตอน แซฟวี่ หรือเกีย พิคันโต เฌอรี่ คิวคิว เป็นต้น

สาโรช เกียรติเฟื่องฟู รองประธานอาวุโส ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดรถยนต์นั่งจะเติบโตมากขึ้น เนื่องจากมีรถใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวนมาก และมีรูปแบบการขายที่รุนแรง เช่นเดียวกับ

วิกรานต์ อมาตยกุล ผู้ชำนาญการอาวุโส สำนักการตลาด บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ก็มองว่าในอนาคต บทบาทของปิกอัพจะลดลงเหลือ 40%

ขณะที่จอห์น เรย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด มองลึกลงไปว่า รถยนต์นั่งที่เติบโต รถขนาดเล็กจะมีบทบาทสำคัญ โดยยกข้อมูลปีที่ผ่านมาซึ่งรถปิกอัพหดตัวอย่างรุนแรง แต่รถยนต์นั่งขยายตัวนั้น ก็เป็นการขยายตัวของรถขนาดเล็ก คือ บี-เซ็กเมนต์ที่โต 13.7% ขณะที่ซี-เซ็กเมนต์ ก็ยังหดตัวลง 8.6% และการที่บริษัทมีมาสด้า 2 ทำตลาด เป็นการบ่งบอกว่า มาสด้าเดินมาถูกทางแล้ว

ขณะเดียวกันก็มีผู้ที่คิดต่าง อย่างเช่น ฮิโรชิ นาคางาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุ เซลส์ จำกัด บอกว่าปิกอัพเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ปลายปี 2552 เช่นกัน และมั่นใจว่าปีนี้จะมีสัดส่วนตลาดเกิน 50% สอดคล้องกับ เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่มั่นใจว่าตลาดปิกอัพจะกลับมาเช่นกัน หลังจากเริ่มส่งสัญญาณที่ดี

ท้ายที่สุด ไม่มีอะไรที่จะตัดสินความคิดเห็นที่แตกต่างได้ดีเท่ากับตัวเลขสถิติ นั่นก็คือยอดขายช่วง 2 เดือน 1.03 แสนคัน เติบโต 56% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 4.31 หมื่นคัน เติบโต 55% รถปิกอัพ 4.69 หมื่นคัน เติบโต 55% พีพีวี 5,130 คัน เติบโต 56% ซึ่งจะเห็นได้ว่าในช่วงที่ตลาดเติบโต เป็นการเติบในทุกตลาด มีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน เป็นการบ่งบอกว่า ไม่มีรถในตลาดใดไปแย่งชิงอีกตลาดหนึ่งมา ก็น่าจะเป็นการอธิบายได้ว่า รถยนต์นั่งขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เป็นการสร้างตลาดใหม่ขึ้นมา เป็นการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มผู้ที่มีความจำเป็นจะต้องใช้รถอย่างแท้จริง

 ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก