Audi A1 รถหรูขนาดเล็ก ก่อนเปิดตัวที่เจนีวา พร้อมชน MINI

Home / ข่าวสาร / Audi A1 รถหรูขนาดเล็ก ก่อนเปิดตัวที่เจนีวา พร้อมชน MINI

มีข่าวออกมาเป็นระยะๆโดยเฉพาะช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาสำหรับ Audi A1 รถขนาดซุปเปอร์มินิใหม่แกะกล่องจากค่าย Volkswagen ที่หมายมั่นปั้นมือว่าจะส่ง A1 ไปสอยเจ้าตลาดรถเล็กหรูระดับพรีเมี่ยมอย่าง MINI จากค่ายใบพัดสีฟ้า BMW ล่าสุดได้เปิดผ้าคลุมเผยโฉมเต็มตัวเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในช่วงแรก A1 จะมาในรุ่นแฮทช์แบ็ค 3 ประตู โดยรุ่น Sportsback 5 ประตู จะออกตามมาติดๆ

จริงๆแล้ว Audi A1 ได้เคยเผยโฉมไปแล้วเมื่อ 2 ปีก่อนในฐานะรถแนวคิด Metro Project Concept 3 ประตู ที่งาน Tokyo Motor Show ปี 2007 ตามด้วยการปรากฏตัวในปี 2008 ที่งานมอเตอร์โชว์ในกรุงวปารีส ในฐานะรุ่นแนวคิด A1 Sportback 5 ประตูและสำหรับ A1 รุ่นผลิตที่เห็นนี้ถือว่ามีรูปโฉมใกล้เคียงกับรถแนวคิด Metro Project มากๆ โดยเฉพาะการคงไว้ซึ่งส่วนโค้งหลังคาเหนือประตูสีตัดกับตัวรถที่มีให้เลือก หลายสี การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจากรถแนวคิดก็คือ ส่วนของแผงกระจังหน้าขนาดใหญ่

แม้ว่าภายในจะใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ไม่ดูหรูหราเหมือนรถแนวคิด แต่ก็ถือว่าเกือบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากรถที่เคยอวดโฉมเมื่อ 2 ปีก่อนเลย ส่วนที่น่าสนใจที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ ช่องอากาศรูปวงกลม 4 วงซ้อนกันอยู่คล้ายเครื่องไอพ่นของเครื่องบินเจ็ท Audi ได้เดินตามรูปแบบของ MINI ในแง่ของการเสนอ option ต่างๆที่ลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้ เช่น ช่องกากาศภายในสีต่างๆ ชุดไฟ LED ภายในรถ วัสดุหุ้มเบาะที่นั่งในหลากหลายโทนสี

Audi A1 ได้ใช้สถาปัตยกรรมของรถขนาดเล็กจากบริษัทแม่ Volkswagen อย่าง VW Polo และ Skoda Fabia โดยโครงสร้างตัวถังได้รับการปรับปรุงเพื่อให้เกิดความสุนทรีย์ในการขับขี่ มากขึ้น โดย A1 มีมิติความยาว 3.95 เมตร กว้าง 1.74 เมตร และสูง 1.42 เมตร โดยมีฐานล้อยาว 2.47 เมตร ในส่วนของพื้นที่บรรจุสัมภาระมีปริมาตร 267 ลิตร โดยมีพื้นที่การจัดเก็บแบบ 2 ส่วนเป็นมาตรฐาน โดยเบาะหลังสามารถพับลงได้เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บไปเป็น 920 ลิตร ถ้าทำการจุสัมภาระจนเต็มพื้นที่จนถึงหลังคารถ

Audi A1 มี 2 เครื่องยนต์เบนซินและ 2 เครื่องยนต์ดีเซลให้เลือก โดยทั้งหมดเป็นเครื่องยนต์เทอร์โบ ที่มาพร้อมระบบ Direct Injection และเทคโนโลยี Start-Stop

รุ่นเครื่องยนต์เบนซินระดับล่างสุดจะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน TFSI แบบใหม่ ขนาด 1.2 ลิตร ให้กำลัง 86 แรงม้า โดยมีแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 160 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบระหว่าง 1,500-3,500 รอบ/นาที ขับเคลื่อนผ่านเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ เครื่องยนต์ 4 สูบนี้ สามารถขับเคลื่อน A1 จากความเร็ว 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ภายในเวลา 12.1 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 179 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเรื่องของอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ตัวเลขอยู่ที่ 5.1 ลิตร/100 กิโลเมตร ในขณะที่อัตราการปล่อย CO2 สู่อากาศอยู่ที่ 119 กรัม/กิโลเมตร

เครื่องยนต์ที่ใหญ่ขึ้นไปอีกคือ เครื่องยนต์เบนซิน TFSI 1.4 ลิตร 122 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 200 นิวตันเมตร ที่ 1,500-4,000 รอบ/นาที ใช้ระบบเกียร์ S Tronic Dual Clutch 7 จังหวะ อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงอยู่ที่ 9.1 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานของรุ่น ทำเวลาอัตราเร่งฯได้ที่ 9.2 วินาที และยังให้ตัวเลขความเร็วสูงสุดเท่าเดิม ส่วนอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 5.1 และ 5.4 ลิตร/100 กิโลเมตร ตามลำดับ ตามมาตรฐานของยุโรป

สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล ได้แก่ เครื่องยนต์ TDI 1.6 ลิตร กำลัง 105 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ 1,500-2,500 รอบ/นาที ขับเคลื่อนผ่านเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ส่วนอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ภายใน 10.8 วินาที ก่อนที่จะทำความเร็วสูงสุดแตะระดับ 187 กิโลเมตร/ชั่วโมง  ส่วนอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 3.9 ลิตร/100 กิโลเมตร

เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นที่ 2 คือ เครื่องยนต์ TDI 1.6 ลิตร ให้กำลัง 90 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 230 นิวตันเมตร ที่ 1,500-2,500 รอบ/นาที ขับเคลื่อนผ่านเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ อัตาเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง สามารถทำได้ที่ 12.2 วินาที ความเร็วสูงสุดคือ 179 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 3.8 ลิตร/100 กิโลเมตร และอัตราการปล่อย CO2 สู่อากาศอยู่ที่ 99 กรัม/กิโลเมตร

เครื่องยนต์ทั้ง 4 รุ่นจะส่งกำลังไปยังล้อหน้า โดยทุกรุ่นจะมีการติดตั้งระบบควบคุมความเสถียรอิเล็กทรอนิกส์ ESP เป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่รวมถึงระบบล็อคหม้อเพลาอิเล็กทรอนิกส์ และแม้ว่า A1 จะใช้โครงสร้างที่ทำมาจากเหล็กกล้า แต่ Audi ก็อ้างว่า A1 คือรถที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในบรรดารถพรีเมี่ยมขนาดเล็กในระดับเดียวกัน คือมีน้ำหนักเพียง 1,045 กิโลกรัม

Audi เตรียมเปิดตัว A1 ในงาน Geneva Motor Show ในเดือนมีนาคมนี้ และจะเริ่มจำหน่าย A1 ในยุโรปหลังจากนั้น โดยราคาเริ่มต้นมีการตั้งไว้ที่ 16,000 ยูโรครับ แปลงเป็นเงินไทยบวกภาษีแล้ว 1,920,000 บาท

ขอบคุณเนื้อหาจาก