เมื่อ โตโยต้า-ฮอนด้า เดินผิดจังหวะความเชื่อมั่นสะเทือน

Home / ข่าวสาร / เมื่อ โตโยต้า-ฮอนด้า เดินผิดจังหวะความเชื่อมั่นสะเทือน

เรียกว่าผ่านพ้นวิกฤตทางเศรษฐกิจกันมาแบบหืดขึ้นคอ สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ในปี 2552 ที่ผ่านมา ที่ต้องจัดสรร ปันงบประมาณ ชนิดที่ว่าละเอียดกันทุกเม็ดเงิน แต่สำหรับปีนี้อุตสาหกรรม ยานยนต์โลกต้องเผชิญกับวิกฤต ระลอกใหม่ ที่ไม่ใช่ปัจจัยต่อเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวม แต่เป็นวิกฤตด้าน ความศรัทธาและความเชื่อมั่น

 

เริ่มต้นกันที่บริษัทยักษ์ใหญ่ อย่าง โตโยต้า ที่ออกมาประกาศเป้าหมายของปีนี้ว่า โตโยต้าจะเพิ่มยอดขายให้ได้ 6% หรือ 8.27 ล้านคันทั่วโลก แต่ใครจะคาดคิดว่าเวลาผ่านไปไม่ทันข้ามสัปดาห์ โตโยต้าต้องเผชิญกับปัญหาครั้งสำคัญ หลังตรวจพบปัญหาเรื่องคันเร่งในรถ 8 รุ่น จนต้องมีการประกาศเรียกคืนรถยนต์ มากกว่า 2.3 ล้านคัน ให้เข้ามารับการแก้ไข ทั้งในตลาดอเมริกา แคนาดา และมีทีท่าว่าจะลุกลามไปทั่วโลก

จากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ "อากิโอะ โตโยดะ" ประธานบริหารโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ต้องออกมาประกาศ พร้อมทั้งขอโทษบรรดาลูกค้าทั่วโลกหลังจากบริษัทเรียกคืนรถไฮบริดทั่วโลก 437,000 คัน ญี่ปุ่น 220,000 สหรัฐอเมริกา 130,000 คัน และยุโรป 53,000 คัน เพื่อแก้ไขระบบเบรกเอบีเอสที่มีปัญหาเบรกล็อก โดยรุ่นที่มีการเรียกคืน ได้แก่ พรีอุส, พรีอุส ปลั๊กอิน, ซาอิ, และเลกซัส เอชเอส 250

ปัญหาข้างต้นที่ลุกลามไปถึง 5 ทวีป ล่าสุด โตโยต้าได้ตัดสินใจจ้างบริษัทโลกเวอร์ พาร์ค กรุ๊ป บริษัทประชาสัมพันธ์รายใหญ่ของอเมริกา มารับหน้าที่ดูแลและเพิ่มความมั่นใจ

ในการสื่อสารถึงกรณีเรียกรถคืน ทั้งของบริษัทและตัวแทนจำหน่ายในอเมริกาให้เกิดความเข้าใจตรงกัน และแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วที่สุดด้วย

ส่วนประเทศ ไทยนั้น โตโยต้าได้ออกมาประกาศความชัดเจนว่า รถยนต์ที่จำหน่ายในประเทศไทยจะไม่รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวแต่อย่างใด โดยระบบเบรกแบบไฮดรอลิก และระบบเบรกที่ใช้แรงหน่วงจากมอเตอร์ไฟฟ้าในรถทั้ง 4 รุ่นจะทำงานประสานกันอย่างพร้อมเพรียง ในสภาพการขับขี่ปกติ หากแต่ผู้ขับขี่อาจรู้สึกว่าระยะเบรกจะยาวขึ้นในขณะแตะเบรก เบา ๆ หรือเหยียบเบรกในขณะที่ใช้ความ เร็วต่ำบนสภาพถนนขรุขระหรือถนนที่ผิวลื่น

ดังนั้นทางบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่นจึงได้เปิดการรณรงค์บริการพิเศษให้ลูกค้าเจ้าของรถทั้ง 4 รุ่นได้นำรถเข้ามาตรวจสอบเพื่อปรับปรุงโปรแกรมควบคุมระบบ ABS และปัญหาดังกล่าวมีเฉพาะในรถ 4 รุ่นนี้เท่านั้นซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อรถยนต์รุ่นอื่นรวมทั้งรถยนต์คัมรี่ ไฮบริด ที่มีจำหน่ายในประเทศไทยแต่อย่างใด

ฟากค่ายรถเบอร์ 2 ของญี่ปุ่น อย่างฮอนด้า เอง ก็เผชิญวิกฤตชนิดที่เรียกว่าแทบจะไม่ต่างกันแต่อย่างใด ภายหลังจากมีการเรียกคืนรถรุ่น ฟิต/แจ๊ซ และซิตี้ ประมาณ 646,000 คันทั่วโลก แบ่งเป็นในอเมริกากว่า 140,000 คัน ในอังกฤษ 171,000 ในเอเชีย 27,000 คัน ในจำนวนนี้เป็นรถที่ผลิตในประเทศไทย 2,760 คัน หลังจากพบปัญหาระบบสวิตช์กระจกรถยนต์ อาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร

หลังจากนั้นไม่นาน ฮอนด้าได้มีการประกาศเรียกคืนรถเพื่อตรวจสอบอีก 437,763 คัน ทั่วโลก เป็นรถในสหรัฐ 378,758 คัน และแคนาดา 41,685 คัน ฮอนด้าระบุว่า เครื่องสร้างก๊าซในรถยนต์ที่ต้องเรียกคืนอาจจะทำให้เกิดแรงดันมากเกินไปจนทำ ให้ถุงลมนิรภัยแตก หลังได้รับรายงานว่าเกิดเหตุการณ์ที่เกิดจากปัญหานี้แล้ว 12 ครั้ง และมีผู้เสียชีวิต 1 คนแล้ว ทำให้ฮอนด้ามียอดเรียกรถคืนรวมทั้งสิ้นเกือบ 2 ล้านคัน ในรอบ 15 เดือนที่ผ่านมา

ส่วนประเทศไทยนั้น บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกแถลงการณ์รายงานข่าวกรณีการเรียกรถฮอนด้าในตลาดต่างประเทศที่ผลิตในปี ค.ศ. 2001- 2002 (พ.ศ. 2544-2545) เพื่อเข้ารับการแก้ไขปรับปรุงนั้น ทางบริษัทขอเรียนชี้แจงให้ทราบว่าปัญหาดังกล่าวนี้เกิดกับชุดสร้างแรงดัน ก๊าซในระบบถุงลมด้านคนขับ (Driver"s side SRS inflator) ที่ทำงานไม่ปกติ ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้ได้ตรวจพบใน ประเทศแถบอเมริกาเหนือและญี่ปุ่น

ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาดังกล่าวทางบริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด จึงตัดสินใจเรียกรถฮอนด้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบเข้ามาปรับเปลี่ยนชุด สร้างแรงดันก๊าซดังกล่าว ซึ่งรถยนต์ฮอนด้าที่จำหน่ายในประเทศไทยไม่ได้รับผลกระทบในเรื่องนี้ เนื่องจากใช้ชุดสร้างแรงดันก๊าซในระบบถุงลมที่แตกต่างกัน

แม้ว่าการเรียกคืนรถเพื่อนำมาปรับปรุงข้อผิดพลาดของ 2 ค่าย ต้องบอกว่า ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี โดยเฉพาะกับบรรดาผู้บริโภคทั่วโลก ที่นอกจากทั้ง 2 ค่ายจะออกมาแสดงความรับผิด พร้อมทั้งแก้ไขข้อผิดพลาดแล้ว ยังถือเป็นการแสดงสปิริตที่เรียกน่าชมเชยอย่างยิ่ง ที่ทั้ง 2 ค่ายกล้าออกมายอมรับกับความเป็นจริง และยังถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม ยานยนต์อีกระดับ

 

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก