ทูเก็ตแดร์ต้นแบบของยานยนต์ไร้คนขับแห่งอนาคต

Home / ข่าวสาร / ทูเก็ตแดร์ต้นแบบของยานยนต์ไร้คนขับแห่งอนาคต

คุณอาจจะเคยชมภาพของเมืองแห่งอนาคตจากภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์โลกอนาคตจาก ฮอลลีวูดมาแล้วหลาย ๆ เรื่อง และอาจได้เห็นจินตภาพของยานยนต์ไร้คนขับที่โลดแล่นไปบนถนนที่คับคั่งแต่กลับ ไร้ซึ่งอุบัติเหตุด้วยเหตุผลง่าย ๆ ที่ว่า คอมพิวเตอร์ไม่มีความ “ประมาท” เหมือนมนุษย์ ซึ่งถ้าหากให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานรับรองว่าเรื่อง  “เมาแล้วขับ” นั้นตัดไปได้เลยเพราะคอม พิวเตอร์ไม่ดื่มแน่ ๆ

 

   
มามบัดนี้จินตนาการจากนิยายวิทยาศาสตร์ได้เป็นความจริงแล้วด้วยวิสัยทัศน์ของ รัฐบาลรัฐอาบูดาบี แห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในการที่จะสร้างเมืองแห่งอนาคตที่ปราศจากคาร์บอนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เมืองที่ว่านี้มีชื่อว่ามาสดาร์        
   
โดยเป้าหมายของเมืองมาสดาร์นี้คือภายในปี ค.ศ. 2020 นั้น 7% ของการผลิตกระแสไฟฟ้าจะมาจากแหล่งกำเนิดที่ผลิตขึ้นมาใช้ใหม่ได้ หรือพูดให้ง่ายก็คือพลังงานนั้นจะไม่พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเพียงอย่างเดียว เหมือนที่ทำกันในทุกวันนี้ แต่อาจจะมาจากพลังงานแสงอาทิตย์ ลม หรือน้ำ  นั่นเอง
   
โครงการเด่นของเมืองมาสดาร์อีกโครงการก็คือ ระบบขนส่งบุคคลด่วน หรือ พีอาร์ที (PRT, Personal Rapid Transit) ที่ได้ว่าจ้าง บริษัท ทูเก็ตแดร์ (2 Getthere) ผู้เชี่ยวชาญเรื่องงานระบบจากประเทศเนเธอร์แลนด์ทำการวิจัยและพัฒนา โดยทำการวิ่งนำร่องในวิทยาเขตของสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งมาสดาร์ ในรูปแบบของแท็กซี่ไร้คนขับที่วิ่งกึ่งประจำทางก่อนที่จะขยับขยายออกไปวิ่ง ในตัวเมืองต่อไป
   
โปรเจคท์ล้ำ ๆ แบบนี้จะให้บริษัทไก่กาทำการออกแบบให้ก็ใช่ที่ งานนี้ตกเป็นของสุดเก๋าแห่งวงการการออกแบบรถยนต์ ที่ทำรถธรรมดาไม่ใคร่จะเป็นเท่าไหร่ลูกค้าของบริษัทนี้ก็ล้วนแต่เป็นของ ล้ำ ๆ ไม่ว่าจะเป็นแอสตันมาร์ติน เฟอร์รารี มาเซอร์ราติ และสไปเกอร์      

      
ใช่แล้วครับ บริษัทที่ว่านี้ก็คือ ซากาโต้ (Za-gato) จากอิตาลีนี่เอง (แต่ซากาโต้เองก็เคยทำยานพาหนะเพื่อมวลชนมาเหมือนกัน ตัวอย่างหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้ก็คือ รถรางสุดเจ๋งแห่งเมือง มิลานนั่นเอง)
   
รถไร้คนขับแห่งอนาคตที่ซากาโต้พัฒนาขึ้นมานี้สามารถโดยสารได้ 6 คน ที่ให้บรรยากาศราวกับนั่งในห้องนั่งเล่นแสนสบาย และวิ่งด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่ ลิเทียมอิออน ที่สามารถวิ่งต่อเนื่องได้ 3 ชั่วโมง และต้อง กลับไปประจุไฟฟ้าต่ออีก 1 ชั่วโมง
   
วิธีการใช้งานก็แสนสะดวก เพียงผู้โดยสารกดปุ่มเลือกที่หมาย เจ้ายานอัจฉริยะก็จะวิ่งไปยังที่ที่เลือกไว้ และเมื่อส่งถึงที่แล้วก็จะกลับมาวิ่งในเส้นทางได้เองอีกครั้ง
   
ส่วนเรื่องของการหลบหลีกอุบัติเหตุก็นับว่าเป็นหนึ่งในทักษะพิเศษของรถคัน นี้ เพราะมันสามารถที่จะจับได้ว่ามีวัตถุใดอยู่ด้านหน้าในทิศทางที่จะก่อให้เกิด อันตรายและสามารถหลีกเลี่ยงได้โดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์สั่งการแม้แต่น้อย โดยมันจะจดจำตำแหน่งต่าง ๆ จากจำนวนรอบหมุนของล้อ ประสานเข้ากับการจับตำแหน่งของแม่เหล็กที่ฝังลงไปบนพื้นถนนเพื่อช่วยให้รถ สามารถควบคุมทิศทางการวิ่งได้อย่างแม่นยำ (แต่รถคันนี้วิ่งไม่เร็วหรอกนะครับ แค่ 40 กม./ชม.เท่านั้น)
   
คิดดูก็แปลกที่โครงการลดการใช้พลังงานน้ำมัน และลดมลพิษจะมามีในเมืองเล็ก ๆ ที่มีพลังงานน้ำมันและเงินทองเหลือเฟืออย่างตะวันออกกลาง แต่คิดในทางกลับกัน หากไม่ใช่เมืองที่รวยล้นฟ้าและกระหายที่จะทันสมัยอย่างอาบูดาบี เราก็คงไม่ได้เห็นโปรเจคท์ล้ำ ๆ แบบนี้
   
และเมื่อหันมามองบ้านเรา ก็ไม่รู้ว่าอีกนานแสนนานขนาดไหนที่เราจะได้เห็นรถแบบนี้วิ่งในบ้านเราบ้าง เพราะแค่โครงการรถประจำทางบีอาร์ที ที่วิ่งจากสาทรถึงถนนตก ก็รอกันจนเป็นนิ่วแล้วครับ!.

 ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก

 


โตโยต้าเรียกคืนรถรุ่นล่าสุด 2.3 ล้านคัน

 รถยนต์ "โตโยต้า คัมรี" รุ่นใหม่จอดโชว์อยู่หน้าโชว์รูมรถ ทั้งนี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประกาศเรียกคืนรถรุ่นล่าสุด 2.3 ล้านคัน เนื่องจากอาจเกิดปัญหาระบบคันเร่งติดขัด โดยการเรียกคืนจะครอบคลุมรถ RAV 4 ปี 2552-2553 โคโรลลา ปี 2552-2553 แมททริกซ์ ปี 2552-2553 อวาลอน ปี 2548-2553 คัมรี ปี 2550-2553 ไฮแลนเดอร์ ปี 2553 ทุนดรา ปี 2550-2553 และเซควอยา ปี 2551-2553 ขณะที่ก่อนหน้านี้ บริษัทเรียกคืนรถโตโยต้าและเล็กซัสไปแล้ว 4.2 ล้านคัน เนื่องจากปัญหาพรมที่อาจทำให้คันเร่งติดขัดและเกิดอันตราย

 ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก