คาดรถยนต์และรถเมล์จะไม่ใช้น้ำมันและก๊าซอีกต่อไป

Home / ข่าวสาร / คาดรถยนต์และรถเมล์จะไม่ใช้น้ำมันและก๊าซอีกต่อไป

นักวิจัยของไอบี เอ็มและองค์กรพันธมิตร คาดการณ์ว่าใน 2 ทศวรรณข้างหน้าจะมีรถยนต์บนท้องถนนทั่วโลก 2,000 ล้านคัน คนจะหันมาใช้รถประหยัดพลังงาน

 

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการใช้พลังงาน ในอีก 5 ปีข้างหน้า รถยนต์และรถประจำทางจะไม่ต้องพึ่งพาการใช้พลังงานจากน้ำมันและก๊าซ อีกต่อไป กล่าวคือ รถยนต์จะใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ชนิดใหม่ซึ่งรองรับการใช้งานได้นานหลายวัน หรือหลายเดือนก่อนที่จะมีการชาร์จไฟอีกครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณขับรถบ่อยแค่ไหน นักวิทยาศาสตร์กำลังออกแบบแบตเตอรี่ชนิดใหม่ที่ทำให้รถยนต์วิ่งได้ไกลถึง 300 ถึง 500 ไมล์ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่วิ่งได้ 50 ถึง 100 ไมล์

โครงข่ายระบบส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ตามเมืองใหญ่จะช่วยให้รถยนต์สามารถชาร์จไฟในที่สาธารณะ และแม้กระทั่งใช้พลังงานทางเลือกที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น พลังงานลม เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ โดยไม่ต้องพึ่งพาโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากถ่านหินอีกต่อไป วิธีนี้จะช่วยให้แต่ละเมืองสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนสู่ชั้น บรรยากาศควบคู่ไปกับการลดมลภาวะทางเสียง

แบตเตอรี่ชนิดใหม่สำหรับรถไฟฟ้าที่วิ่งได้ไกล
          · ปัจจุบัน เทคโนโลยีที่ใช้ให้พลังงานกับคอมพิวเตอร์ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างมากทุก 1-2 ปี แต่กำลังความสามารถของแบตเตอรี่ เมื่อเทียบกับน้ำหนักของแบตเตอรี่ ได้ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นโดยเฉลี่ยเพียงแค่ 8 เปอร์เซ็นต์ต่อปีเท่านั้น
          · นักวิทยาศาสตร์ของไอบีเอ็มและ องค์กรพันธมิตรกำลังทำงานร่วมกันเพื่อปรับปรุงแบตเตอรี่ให้ดีขึ้น โดยเน้นหนักที่เทคโนโลยีลิเธียมแอร์ (Lithium Air) เพื่อให้แบตเตอรี่ที่ใช้ขับเคลื่อนรถยนต์และรถประจำทางสามารถเพิ่มความหนา แน่นของพลังงานได้มากถึง 10 เท่าเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนซึ่งใช้ในรถไฟฟ้าและรถไฮบริดใน ปัจจุบัน
          · เนื่องจากแบตเตอรี่รุ่นใหม่นี้จะมีน้ำหนักเบากว่า ปลอดภัยกว่า และราคาถูกกว่า ดังนั้นเราจึงอาจเห็นรถยนต์ไฟฟ้าแบบ 4 ที่นั่งสามารถวิ่งได้หลายร้อยไมล์ต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง และแทนที่จะต้องเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมัน รถยนต์เหล่านี้จะสามารถชาร์จไฟที่บ้านโดยใช้เต้าเสียบปลั๊กไฟรุ่นใหม่
          · ความพยายามต่อเรื่องดังกล่าวต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของไอบีเอ็มและ องค์กรพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญในหลาย ๆ ด้าน เช่น ด้านวัสดุศาสตร์ นาโนเทคโนโลยี เคมีสีเขียว (Green Chemistry) และซูเปอร์คอมพิวติ้ง เป็นต้น

พลังงานลมและพลังงานทางเลือกอื่นๆ จะช่วยขับเคลื่อนรถยนต์ของคุณ
          · ในอีก 5 ปีข้างหน้า รถไฟฟ้าจะเริ่มใช้พลังงานทางเลือกอื่น ๆ เช่น พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อขับเคลื่อนรถยนต์และรถประจำทางแทนการใช้ก๊าซ นั่นหมายถึง รถยนต์ทุกคันภายในเมือง ตั้งแต่รถประจำทางไปจนถึงรถเก็บขยะ สามารถใช้ “เชื้อเพลิง” จากพลังงานส่วนเกินที่ได้มาจากแผงโซลาร์เซลล์ หรือพลังงานลมได้
          · ล่าสุด ไอบีเอ็มและ ทีมงานที่ร่วมมือด้านการวิจัย ‘เอดิสัน’ ของประเทศเดนมาร์ก (EDISON Research Consortium) กำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ เพื่อรองรับการใช้รถไฟฟ้าจำนวนมากที่ใช้พลังงานทางเลือกที่ยั่งยืน
          · ปัจจุบัน ในเกาะบอร์นโฮล์ม (Bornholm) ของประเทศเดนมาร์ก มีการใช้งานพลังงานลมด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ใช้พลังงานลมเป็น ส่วนใหญ่ โดยทีมงานได้สร้างระบบทดสอบเพื่อศึกษาว่าระบบพลังงานดังกล่าวจะทำงานอย่างไร เมื่อรถไฟฟ้ามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
          · นอกจากนั้น นักวิจัยจากไอบีเอ็ม เดนมาร์ก และจากศูนย์วิจัยของไอบีเอ็มที่ เมืองซูริค กำลังประดิษฐ์คิดค้นเทคโนโลยีอัจฉริยะที่เชื่อมโยงการชาร์จไฟสำหรับรถไฟฟ้า เข้ากับส่วนของพลังงานลมภายในโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้าเช่นเดียวกัน
 
ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก