Mercedes-Benz Brabus E V12แรงที่สุดในโลก

Home / ข่าวสาร / Mercedes-Benz Brabus E V12แรงที่สุดในโลก

นี่ก็อ้างว่าเป็นรถซีดานที่แรงที่สุดในโลกอีกรุ่น หลังจากที่ Bugatti คุยโวไปเมื่อวันก่อน Brabus จอมแต่งรถคู่หูคู่ฮาของค่ายดาวสามแฉกจับเอา Mercedes-Benz E-Class เครื่องยนต์ V12 เจนเนอเรชั่นที่ 4 ใหม่มาแต่งโชว์ในงาน Frankfurt Motor Show ที่ดึงดูดความสนใจคนดูได้มากทีเดียว เพราะการแต่งครั้งนี้ดูโหดมากเป็นพิเศษเหมือนจับรถมาใส่ชุดเกราะนักรบ ญี่ปุ่นสมัยโบราณตามที่ภาพของครอบล้อหลังมันฟ้อง

 

จริงอยู่ที่มันคือ E-Class แต่จากที่โม้กันไปว่าเป็นรถซีดานที่แรงที่สุดในโลก E-Class คันนี้จึงต้องใช้เครื่องยนต์ของรุ่น S600 ขนาด 5.5 ลิตร ซึ่งกำลังความแรงของเครื่องยนต์ Brabus ก็ยังรับไม่ได้ จึงขยายความจุกระบอกสูบเป็น 6.3 ลิตรและใช้ระบบ bi-turbo เพื่อขับพลังออกมาให้ได้ 800 แรงม้า โดยมีแรงบิดสูงสุดที่ 1,420 นิวตันเมตร (ถูกจำกัดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ไว้ที่ 1,100 นิวตันเมตร) ซึ่งกำลังจะถูกส่งไปยังล้อหลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะและระบบ differentail แบบ limted slip ประสิทธิภาพสูงของ Brabus ที่มีอัตราการล็อคที่ 40% ส่วนอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร อยู่ที่ตัวเลขสุดสวยที่ 3.7 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุดตีตั๋วเที่ยวเดียวไปนรกที่ 370 กิโลเมตร/ชั่วโมง

การแต่งภายนอกก็หนีไม่พ้นการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ที่ทำให้ความกว้างของรถ ขยายไปอีก 36 มิลลิเมตรจากความกว้างมาตรฐาน ระบบกันสะเทือน coil over แบบปรับความสูงได้ของ Brabus ส่วนล้ออัลลอยใช้ขอบ 19 นิ้ว หุ้มด้วยยางขนาด 255/35 ZR 19 ล้อหน้า และ 285/30 ZR 19 สำหรับล้อหลัง

แน่นอนว่า พอพูดถึงล้อหลังทุกคนต้องมีคำถามเกี่ยวกับครอบล้อที่ Brabus เรียกว่า Speed Pad แต่ผมว่ามันได้อารมณ์ชายกระโปรงของซามูไรหรือนักรบญี่ปุ่น(เพราะให้ได้ อารมณ์ของความโหด บางคนเห็นแล้วอาจจะฮา) ชิ้นส่วนนี้ไม่มีอะไรพิเศษนอกจากการแต่งให้ดูโหดขึ้นไปอีก ความจุถังน้ำมันอยู่ที่ 80 ลิตร รวมเบ็ดเสร็จจากที่แต่งไปทั้งหมดชั่งตวงออกมาแล้ว E V12 รุ่นนี้มีน้ำหนักรวม 1,980 กิโลเมตร เรียกว่าหนักเพราะสวมชุดเกราะแบบเต็มเหนี่ยวนั่นเอง

 

 

 

ภายในก็ตกแต่งสไตล์สปอร์ทใช้หนังอย่างดีสีดำและ Alcantara นอกจากนั้นยังมีการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ที่แผงหน้าปัด คอนโซลกลาง และแผงข้างประตูด้านในด้วยครับ

Brabus จะผลิต E V12 ออกมาเพียง 10 คันเท่านั้นในราคาขายปลีกที่ 498,000 ยูโร ส่วนจะเป็นกี่บาทก็ลองคำนวณกันดูครับ

ที่มาautospinn.com