โตโยต้าเผยยอดขายรถส.ค.ยังไม่สดใสลด 8.2%

Home / ข่าวสาร / โตโยต้าเผยยอดขายรถส.ค.ยังไม่สดใสลด 8.2%

โตโยต้าเผยยอดขายส.ค.ลดลง 8.2% ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 ขณะที่ 8 เดือน ยอดลด 23.1%

นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนสิงหาคม 2552 ปริมาณการขาย 43,251 คัน ลดลง 8.2% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 17,790 คัน ลดลง 1.1%  รถเพื่อการพาณิชย์   25,461 คัน ลดลง 12.6% รวมทั้ง รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ จำนวน 21,778 คัน ลดลง 12.0%

 

สำหรับสถิติการขายสะสม 8 เดือนของปี 2552 มีปริมาณทั้งสิ้น 317,835 คัน ลดลง 23.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยแบ่งออกเป็น รถยนต์นั่ง 131,379 คัน  ลดลง 11.0%  รถเพื่อการพาณิชย์ 186,456 คัน ลดลง 29.8% รวมทั้ง รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซ็กเมนท์นี้จำนวน 161,729 คัน ลดลง 29.0%

ทั้งนี้ตลาดรถยนต์เดือนสิงหาคม มีปริมาณการขาย 43,251 คัน ลดลง 8.2% ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 นับจากต้นปีเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เป็นผลจากการหดตัวในตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่มีอัตราการเติบโตลดลง 12.6%

ในขณะที่ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน มีอัตราการเติบโตลดลง 12.0% จากปีที่แล้ว และเมื่อเทียบกับปี 2550 ตลาดลดลงมากถึง 37%

"ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน ยังคงได้รับผลกระทบจากการหดตัวของภาคการลงทุน ในขณะที่ตลาดรถยนต์นั่งเริ่มมีทิศทางดีขึ้น จากอัตราการเติบโตที่ลดลงเล็กน้อย 1.1% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และเติบโตประมาณ 19% เมื่อเทียบกับปี 2550"

ขณะที่ตลาดรถยนต์สะสม 8 เดือนมีปริมาณการขาย 317,835 คัน ลดลง 23.1%  เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 11.0% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 29.8%

ทั้งนี้จากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นมาต่อเนื่องตลอด 3 เดือนล่าสุด มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐเพื่อเพิ่มสภาพคล่องเริ่มส่งผลดีต่อระบบ เศรษฐกิจโดยรวม และการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง จะส่งผลดีต่อตลาดรถยนต์โดยรวม แต่ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน ยังคงได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบ อาทิ มาตรการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดที่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของภาคการลงทุน หรือทิศทางราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดขายสะสม 8 เดือน เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2550 เติบโตลดลงกว่า 35%

นายวุฒิกร กล่าวต่อว่า สำหรับตลาดรถยนต์เดือนกันยายน  คาดว่าจะมีปริมาณการขายทรงตัว  จากสถิติการขาย เดือนกันยายนจะมียอดขายน้อยเป็นอันดับ 5 ของปี ทั้งนี้ในเดือนกันยายนจะมีการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ ที่อาจเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดรถยนต์ พร้อมมีการปรับเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อให้ทันการส่งมอบ อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น อาจส่งผลต่อตลาดรถยนต์โดยรวม

 

 ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก