ค่ายรถกุมขมับแรงงานฝีมือเล่นตัว

Home / ข่าวสาร / ค่ายรถกุมขมับแรงงานฝีมือเล่นตัว

โรงงานผลิตรถยนต์กุมขมับ แรงงานอุตสาหกรรมยานยนต์ไปแล้วไปลับ เรียกกลับมาทำงานยังเล่นตัว ระบุครึ่งปีหลังทุกยี่ห้อประกาศเพิ่มกำลังผลิต แต่ขาดแรงงานฝีมือ ต้องเสียงบประมาณฝึกอบรมกันใหม่ สถาบันยานยนต์ระบุหายไปจากระบบกว่าแสนคน "มิตซูบิชิ-นิสสัน" ส่งสัญญาณฟื้นกำลังผลิต โตโยต้าเปิดไลน์ลุยแล้ว 2 กะพร้อมโอที มั่นใจดูดแรงงานกลับมาเกือบ 90%

 

ผลพวงจากวิกฤตเศรษฐกิจลามกระ ทบอุตสาหกรรมยานยนต์ ส่งผลให้โรงงานผลิตรถยนต์ทุกยี่ห้อลดกำลังการผลิตลงมากกว่าครึ่ง และประกาศลอยแพแรงงาน ถึงวันนี้สัญญาณการฟื้นตัวชัดเจนขึ้น แต่ปัญหาที่ทุกค่ายต่างเผชิญคือการเรียกแรงงานที่ถูกปลดไปกลับคืนมา กลายเป็นเรื่องยุ่งยากลำเค็ญ

นายวัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ เปิดเผยว่า สถานการณ์แรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ในช่วงที่ผ่านมาตามตัวเลขของสำนักงาน สถิติแห่งชาติ ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่าแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์จากเดิมที่มีจำนวนทั้งสิ้น 350,000 คน ตอนนี้เหลือเพียงแค่ 240,000 คน โดยมีแรงงานหายไปจากระบบมากกว่า 110,000 คน

แม้ จะมีการเรียกให้กลับมาทำงานก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากหลายคนไปประกอบธุรกิจส่วนตัว และเลือกที่จะไปอยู่ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีการจ้างงานใน จำนวนกะที่มากกว่า แถมยังมีค่าล่วงเวลาหรือโอที ดังนั้นวันนี้ผู้ประกอบการต้องแบกรับกับแรงงานที่กลับเข้าสู่อุตสาหกรรม ยานยนต์ซึ่งไม่ใช่แรงงานฝีมือกลุ่มเก่า ส่งผลให้ผู้ประกอบการและค่ายรถยนต์จะต้องเสียงบประมาณ เวลา เพื่ออบรมและสร้างแรงงานขึ้นมาใหม่

นายถาวร ชลัษเสถียร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ กล่าวยอมรับว่า แรงงานฝีมือในกลุ่มชิ้นส่วนเริ่มมีกลับมาบ้างแต่ก็ยังไม่มาก จากตัวเลขที่รวบรวมแรงงานฝีมือในกลุ่มชิ้นส่วนหายจากระบบตั้งแต่ช่วงปลายปี 2551 จนถึงเดือนพฤษภาคม 2552 เชื่อว่ามากกว่า 20,000 คน ดังนั้นการจะเรียกให้กลับมาทั้งหมดคงต้องใช้เวลา

"เร็วๆ นี้ทุกอย่างน่าจะดีขึ้น เราคาดการณ์ว่าตัวเลขของอุตสาหกรรมยานยนต์ไปจนถึงช่วงสิ้นปีนั้นน่าจะน้อย กว่าปีก่อนเล็กน้อยเท่านั้น อย่างไรก็แล้วแต�ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็เชื่อว่าสถานการณ์จะไม่เลวร้ายไป กว่าช่วงต้นปีที่ผ่านมา และเด็นโซ่เองก็ได้มีการรับคนงานกลับเข้ามาทำงานตามเดิมแล้วกว่า 100 คน" นายถาวรกล่าว

นายพูลศักดิ์ วุฒิกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนพัฒนาธุรกิจ บริษัท ซัมมิท โอโต บอดี้ อินดัสตรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ ในเครือซัมมิท กรุ๊ป กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้แรงงานยังไม่ตัดสินใจกลับเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ นั้น เนื่องมาจากปัจจุบันยังไม่มีการทำงานล่วงเวลา (โอที) อย่างเต็มที่ ซึ่งตัวโอทีถือเป็นรายได้หลักของพนักงาน บวกกับแรงงานส่วนใหญ่ให้ความสนใจไปทำงานนอกระบบที่มีรายได้ดีกว่า

"จะ เห็นได้ว่าในช่วงไตรมาสที่ 1 แรงงานหายไปค่อนข้างมาก แต่ช่วงที่ผ่านมามีการเรียกแรงงานกลับเข้ามาเสริมทัพหลังจากกำลังการผลิต เริ่มมีกลับมา อุตสาหกรรมต้องการแรงงานกลับเข้ามาประมาณ 10% แต่ปรากฏว่ามีแรงงานกลับเข้ามาจริงเพียงแค่ 3-4% เท่านั้น และแรงงานที่ยังไม่เข้ามาก็รีรอดูว่ามีบริษัทไหนให้เงินค่าจ้างเกินกว่าแรง งานขั้นต่ำก็จะย้ายไปตรงนั้น" นายพูลศักดิ์กล่าว

เช่นเดียวกับ แหล่งข่าวจากบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยืนยันว่า บริษัทได้เพิ่มกำลังการผลิตเป็น 2 กะ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา สำหรับโรงงานที่ 1 ซึ่งผลิตรถยนต์นั่ง และปาเจโร สปอร์ต โดยการเพิ่มกำลังการผลิตครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการจะแนะนำรถยนต์มิตซูบิชิ แลนเซอร์ รุ่นใหม่ มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ "Sensational Intelligence" ใน วันที่ 15 กันยายนที่จะถึงนี้ และพร้อมจะเปิดขายทั่วไปในเดือนตุลาคม

ประกอบกับ รถมิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ได้รับการตอบรับดีเกินคาด ซึ่งบริษัทยอมรับว่าได้มีการประเมินสถานการณ์พลาดไปเล็กน้อย โดยเฉพาะความต้องการภายในประเทศ และในตลาดอาเซียน อเมริกาใต้ และออสเตรเลียที่มีความต้องการค่อนข้างสูง ส่งผลให้ขณะนี้บริษัทได้ประกาศและรับสมัครคนงานกลับเข้าทำงานแล้วกว่า 1,100 คน โดยส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานเดิมที่ถูกเลิกจ้างไป

"ปาเจโร สปอร์ต เราประเมินสถานการณ์ผิดไปเล็กน้อยทำให้ไม่มีรถยนต์ในสต๊อกรองรับได้พอกับ ความต้องการของลูกค้า ซึ่งตอนนี้มิตซูบิชิได้ทยอยรับคนงานเพิ่มกลับเข้ามาแล้ว เชื่อว่าในหลายๆ บริษัท ก็น่าจะมีสถานการณ์เช่นเดียวกับเรา"

ส่วนโรงงานที่ 2 ซึ่งเป็นโรงงานผลิตรถปิกอัพขนาด 1 ตัน หรือมิตซูบิชิ ไทรทันนั้น ขณะนี้โรงงานได้เริ่มเปิดไลน์ผลิตตามปกติแล้ว และคาดว่าภายในเดือนพฤศจิกายนนี้จะสามารถดำเนินการผลิตได้เต็มที่เช่นเดิม

ด้าน นิสสัน วันนี้ได้มีการประกาศติดหน้าโรงงานเพื่อรับสมัครพนักงานให้กลับเข้ามาทำงาน ตามเดิมแล้ว อีกกว่า 1,000 ตำแหน่ง เพราะตลาดรถยนต์เริ่มส่งสัญญาณที่ดี โดยเฉพาะตลาดส่งออกที่มีเริ่มมีออร์เดอร์กลับคืน รวมทั้งเพื่อรองรับกับโครงการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ของเราด้วย

แหล่ง ข่าวฝ่ายบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ถึงวันนี้แรงงานของโตโยต้าเกือบสู่ภาวะปกติคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ประมาณ 90% บริษัทยอมรับว่าแรกๆ แย่มาก ได้คืนมาแค่ 5% เท่านั้น ก็ใช้วิธีเรียกไปเรื่อยๆ ตอนนี้โรงงานที่สำโรงได้มา 361 คน จากจำนวนที่ต้องการ 378 คน

ส่วนเรื่องค่าตอบแทนไม่ใช่ประเด็นแล้ว เพราะบริษัทเดินเครื่องเต็มที่ 2 กะ และมีล่วงเวลา (โอที) ให้ด้วย โดยเดิมบริษัทขยับแทร็กไทม์จากเดิมที่เคยผลิต 1 นาทีต่อคัน ขยับไปเป็น 1.3 นาทีต่อคัน ตอนนี้ให้กลับมาอยู่ที่ 1.1 นาทีต่อคันแล้ว
ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก