คัมรี่ ไฮบริด อ๋อ..แบบนี้นี่เอง

Home / ข่าวสาร / คัมรี่ ไฮบริด อ๋อ..แบบนี้นี่เอง

บอกตรงๆ ถึงวันนี้ผมยังประหลาดใจไม่หายกับราคาขายเริ่มต้นของ "คัมรี่ ไฮบริด" ที่ยักษ์ใหญ่โตโยต้ากำหนดไว้แค่ 1.59 ล้านบาท ส่วนตัวท็อป ซึ่งมีเนวิเกเตอร์ ก็ขายกันไม่ถึง 1.8 ล้านบาท

 

ราคานี้โดนจริงๆ แต่ที่หลายคนยังกลัวๆ กล้าๆ ห่วงว่าจะมีปัญหาตามมา เพราะของไม่เคย ตั้งแต่มันเป็นรถใช้ไฟฟ้านะ มอเตอร์มันจะใช้ได้กี่มากน้อย เชียว ? ตัวแบตเตอรี่ ก็ร่ำลือกันว่าแพงหูฉี่ คิดไป คิดมา…ไม่เอาดีกว่า ในที่สุดก็อดได้ใช้ของดี ทั้งๆ ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งโลกเขากำลังไขว่คว้า

โตโยต้าคลอดคัมรี่ ไฮบริด มาเดือนเศษแล้วครับ ถึงวันนี้พอเห็นในท้องถนนประปราย ผู้บริหารโตโยต้าบอกว่ามียอดค้างส่งประมาณ 2 เดือน จากที่ผลิตเดือนละประมาณ 900 คัน ก็ถือว่า "แรงพอตัว" คัมรี่ ไฮบริด เปิดให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับมาครั้งหนึ่งแล้ว สำหรับผมก็เพิ่งได้สัมผัสตัวเป็นๆ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา บอกตรงๆ ดูไม่ออกหรอกครับว่าเป็นไฮบริดหรือธรรมดา เพราะทุกอย่างเหมือนกันหมด นอกจากจะเดินวนไปด้านหลัง ซึ่งมีตราสัญลักษณ์ และมองส่วนประกอบอื่นๆ อีกเล็กๆ น้อยๆ อาทิ หน้ากระจัง ไฟท้าย

ขึ้นไปบนรถก็ยังไม่รู้ จนกว่าจะกดปุ่มสตาร์ต เครื่องยนต์เงียบกริบ ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย เห็นแต่ที่หน้าปัดมีไฟสีเขียวขึ้นว่า Ready รอบเครื่องยนต์ก็ไม่มีให้ดู มีเพียงเข็มบอกระดับประจุไฟฟ้าในแบตเตอรี่ขับเคลื่อน กับรูปมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีลูกศรต่อเชื่อมไปที่ล้อรถ และรูปเครื่องยนต์

 

 

 

ลองกดคันเร่งออกตัวดูครับ ที่หน้าปัดยังคงเห็นรูปมอเตอร์ไฟฟ้าส่งกำลังไปที่ล้อ รถก็เคลื่อนไปข้างหน้าเหมือนขับรถใช้เครื่องยนต์ปกติ ไม่มีอะไร แตกต่าง ลองกดคันเร่งแรงๆ ดู เอาล่ะครับ ทีนี้หน้าปัดจะโชว์กำลังที่มาจากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์พร้อมกัน ซึ่งจะรู้สึกได้ชัดเจนว่าตอนนี้เครื่องยนต์ติดแล้ว ไม่มีอะไรซับซ้อน ต้องบอกว่าใช้งานง่ายมากซะด้วยซ้ำ

ประโยชน์ของไฮบริด อันดับแรกที่ได้ คือประหยัด ยิ่งรถติดๆ หายห่วงครับ วันนั้นไปวิ่งทดสอบกันในพื้นที่กรุงเทพฯชั้นใน เยาวราช ราชดำเนิน ขึ้นพระราม 8 ออกจรัญสนิทวงศ์ ต่อเชื่อมรัชดาฯ เข้าเอกมัย โผล่สุขุมวิท ออกพระราม 4 จนไปจบที่ รร.ดุสิตธานี ไม่น่าเชื่อ ประหยัดได้ถึง 26 ก.ม.ต่อลิตร อย่าเแปลกใจครับ เพราะเครื่องยนต์ติดอยู่ไม่กี่ครั้ง ออกตัวก็เป็นมอเตอร์ไฟฟ้า จอดนิ่งก็ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า มีเฉพาะช่วงที่ต้องเร่งความเร็วเท่านั้นที่เป็นการผสานของ 2 พลัง ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า

อย่าง ที่สอง ก็คือช่วยลดมลพิษ คงไม่ต้องอธิบายกันมาก หลายคนมีคำถามว่า เวลาจอดนิ่งๆ แอร์เย็นรึเปล่า ? ตอบว่า "หนาว" เลยครับ ไม่ต้องห่วง เขาใช้มอเตอร์ไฟฟ้ามาหมุนคอมเพรสเซอร์ ติดนานแค่ไหนก็เย็นครับ

 

อีก ประเด็นที่หลายคนยังกังวล วิ่งออกรึเปล่า ? ข้อนี้ยิ่งได้เปรียบ การออกตัวด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งมีแรงบิดมหาศาล ช่วยให้การเคลื่อนที่ไปข้างหน้าทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมระบบยังรู้อีกว่า ถ้ากระแสไฟฟ้าไม่พอ แต่คนขับไม่ปล่อย คันเร่ง ยังต้องการกำลังอยู่ เครื่องยนต์ก็จะ เข้ามาช่วยอีกแรง ผมว่าเจ๋งกว่ารถทั่วไปด้วยซ้ำ

และที่กลัวกันมากที่สุด ก็คือแบตเตอรี่ เปียกน้ำทำอย่างไร ? รับรองไม่เปียกครับ ถ้าไม่ตกน้ำ เขาไม่วางใต้ท้องรถนะ เปิดฝากระโปรงท้ายจะเห็นอยู่หลังเบาะนั่ง ขนาดก็ไม่ใหญ่มาก จะว่าเกะกะก็ไม่เชิง ฝากระโปรงท้ายยังวางถุงกอล์ฟ 2 ใบได้สบายๆ ส่วนราคาแพงหูฉี่ก็ไม่จริง ไม่เกิน 8 หมื่นบาท ถามว่า เสียเร็วแค่ไหน ? หายห่วงครับ เพราะโตโยต้าเขารับประกัน 5 ปี ไม่จำกัด ระยะทาง

คัมรี่ ไฮบริดยังมีระบบจัดการรวมที่เรียกว่า VDIM (Vehicle Dynamics Integrated Management System) คือรวบรวมระบบ ความปลอดภัยไว้ด้วยกัน เพื่อการควบคุมรถ ที่ดีเยี่ยม โดยกลไกลของเซ็นเซอร์ซึ่งติดตั้งอยู่รอบคันจะควบคุมทุกสิ่งนับตั้งแต่ความ เร็ว การเลี้ยว การเบรก ซึ่งระบบจะตรวจจับและแก้การสูญเสียการทรงตัวได้อย่างทันท่วงที คุณจะมั่นใจได้ กับระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TRC), ระบบป้องกันการลื่นไถล (VSC) และการปรับพวงมาลัยเพาเวอร์ด้วยไฟฟ้าที่เราเรียกกันบ่อยๆว่า EPS นอกจากนั้นก็ยังมีเบรก เอบีเอส ที่มีครบทั้งผ่อนแรงและช่วยเบรกมั่นใจยิ่งขึ้นกับขนาดของจานเบรกที่ใหญ่ขึ้น หน้า 16 นิ้ว หลัง 15 นิ้ว

ส่วนระบบป้องกันเมื่อเกิดเหตุก็ครบถ้วน ทั้งโครงสร้างตัวถังนิรภัย ถุงลมคู่หน้าและด้านข้าง ฝากระโปรงด้านหน้าแบบใหม่ซับแรงกระแทก รับรองไม่ถึงตัว และที่เด่น ไม่แพ้ใครก็คือ ระบบป้องกันการบาดเจ็บที่ต้นคอ ซึ่งเมื่อก่อนมีเฉพาะในรถยุโรปหรูหราเท่านั้น

ก่อนไปเทสต์ ผมก็มีคำถามอยู่ในใจเพียบ แต่พอไปลองตัวเป็นๆ เข้าให้ ก็ถึงบางอ้อ…มันเป็นแบบนี้นี่เอง

 

 ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก