458 อิตาเลีย ม้าลำพองพันธุ์ใหม่

Home / ข่าวสาร / 458 อิตาเลีย ม้าลำพองพันธุ์ใหม่

หลังจากที่ได้เห็นภาพเปิดตัวไปแล้วเมื่อต้นเดือนนี้ก็ต้องขอบอกว่างานนี้ มันส์ ! เพราะเชื่อว่า เฟอร์รารีสามารถแก้เกมที่เกิดอาการยึก ๆ ยัก ๆ   จึ๊ก ๆ จั๊ก ๆ ในตลาดที่เรียกได้ว่า ตัวเลือกเด่น ๆ เต็มไปหมดได้อยู่หมัดแน่ ๆ เพราะ 458 อิตาเลีย นั้น “ครบเครื่อง” จริง ๆ

   
เริ่มที่แนวคิดทางการออกแบบที่ฉีกแบบแผนธรรมเนียมเดิม ๆ ของเฟอร์รารีแบบแปดสูบเครื่องวางกลางที่ได้รับสืบทอดต่อเนื่องกันมากว่า 30 ปี นับตั้งแต่ 206 และ 264 ดิโน (Dino) จนถึง รุ่น 430 ในปัจจุบัน ซึ่งถ้าดูภาพประกอบก็จะเห็นได้ชัดเจนว่า พัฒนาการของรูปทรงนั้นเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยยึดถือเส้นสายคลาสสิกที่ได้รับการออกแบบจากบรมครูด้านการออกแบบรถยนต์ของ อิตาลีอย่าง พินินฟารีนา ที่ได้สร้างสรรค์รูปทรงอมตะอันเน้นความลื่นไหลและนุ่มนวลจากหัวจดท้าย ให้กับเฟอร์รารีแบบเครื่องวางกลาง 8 สูบที่เรารู้กันในชื่อของ 308, 328, 348, 355, 360 และ 430 ตลอดมา
   

 

แต่ทั้งหมดนี้จะเปลี่ยนไปใน รุ่น 458 อิตาเลีย เพราะเส้นสายที่ไหลต่อเนื่องแบบคลาสสิกและช่องดูดอากาศด้านข้างตัวถังเป็น อดีตไปเสียแล้ว 458 มาพร้อมกับเส้นสายที่แม้จะให้ความรู้สึกโค้งเว้าเซ็กซี่แต่จังหวะจะโคนนั้น ฉับพลัน และก้าวร้าวกว่ามาก ส่วนหนึ่งดูเหมือนจะได้รับอิทธิพลจากการออกแบบของ “เคน โอกูยามะ” นักออกแบบชาวญี่ปุ่นผู้ซึ่งร่ำเรียนด้านการออกแบบมาจาก สหรัฐอเมริกา และเคยเป็นหัวหน้าทีมออกแบบของพินินฟารีนา ในช่วงปลายยุคทศวรรษ 1990 ผู้ให้กำเนิดรูปแบบอันน่าตื่นตาตื่นใจของ เฟอร์รารี เอ็นโซ่ ไฮเปอร์คาร์ ของเฟอร์รารีในยุคปัจจุบัน และได้ก่อกำเนิดเส้นสายที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นการปฏิวัติที่    “กบฏ” ต่อคลาสสิกวิถีแบบอิตาเลียนมิใช่น้อย แต่กับ 458 อิตาเลียนี้สำนักพินินฟารีนาได้ตีความกับคำว่ากบฏเสียใหม่

 

 

   
และผลที่ได้ก็คือ ความขัดแย้งที่ลงตัวอย่างถึงกึ๋น และทำให้ 458 อิตาเลีย เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ไม่ว่ามองจากมุมไหนก็ล้วนแต่กระตุ้นอารมณ์ให้ อะดรีนาลินกระฉูดได้ไม่ยาก เริ่มตั้งแต่ไฟหน้าซีนอนพร้อมไฟแอลอีดีแนวตั้งที่คมเฉียบและเกรี้ยวกราด เรียกได้ว่าหากพบมันบนกระจกมองหลังของรถ    คุณก็ควรจะหลีกทางให้จะดีกว่า ปีกเล็ก ๆ ด้าน     กระจังหน้าเป็นเทคนิคการออกแบบที่แหวกแนวที่เฟอร์รารี เรียกว่า แอโรอีลาสติก กล่าวคือที่ความเร็วต่ำทำหน้าที่เป็นปีกจัดสรรกระแสลมเข้าสู่ระบบระบายความ ร้อนอย่างเต็มที่ แต่เมื่อใช้ความเร็วสูงตัวของปีกเองจะหยุ่นตัวและเปลี่ยนแปลงรูปร่างภายใต้ กระแสลม เพื่อลดแรงต้านอากาศโดยไม่ต้องอาศัยกลไกใด ๆ นับว่าเป็นแนวคิดทางวิศวกรรมที่สร้างสรรค์ไม่น้อย
   
เส้นสายด้านข้างนั้น แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของ เคน โอกูยามะ อย่างชัดเจน ในเรื่องของการประสานเส้นสายที่ขัดแย้งเข้าด้วยกัน ส่วนช่องดูดอากาศเข้าสู่เครื่องยนต์นั้นประสานเข้ากับส่วนฐานหลังคาอย่างกลม กลืน หมดยุคของช่องเปิดด้านข้างตัวถัง ในส่วนของด้านท้าย ไฟท้ายกลมใหญ่ดวงเดียวต่อข้างได้เข้ามาแทนที่ไฟกลมคู่อย่างลงตัว เช่นกันกับเฟอร์รารีร่วมสมัยอย่าง รุ่น 599 การวางตำแหน่งไฟท้ายให้คาบเกี่ยวอยู่มุมนอกสุดของตัวถังด้านบน ช่วยขยายให้บั้นท้ายของมันดูกว้างและอลังการ ในส่วนท่อไอเสียเองก็นับได้ว่าเป็นเซอร์ไพร้ส์ เพราะนี่คือ เฟอร์รารีคันแรกที่ใช้ท่อไอเสีย 3 ปลายเป็นคันแรกนับตั้งแต่ รุ่น F40 จากปลายยุคทศวรรษ 1990

   
ส่วนภายในห้องโดยสารนั้นยังไม่มีการเปิดเผยภายในขณะนี้ แต่จากแหล่งข่าวของเฟอร์รารีแจ้งว่า การออกแบบห้องโดยสารนั้นได้รับการพัฒนาโดยอาศัยข้อมูลจากนักแข่งระดับตำนาน “ไมเคิล ชูมัคเกอร์” ทำให้เชื่อได้ว่าการวางตำแหน่งของอุปกรณ์ต่าง ๆ จะเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบและเหมาะกับการขับขี่ที่ความเร็วสูงเป็นอย่างยิ่ง
   
สรุปว่าการปฏิวัติการออกแบบครั้งนี้ทำให้สมรภูมิของรถซูเปอร์คาร์ค่ายอื่น ๆ ทั้งหลายต้องกลับไปแก้กลยุทธ์ขนานใหญ่ และเชื่อได้ว่าเจ้าม้าลำพองตัวใหม่นี้จะเป็นที่หนึ่งในยุทธภพนี้ไปอีกพัก ใหญ่ทีเดียว.

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก