ค่ายญี่ปุ่นยืดเวลาเปลี่ยนรุ่นรถยนต์

Home / ข่าวสาร / ค่ายญี่ปุ่นยืดเวลาเปลี่ยนรุ่นรถยนต์

ค่ายญี่ปุ่นปรับยุทธศาสตร์รับทิศทางการผลิตรถยนต์ เลื่อนโมเดลเชนจ์จากเดิม 4 ปี ขยับเพิ่มเป็น 6 ปี หันมาซอยไมเนอร์เชนจ์แต่งหน้าทาปากให้มากขึ้น ชี้เครื่องยนต์ ตัวถัง และเทคโนโลยีการผลิตดีขึ้นผิดหูผิดตา ส่วนค่ายยุโรปตรงข้ามบีบการคลอดรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เร็วขึ้น

 

ผลพวงจากเทคโนโลยีการผลิตรถยนต์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ค่ายรถยนต์ต่างๆ เริ่มปรับทิศทางการผลิตรถยนต์ในสังกัดของตัวเองให้สอดรับสถานการณ์ปัจจุบัน ทางหนึ่งเพื่อลดต้นทุนการผลิต อีกทางหนึ่งเพื่อสร้างผลกำไรให้มากขึ้น

รายงาน ข่าวจากบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า นโยบายของบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นกำลังจะขยายอายุการคลอดรถยนต์แต่ละรุ่นออกไป อีกอย่าง 1-2 ปี จากเดิมที่รถยนต์หนึ่งรุ่นจะมีไลฟ์ไทม์ประมาณ 4 ปี หลังจากนั้นก็จะเปลี่ยนแพลตฟอร์มใหม่ หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า "โมเดลเชนจ์" มาเป็น 6 ปี กำลังได้รับความสนใจทั้งนี้เนื่องจากเทคโนโลยีการผลิตและวัตถุดิบในการผลิต ดีขึ้นมาก อาทิ เหล็ก ไฟเบอร์ พลาสติก ฯลฯ ช่วยยืดอายุการใช้งาน

นาย ศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับแนวทางที่บริษัท แม่กำลังดำเนินอยู่ เนื่องจากกระบวนการผลิตรถยนต์ปัจจุบันก้าวล้ำนำหน้าไปมาก สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนตอนนี้คือ พัฒนาการด้านเครื่องยนต์ จะเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงที่ ผ่านมา ส่วนใหญ่จะปรับปรุงดีไซน์เป็นหลัก ส่วนเครื่องยนต์ยังยึดของเดิม

นายศุภรัตน์กล่าวว่า การปรับทิศทางการผลิตด้วยการยืดระยะเวลาการเปลี่ยนรุ่นรถยนต์ หรือโมเดลเชนจ์ ให้กว้างออกไป จะช่วยให้บริษัทผู้ผลิตสามารถ ซฟต้นทุนการผลิตลงได้เยอะ เอาเม็ดเงินส่วนนี้ไปแข่งขันด้านการตลาด เพิ่มความถี่การปรับปรุงรูปโฉมที่เรียกว่าไมเนอร์เชนจ์ทำให้ได้ประโยชน์จาก ส่วนนี้มากขึ้น

เช่นเดียวกับผู้บริหารค่ายฮอนด้าที่มองว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้น่าจะเป็นโกลบอลเทรนด์ที่ทุกค่ายกำลังทำ การเลื่อนระยะเวลาคลอดรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ออกไปอีก 1-2 ปี ยิ่งจะทำให้แต่ละค่าย มีจำนวนรุ่นรถยนต์หลากหลายมากขึ้น การปรับปรุงโฉมด้วยการแต่งหน้าทาปาก เปลี่ยนไฟใหญ่, หน้ากระจัง, ไฟท้าย เหล่านี้ช่วยตอบสนองความต้องการลูกค้าได้ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนทั้งแพลตฟอร์ม หลายครั้งที่ลูกค้าต่อว่า ถึงความพยายามโมเดลเชนจ์รถยนต์แต่ ละรุ่นเร็วเกินจนตามไม่ทัน นอกจากกระทบกระเทือนด้านจิตใจยังกระทบเงินในกระเป๋าด้วย

ในขณะที่ ค่ายญี่ปุ่นพยายามยืดระยะเวลาการเปลี่ยนรถยนต์รุ่นใหม่ออกไปอีก 2 ปี แต่ในทางตรงกันข้าม ค่ายยุโรปซึ่งเดิมใช้เวลาโมเดลเชนจ์รถยนต์แต่ละรุ่น 7-8 ปี กลับพยายามที่จะย่นระยะเวลาให้สั้นลง โดยให้เหตุผลทางด้านการตลาดว่าเป็นการปรับเพื่อให้แข่งขันกับค่ายรถญี่ปุ่น ได้มากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาจะเห็นทั้งเมอร์เซเดส-เบนซ์, วอลโว่, บีเอ็มดับเบิลยู ต่างคลอดรถยนต์รุ่นใหม่เร็วขึ้น

ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานบริษัท กรังด์ปรีซ์ กรุ๊ป ผู้คร่ำหวอดในวงการรถยนต์มากกว่า 40 ปี มองว่าคนใช้รถบ้านเราเปลี่ยนรถกันเร็วเกินไป เพราะต้องวิ่งตามค่ายรถยนต์ให้ทัน ส่วนใหญ่ใช้รถกันแค่แสน ก.ม. ก็ขายทิ้งเปลี่ยนใหม่กันแล้ว ต่างจากยูสคาร์ในต่างประเทศซึ่งส่วนใหญ่ไมล์จะทะลุ 2 แสน ก.ม.เกือบทั้งนั้น ซึ่งในความเป็นจริงการใช้รถแค่แสน ก.ม.นั้นน้อยไป รถยังไม่ช้ำ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีการผลิตดีกว่าเก่าเยอะ เหล็กก็ดีขึ้น ปัจจุบันแทบไม่เห็นรถยนต์คันไหนผุหรือเป็นสนิม

ยิ่งเครื่องยนต์วิ่ง ถึง 2 แสน ก.ม. สบายๆ ถ้าเป็นดีเซลได้ถึง 4 แสน ก.ม. บางคนใช้งานถูกต้อง บำรุงรักษาดีๆ วิ่งได้ 7-8 แสน ก.ม. ดังนั้นการยืดเวลาโมเดลเชนจ์ของค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นออกไป น่าจะทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง ลูกค้าก็ได้ประโยชน์จากการซื้อรถยนต์ที่ถูกลงด้วย

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก