เจ.ดี.พาวเวอร์สำรวจปิกอัพในใจ

Home / ข่าวสาร / เจ.ดี.พาวเวอร์สำรวจปิกอัพในใจ

 เจ.ดี. พาวเวอร์สำรวจ "อีซูซุ" ครองตำแหน่งสูงสุดในประเทศไทยด้านความ พึงพอใจด้านบริการการขาย ลูกค้ากว่า 70% พูดเต็มปากรถใช้ดี-บริการเยี่ยมต้องแนะนำคนอื่นให้ซื้อแน่นอน

 

รายงาน ข่าวจากบริษัท เจ.ดี.พาวเวอร์ เอเชีย แปซิฟิก เปิดเผยว่า รถยนต์อีซูซุสามารถครองตำแหน่งการให้บริการหลังการขายที่สร้างความพึงพอใจ โดยรวมสูงสุดให้กับลูกค้าในกลุ่มรถยนต์ใหม่ในประเทศไทย โดยปีนี้นับเป็นปีที่ 10 ของการศึกษาวิจัยซึ่งสำรวจจาก 7 ปัจจัยหลักที่มีผลต่อความพึงพอใจโดยรวมของลูกค้าจากประสบ การณ์การซื้อรถ ซึ่งเรียงตามลำดับความสำคัญได้แก่ กระบวนการส่งมอบ พนักงานขาย สิ่งอำนวยความสะดวกของดีลเลอร์ การเริ่มต้นการขาย การจัดเตรียมเอกสาร ระยะเวลาในการส่งมอบและการเจรจาตกลง ค่าดัชนีดังกล่าวคำนวณจากการให้คะแนนความพึงพอใจโดยมีคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน ฉะนั้นค่าดัชนีที่สูงขึ้นก็เป็นตัวชี้วัดความพึงพอใจที่เพิ่มมากขึ้นกับขั้น ตอนการขายรถใหม่และกระบวนการส่งมอบ

จากผลการศึกษาวิจัยรถ 9 ยี่ห้อใน ปี 2552 นี้ รถยนต์อีซูซุครองอันดับสูงสุดโดยรวมบนดัชนีความพึงพอใจด้านบริการการขาย (SSI) ด้วย 879 คะแนน และทำคะแนนได้ดีเป็นพิเศษในด้านระยะเวลาการส่งมอบ ตามด้วยโตโยต้าอยู่ที่ 877 คะแนน และมาสด้าอยู่ที่ 876 คะแนน โตโยต้าทำคะแนนได้ดีเป็นพิเศษในด้าน สิ่งอำนวยความสะดวกของดีลเลอร์และการจัดเตรียมเอกสาร ส่วนมาสด้านั้นทำคะแนนได้ดีในด้านการเริ่มต้นการขายและการเจรจาตกลง

ใน บรรดาลูกค้าที่มีความพึงพอใจมาก ซึ่งคะแนนความพึงพอใจโดยเฉลี่ยมากกว่า 875 คะแนน จำนวน 70 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มนี้ยืนยันว่า พวกเขาจะแนะนำตัวแทนจำหน่ายที่พวกเขาซื้อรถมาต่อผู้อื่น "อย่างแน่นอน" ในขณะที่เพียง 40 เปอร์เซ็นต์ในกลุ่มลูกค้าที่มีความพึงพอใจน้อยที่ได้กล่าวเช่นกัน เช่นเดียวกันกับแนวโน้มความตั้งใจที่จะกลับไปซื้อรถจากตัวแทนจำหน่ายเดิม ซึ่งเห็นได้ว่าในกลุ่มลูกค้าที่มีความพึงพอใจมากจำนวนรายที่มีความตั้งใจที่ จะกลับไปซื้อรถจากตัวแทนจำหน่ายเดิมนั้นเฉลี่ยที่ 60 เปอร์เซ็นต์ เปรียบเทียบกับในกลุ่มลูกค้าที่มีความพึงพอใจน้อยเพียง 33 เปอร์เซ็นต์

นาย โลอิค เปอ็อง ผู้จัดการประจำประเทศไทย เจ.ดี. พาวเวอร์ เอเชีย แปซิฟิก กรุงเทพฯ กล่าวว่า การได้รับคะแนนความพึงพอใจในระดับที่สูงจากลูกค้านั้นมีผลกระทบต่อตัวแทน จำหน่ายอย่างมากในการจะทำให้เกิดการบอกต่อในแง่บวก การสร้างโอกาสที่จะได้ลูกค้าใหม่ และการเพิ่มจำนวนลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมชมโชว์รูมมากขึ้น

จากการศึกษา ในปี 2552 พบว่าคะแนนความพึงพอใจโดยรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 875 คะแนน ซึ่งน้อยกว่าในปีที่แล้ว 4 คะแนน และเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2551 คะแนนความพึงพอใจในด้านการเริ่มต้นการขายเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากถึง 13 คะแนน อย่างไรก็ตามระดับความพึงพอใจสำหรับอีก 6 ปัจจัยที่เหลือลดลง 5 ถึง 10 คะแนน

จากการศึกษายังพบอีกว่าในปีนี้อัตราปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่าง การขายมีน้อยลงเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา การปรับปรุงที่เห็นได้ชัดที่สุดของตัวแทนจำหน่ายคือการมีจำนวนรถยนต์พอเพียง อยู่ในคลังสินค้าเพื่อการตัดสินใจเลือกซื้อของลูกค้า และการที่ตัวแทนจำหน่ายมีพนักงานขายเพียงพอเพื่อให้บริการลูกค้า นอกจากนี้แล้วลูกค้ายังรายงานว่า พวกเขาประสบความกดดันในการซื้อน้อยลงเมื่อเปรียบเทียบกับผลของปีที่แล้ว และจำนวนลูกค้าที่กล่าวว่า พนักงานขายได้ใช้เวลาในการพูดคุยกับเขาเท่านั้นเพิ่มขึ้นอีกด้วย ซึ่งทำให้เห็นถึงการเพิ่มการดูแลเอาใจใส่ให้กับผู้ที่กำลังมองหาซื้อรถ

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก