นิสสัน-ฮอนด้า ลองของคัมรี่ไฮบริด

Home / ข่าวสาร / นิสสัน-ฮอนด้า ลองของคัมรี่ไฮบริด

เก๋ง ใหญ่เดือด "ฮอนด้า-นิสสัน" ประกาศสู้สุดตัว ไม่หวั่นหลัง "โตโยต้า" ส่ง "คัมรี่ ไฮบริด" มาตีตลาด เชื่อ "แอคคอร์ด-เทียน่า" ไม่กระเทือน เหตุลูกค้าเป็นคนละกลุ่ม พร้อมชี้เป็นเรื่องดี โดยเฉพาะความหลากหลายที่ผู้บริโภคจะได้ ด้าน "นิสสัน" ฟุ้ง ยอดผลิต "เทียน่า" ไม่พอต่อความ ต้องการ คาดปีนี้ขายทะลุเป้า

 

หลังจาก ที่บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ส่งรถยนต์ นั่งขนาดใหญ่โตโยต้า คัมรี่ ไฮบริด ออกสู่ตลาดเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา ด้วยการประกาศราคาจำหน่ายจูงใจ กับราคาเริ่มต้นที่ 1.599-1.799 ล้านบาท และ ถือเป็นราคาที่แตกต่างจากรถยนต์ใน เซ็กเมนต์เดียวกันอย่างนิสสัน เทียน่า ที่จำหน่ายอยู่ในราคา 1.179-1.649 ล้านบาท และฮอนด้า แอคคอร์ด ราคา 1.265-2.920 ล้านบาท โดยโตโยต้าตั้งเป้าจำหน่ายไว้ที่เดือนละ 900 คัน หรือ 2,000 คันในปีนี้

สำหรับ การออกมาประกาศพร้อมเขย่าตลาดรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ครั้งนี้ของโตโยต้าจะส่งผล กระทบไปยังรถยนต์ใน เซ็กเมนต์เดียวกันมากน้อยแค่ไหน ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" ได้สอบถามไปยังนายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการบริหาร บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ฮอนด้าคงจะต้องใช้ระยะเวลาเพื่อรอดูความต้องการและตลาดโดยรวมไปอีกสักระยะ ว่ากลุ่มลูกค้าและผู้บริโภคชาวไทยจะให้การตอบรับรถยนต์ไฮบริดมากน้อยเพียงใด

ซึ่งฮอนด้าเองมองว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มี ผู้ประกอบการบางรายได้ตัดสินใจผลิตและส่งรถยนต์ประเภทนี้ออกมาทำตลาด แต่สำหรับฮอนด้าขอดูความชัดเจนอีกนิดและรอดูว่าลูกค้าจะยอมรับมากน้อยเพียง ใด ส่วนที่มีหลายฝ่ายกังวลว่าการตัดสินใจ ส่งโตโยต้า คัมรี่ ไฮบริด ออกสู่ตลาดนั้นอาจจะส่งผลกระทบในแง่ยอดการจำหน่ายโดยตรงต่อรถยนต์ในกลุ่มรถ ยนต์นั่งขนาดกลางและขนาดใหญ่ บริษัทก็มั่นใจว่า ฮอนด้า แอคคอร์ด เป็นรถยนต์ที่มีจุดเด่นและแตกต่างกัน ดังนั้นการที่โตโยต้าหันมาทำตลาดรถยนต์ประเภทนี้ก็ถือเป็นผลดีต่อผู้บริโภค โดยเฉพาะความหลากหลายในการเลือกใช้พลังงาน

"ฮอนด้าถือว่าเป็นโอกาส และทางเลือกของผู้บริโภคมากกว่า เพราะรถยนต์แต่ละรุ่นที่ออกมาสู่ตลาดต่างๆ ก็มีกลุ่มลูกค้า ที่ชัดเจนและเป็นตัวของตัวเอง อย่างแอคคอร์ดของเราเองถือเป็นรถยนต์ที่มี จุดเด่นและเอกลักษณ์ ซึ่งหากลูกค้าชอบก็จะตัดสินใจเลือกใช้เรา แต่หากลูกค้าไม่ชอบก็ถือเป็นทางเลือกของลูกค้า" นายพิทักษ์กล่าว

ใน แง่ของยอดขายนั้น ปัจจุบันถือว่า แอคคอร์ดยังคงเดินไปตามแผนที่บริษัทวางไว้ แม้ว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคจะหันมาให้ความสนใจกับรถยนต์นั่งขนาดกลางและขนาด เล็กอย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทก็ยังมั่นใจในยอดขายรถทุกรุ่นว่าจะเป็นไปตามเป้า เห็นได้จากล่าสุดฮอนด้าได้ประกาศปรับเป้ายอดขาย จากเดิมที่คาดว่าจะขาย 80,000 คันในปีนี้ เป็น 84,000 คันด้วย

ด้านนายเฉลิมวงศ์ กัมปนาทแสนยากร รองผู้จัดการใหญ่ สื่อสารองค์กร บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงผลกระทบจากการเปิดตัวรถยนต์คัมรี่ ไฮบริด ของ โตโยต้าว่า เบื้องต้นอาจจะส่งผลกระทบต่อยอดขายรถยนต์ในเซ็กเมนต์เดียวกันอย่างแน่นอน แต่บริษัทก็มั่นใจว่ารถยนต์ นิสสัน เทียน่า รวมถึงรถยี่ห้ออื่นๆ ต่างก็มีกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนอยู่แล้ว

สำหรับนิสสัน เทียน่า หลังจากบริษัทได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา พร้อมทั้งตั้งเป้ายอดขายปีนี้ไว้ที่ 2,500 คัน จากระยะเวลาทั้งสิ้น 9 เดือน ปรากฏว่าวันนี้ยอดขายได้รับการตอบรับเกินความคาดหมาย โดยปัจจุบันมียอดขายเกิน 2,000 คันไปแล้ว และมีรถยนต์ไม่เพียงพอต่อการส่งมอบให้กับลูกค้าด้วย และคาดว่านิสสัน เทียน่า จะมียอดขายเกินเป้าหมายอย่างแน่นอน

เนื่องจากช่วงที่ผ่าน มาต้องยอมรับว่า บริษัทได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจในช่วงขาลง ส่งผลให้มีการปรับลดกำลังการผลิต ทำให�มีแบ็กออร�เดอร�เกิน 2 เดือน หรือประมาณ 800 คัน แต่ปัจจุบันเมื่อความต้องการของลูกค้ามีมากขึ้น โดยเฉพาะ นิสสัน เทียน่านั้นบริษัทได้เริ่มเพิ่มกำลังการผลิตจากเดิม 300 คัน/เดือนเป?น 500 คัน/เดือน และเชื่อว่ายอดขายนิสสัน เทียน่า จะมากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน

"โดยส่วนตัวแล้ว ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ดี และถือเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับลูกค้า แต่เราต้องทำความเข้าใจกันว่า ลูกค้าของเทียน่าและลูกค้าของคัมรี่ ไฮบริดเองก็เป็นลูกค้าคนละกลุ่มกันอยู่แล้ว สิ่งสำคัญที่ลูกค้าจะต้องคำนึงคือเรื่องลักษณะความต้องการใช้งาน บริการหลังการขาย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาต่างๆ ด้วยว่า ลูกค้าต้องการและพอใจจะเลือกใช้แบบใด" นายเฉลิมวงศ์กล่าว

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก