ไฮบริด แตกต่างอย่างไร ?

Home / ข่าวสาร / ไฮบริด แตกต่างอย่างไร ?

"รถ ไฮบริด" ชื่อนี้ถูกเรียกขานอยู่ในรถยนต์พลังงานทางเลือกมาได้ระยะหนึ่งแล้ว หลายคนคุ้นหู แต่ยังไม่เข้าใจว่าระบบนี้ทำงานอย่างไร มีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานมากน้อยแค่ไหน การบำรุงรักษา รถยนต์รุ่นนี้แตกต่างจากรถที่ใช้เครื่องยนต์ปัจจุบันหรือไม่ แและยังมี คำถามอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย

 

หลังจาก "โตโยต้า" ได้แนะนำรถยนต์คัมรี่ ไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุดออกสู่ตลาด ได้มีการพยายามให้ความรู้ในเรื่องของรถยนต์ไฮบริดอย่างต่อเนื่อง และล่าสุด โตโยต้าได้จัดการอบรม "เทคโนโลยีไฮบริด" ให้กับสื่อมวลชน โดยมี "มนัส ดาวมณี" รองผู้อำนวยการ ฝ่ายบริการด้านเทคนิค บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นวิทยากรในครั้งนี้

สำหรับคำว่า "ไฮบริด" นั้นเป็นคำศัพท์ที่มีใช้อยู่ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างหลากหลาย อาทิ ระบบแอร์ และอื่นๆ แต่สำหรับรถยนต์แล้ว ไฮบริด คือ การนำพลังงานการขับเคลื่อน 2 สิ่งมาผนวกกันในการขับเคลื่อนรถยนต์ ซึ่งใช้เครื่องยนต์ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า

และ จากการที่รถทุกคันใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน จึงมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ท้องถนน ซึ่งก๊าซนี้จะออกมาห่อหุ้มโลก ก่อให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก มีผลกับภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นอยู่ในเวลานี้ ดังนั้นจึงมีการคิดค้นกันว่าจะทำอย่างไรที่จะลดการบริโภคน้ำมันให้น้อยที่ สุด และลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้มากที่สุด จึงมีบทสรุปที่รถยนต์ไฮบริด

สำหรับโตโยต้านั้นมีการพัฒนาระบบนี้มากว่า 40 ปี แล้ว และเมื่อ ปี 2540 ได้มีการเปิดตัวโตโยต้า

พรี อุส รถไฮบริดรุ่นแรกออกสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ โดยจำหน่ายในญี่ปุ่นและส่งออกไปยังประเทศในแถบยุโรป ในช่วงนั้นรถรุ่นนี้ราคาแพงมาก ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อรถรุ่นนี้จะเป็นพวกวิศวกรหรือนักอนุรักษ์ต่างๆ ที่รู้และเข้าใจเรื่องของไฮบริดเท่านั้น

ต่อมารัฐบาลญี่ปุ่นได้สนับ สนุนอุตสาห กรรมนี้ โดยให้เงินคืนกับผู้ที่ซื้อรถไฮบริดถึง 10% ซึ่งช่วยให้คนซื้อมากขึ้น แต่รถก็ยังมีราคาแพงอยู่ดี

จนกระทั่งเจ เนอเรชั่นที่ 2 ของพรีอุส ออกสู่ตลาด ก็เริ่มได้รับความนิยม และล่าสุดเพิ่งเปิดตัวเจเนอเรชั่นที่ 3 ในญี่ปุ่น ซึ่งลูกค้าให้การตอบรับเป็นอย่างดี และมียอดจองสูงมาก นอกจากนั้นโตโยต้ายังขยายเครื่องยนต์ไฮบริดออกสู่รถรุ่นอื่นๆ มากขึ้น อาทิ เลกซัส เอสติม่า ฯลฯ

ส่วนคัมรี่ ไฮบริด มีการเปิดตัวครั้งแรกในปี 2549 ในประเทศสหรัฐอเมริกา และไทยจะเป็นประเทศที่ 2 ในโลกที่เปิดตัวรถรุ่นนี้ ต่อด้วยการเปิดตัวในออสเตรเลีย และญี่ปุ่น

รถ ยนต์รุ่นนี้ได้มีการพัฒนาและนำประสบการณ์ต่างๆ มาปรับให้เป็นรถสัญชาติไทย โดยมีการทดสอบก่อนหน้านี้หลายปี พร้อมกับการปรับแต่งให้เหมาะสมกับสภาพอากาศและนิสัยของคนไทย ด้วยอัตราเร่ง 0-100 ก.ม. ภายในเวลา 10.9 วินาที และอัตราประหยัดน้ำมันที่สูงกว่าคัมรี่ รุ่น 2.4 ลิตร อยู่ถึง 3 เท่าเลยทีเดียว

ในส่วนของระบบไฮบริดนั้น โตโยต้าได้พัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ "Toyota Hybrid Synergy Drives" ที่รวบเอาระบบไฮบริดแบบอนุกรมและแบบคู่ขนานไว้ด้วยกัน เพื่อใช้ประโยชน์จาก 2 ระบบให้ได้มากที่สุด โดยระบบนี้จะมีมอเตอร์อยู่ 2 ตัว ซึ่งการทำงานจะขึ้นอยู่กับสภาวะการขับขี่ว่าจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้า หรือเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนรถยนต์ หรือว่าจะใช้ทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ เพื่อดึงประสิทธิภาพในการทำงานออกมาให้ได้มากที่สุด โดยมีการทำงานในโหมดต่างๆ ดังนี้

โหมดเริ่มออกตัว เมื่อเรากดปุ่มสตาร์ต ไฟหน้าจอจะโชว์คำว่า ready เมื่อเราเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ไปที่ D มอเตอร์ไฟฟ้าจะเริ่มทำงาน โดยถ่ายกำลังมาที่ล้อเมื่อเหยียบคันเร่งเบาๆ เครื่องยนต์จะเริ่มทำงาน ซึ่งการผสมแรงระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้ากับเครื่องยนต์ในช่วงนี้ที่เราเรียกว่า "ไฮบริด" นั่นเอง

โหมดการขับขี่ด้วยความเร็วต่ำหรือปานกลาง โหมดนี้เครื่องยนต์จะไม่สามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่มอเตอร์ไฟฟ้าจะใช้พลังงานได้สูงสุด ดังนั้นระบบไฮบริดจึงใช้พลังงานไฟฟ้าที่มีอยู่ในแบตเตอรี่เพื่อหมุนมอเตอร์ ไฟฟ้าในการ ขับเคลื่อนรถยนต์

โหมดการขับขี่ความเร็วปกติ ระบบจะใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเพื่อให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพสูง สุด โดยพลังงานจะถูกส่งตรงไปยังล้อทั้ง 4 สี่โดยตรง และยังมีพลังงานส่วนหนึ่งถูกส่งไปยังเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และพลังงานนี้จะถูกส่งไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อช่วยเสริมการทำงานของเครื่อง ยนต์ด้วย และในกรณีที่เครื่องยนต์ผลิตพลังงานออกมามากเกินไป จะมีพลังงานส่วนเกินถูกดึงกลับไปเก็บไว้ที่แบตเตอรี่อีกด้วย

โหมดการ ลดความเร็ว ในจังหวะที่เบรกหรือลดความเร็ว ระบบจะใช้พลังงานจลน์ที่เกิดขึ้น เพื่อทำให้ล้อไปหมุนมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งทำงานเสมือนเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และพลังงานจากความร้อนจากแรงเสียดทานเมื่อลดความเร็ว จะถูกแปลงเป็นกระแสไฟฟ้า ซึ่งจะถูกส่งไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่เพื่อใช้งานต่อไป

โหมด หยุดอยู่กับที่ ในโหมดนี้ระบบทั้งหมดจะหยุดการทำงาน ทั้งเครื่องยนต์ มอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะหยุดทำงานอัตโนมัติ จึงไม่มีการสูญเสียพลังงานใดๆ ทั้งสิ้น

ส่วนระบบปรับอากาศในรถยนต์จะถูกขับเคลื่อนโดยมอเตอร์ และถ้าจอดรถนานๆ เครื่องยนต์จะติดเอง เพื่อมีการชาร์จไฟให้กับมอเตอร์อีกด้วย

ใน ด้านการบริการหลังการขายนั้น ทางโตโยต้าได้เตรียมงานด้านนี้ไว้เป็นอย่างดี โดยมีการเทรนช่างซ่อมในศูนย์บริการต่างๆ ทั่วประเทศ สำหรับลูกค้านั้นค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงจะเทียบกับรถคัมรี่เครื่อง ยนต์ปกติทุกอย่าง โดยในระยะ 1 แสน ก.ม. จะมีค่าน้ำมันเครื่องและเคมีภัณฑ์ต่างๆ ประมาณ 18,000 บาท และค่าแรงอีก 5,700 บาทเท่านั้น

ในด้านความช่วยเหลือฉุกเฉิน โตโยต้าการันตีว่าภายใน 48 ช.ม. จะต้องได้รับความช่วยเหลือจากทีมงานชาวไทย ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ นอกจากนั้นยังกระจายทีม ไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ พร้อม สต๊อกอะไหล่ที่มีเต็ม 100% นอกจากนั้นยังมีระบบพีซีคอนเฟอเรนซ์ผ่านคอมพิวเตอร์ ออนไลน์ ที่จะมีทีมงานซัพพอร์ตในญี่ปุ่น อีกด้วย

สำหรับแบตเตอรี่มีอายุการ ใช้งานที่ยาวนาน โตโยต้าจึงให้การรับประกัน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ทั้งนี้เพราะจากการทำตลาดในประเทศต่างๆ แบตเตอรี่จะมีปัญหาเพียงแค่ 0.002% เท่านั้น ซึ่งถือว่าแทบจะเป็น 0% เลยทีเดียว ส่วนราคาขายก็ยังไม่ต้องกังวล เพราะโตโยต้าทำราคาแบตเตอรี่ไว้ต่ำสุดที่ 8-9 หมื่นบาทเท่านั้น

ทั้ง หมดนี้คือความพร้อมของโตโยต้า ในการที่จะบุกตลาดรถยนต์ "ไฮบริด" หนึ่งในพลังงานทางเลือกสำคัญ ที่เป็นเป้าหมายของโตโยต้าในเวลานี้ !!!

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก