บีเอ็มฯขยายไลน์เครื่องยนต์ดีเซล ส่ง320d

Home / ข่าวสาร / บีเอ็มฯขยายไลน์เครื่องยนต์ดีเซล ส่ง320d

"บีเอ็มฯ" เสริมทัพซีรีส์ 3 ส่ง "320d" ดีเซลรุ่นเล็กลงตลาดเคาะราคาที่ 2.699 ล้านบาท หวังดึงลูกค้ากลุ่มพรีเมี่ยม ชี้จุดเด่นอยู่ที่เครื่องยนต์ดีเซลสุดประหยัด แถมมีแพ็กเกจเซอร์วิสบำรุงรักษาครบครัน

 

นายคาร์ล รูดิเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ดีเซลในรถยนต์ซีรีส์ 3 ด้วยการเสริมทัพ BMW 320d ในราคา 2,699,000 บาท ทำให้ไลน์ผลิตภัณฑ์ระดับซีรีส์ 3 มีให้เลือกถึง 4 รุ่น คือ BMW 318i ราคา 2,399,000 บาท BMW 320i ราคา 2,649,000 บาท BMW 320d ราคา 2,699,000 บาท และ BMW 320d SE ราคา 2,899,000 บาท

"บี เอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย มีความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าและผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดให้ กับผู้บริโภค นอกจากนั้นยังเน้นที่ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์เพื่อความต้องการที่แตกต่าง กันของลูกค้าด้วยความโดดเด่นทั้งในด้านของสมรรถนะ ความประหยัด และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงทำให้เทคโนโลยีเครื่องยนต์ ดีเซลของบีเอ็มดับเบิลยูได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภครถยนต์ระดับ พรีเมี่ยม เราจึงได้พิจารณาเพิ่มรุ่น 320d เพื่อให้เป็นอีกทางเลือกของลูกค้า และด้วยแพ็กเกจและราคาที่คุ้มค่า BMW 320d จะเป็นรุ่นที่เราใช้ดึงดูดลูกค้าระดับพรีเมี่ยมเพื่อให้มาลองใช้เทคโนโลยี เครื่องยนต์ดีเซลที่เหนือชั้นของบีเอ็มดับเบิลยู"

สำหรับ BMW 320d ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมด้วยเทคโนโลยีระบบฉีดน้ำมัน common rail direct injection เจเนอเรชั่นที่ 3 และเทคโนโลยีหัวฉีดแบบ Piezo ระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบแปรผันด้วยเทคโนโลยี efficient dynamics เครื่องยนต์นี้สามารถผลิตแรงม้าสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ และแรงบิดสูงสุดมากถึง 350 นิวตัน-เมตร ระหว่าง 1,750-3,000 รอบ พร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แบบ steptronic ส่งผลให้ BMW 320d สามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 8.0 วินาที ซึ่งจัดได้ว่าเป็นอัตราเร่งที่ดีที่สุดในเซ็กเมนต์ นอกจากนั้นยังมีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีที่สุดด้วยเช่นกันที่ 16.7 กิโลเมตรต่อลิตร

BMW 320d มาพร้อมระบบไฟหน้า Bi-Xenon เพื่อความปลอดภัยในยามค่ำคืน อีกทั้งยังให้ความหรูหราและสะดวกสบายอย่างครบครันด้วยระบบ comfort access สามารถเปิด-ปิดล็อกและสตาร์ตเครื่องเพียงปลายนิ้วสัมผัสโดยไม่ต้องเสียบ กุญแจ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ climate control ที่สามารถตั้งอุณหภูมิแยกได้ระหว่างด้าน คนขับและด้านผู้โดยสาร ระบบพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นสามารถควบคุมสั่งการระบบเครื่องเสียง ระบบสั่งการปัดน้ำฝนอัตโนมัติพร้อมระบบตัดแสงสำหรับกระจกมองหลัง ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติเมื่อเข้าที่มืด และระบบ Bluetooth เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือสำหรับการสื่อสารแบบแฮนด์ฟรีเพื่อการขับขี่ที่ ปลอดภัย

นอกจากนี้ บริษัทได้เตรียมโปรแกรมบริการหลังการขาย BMW Service & Repair Inclusive ซึ่งเป็นการดูแลบำรุงรักษาและซ่อมแซมตลอดเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ซึ่งจะสร้างความสบายใจให้กับลูกค้าในการใช้งานได้เป็นอย่างดี

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก