ฟอร์ด-มาสด้าเขย่าตลาดเก๋งเล็กประเดิม มาสด้า 2 สิ้นปีนี้

Home / ข่าวสาร / ฟอร์ด-มาสด้าเขย่าตลาดเก๋งเล็กประเดิม มาสด้า 2 สิ้นปีนี้

"มาสด้า-ฟอร์ด" เขย่าตลาดเก๋งเล็ก หลังเทงบฯกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท เปิดโรงงานผลิตรถ "บีคาร์" ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคในยุควิกฤต ดีเดย์ส่ง "มาสด้า 2" ออกสู่ตลาดปลายปี ด้าน "ฟอร์ด" เตรียมพร้อมส่ง "เฟียสต้า" ลุยตลาดต้นปีหน้า จับตาเดือน มิ.ย.53 กำลังซื้อดีดกลับ พร้อมขยายกำลังการผลิตและจ้างพนักงานเพิ่ม

 

 
 นาย คิโยทากะ โชบุดะ ประธานบริษัท ออโต้ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทร่วมทุนระหว่างฟอร์ดและมาสด้า ในการผลิตรถยนต์ในประเทศไทย กล่าวว่า การลงทุนเพื่อเปิดโรงงานผลิตรถยนต์นั่งของฟอร์ดและมาสด้าครั้งนี้ ใช้เงินลงทุนมูลค่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 17,000 ล้านบาท โรงงานแห่งนี้ถือเป็นโรงงานผลิตรถยนต์นั่งขนาดเล็ก หรือบีคาร์ อย่างฟอร์ด เฟียสต้า และมาสด้า 2 โดยมีกำลังการผลิตทั้งสิ้น 100,000 คันต่อปี

 

 ทั้ง นี้จากการเปิดโรงงานใหม่แห่งนี้ จะส่งผลให้บริษัทมีกำลังการผลิตรวม 2 โรงงาน ทั้งในส่วนของรถปิกอัพขนาด 1 ตัน และรถยนต์นั่ง รวมกันถึง 275,000 คันต่อปี แบ่งเป็นการผลิตรถยนต์สำเร็จรูป (CKD) 220,000 คัน และการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์เพื่อประกอบ (CKD) อีก 55,000 คัน

 ปัจจุบัน บริษัทใช้กำลังการผลิตประมาณ 60% มีพนักงานกว่า 3,000 คน หากใช้เต็มกำลังการผลิตแล้ว คาดว่าจะต้องจ้างพนักงานเพิ่มอีก 2,000 คน อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าภายในเดือนมิถุนายน 2553 จะต้องมีการเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อรองรับความต้องการใช้รถยนต์ประเภทนี้เพิ่มขึ้น รวมทั้งสภาวะเศรษฐกิจที่คาดว่าจะดีขึ้นด้วย

 ในช่วงแรกโรงงานแห่งนี้จะ ผลิตรถยนต์มาสด้า 2 ก่อน ซึ่งคาดว่าจะสามารถผลิตและพร้อมทำตลาดได้ในช่วงปลายปีนี้ ขณะที่รถยนต์ฟอร์ด เฟียสต้า จะมีการผลิตและจัดจำหน่ายในช่วงต้นปีหน้ารถยนต์ทั้ง 2 รุ่นจะเป็นการผลิตเพื่อรองรับความต้องการทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดส่งออก ทั้งในภูมิภาคอาเซียน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และแอฟริกาใต้ จากปัจจุบันเอเอทีผลิตรถกระบะฟอร์ดและมาสด้าเพื่อจำหน่ายภายในประเทศและส่ง ออกไปยังกว่า 130 ประเทศทั่วโลก

 "นับตั้งแต่ปี 2538 ฟอร์ดและมาสด้า ในนามของออโต้อัลลายแอนซ์ ได้มีการลงทุนสำหรับในประเทศไทยไปแล้วเป็นมูลค่ามากกว่า 50,000 ล้านบาท และนี่ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จหลังจากบริษัทตัดสินใจลงทุนสร้างโรงงานผลิต รถบีคาร์ ซึ่งเชื่อว่าโรงงานแห่งนี้จะส่งผลให้เราประสบความสำเร็จค่อนข้างดีอย่างแน่ นอน" นายโชบุดะกล่าว

 นายเดวิด อัลเดน ประธานฟอร์ด อาเซียน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินถึงสถานการณ์ของตลาดรถยนต์ในปีหน้าได้ เนื่องจากจำเป็นจะต้องรอดูสถานการณ์และยอดขายในปีนี้ ซึ่งโดยส่วนตัวเชื่อว่ายอดขายรถยนต์โดยรวมของประเทศไทยน่าจะอยู่ระดับ 500,000 คันเท่านั้น

 สำหรับรายละเอียดการทำตลาดรถยนต์ฟอร์ด เฟียสต้านั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่า ฟอร์ดจะผลิตเพื่อจัดจำหน่ายไปยังประเทศใดบ้าง เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจน แต่สิ่งที่ชัดเจนและแน่นอนคือ ฟอร์ดและมาสด้าจะมีการผลิตรถยนต์ร่วมกัน แต่แนวทางการทำตลาดของรถยนต์ทั้ง 2 รุ่นจะไม่ทำตลาดร่วมกัน แต่จะเป็นการชิงพื้นที่ระหว่างฟอร์ด มาสด้า รวมทั้งโตโยต้าและฮอนด้า ที่มีส่วนแบ่งอยู่ 85% ในปัจจุบัน

 ขณะที่นายมาซาฮารุ ยามากิ รองประธานบริหาร มาสด้า คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า แม้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ต่างๆ แต่วันนี้มาสด้าเชื่อมั่นว่า โรงงานแห่งใหม่นี้จะประสบความสำเร็จจากการผลิตรถยนต์มาสด้า 2 ซึ่งเป็นรถยนต์ที่มีขนาดเล็ก ประหยัดน้ำมัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มและความต้องการผู้บริโภคในปัจจุบัน

 "โรงงานแห่ง นี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ของมาสด้า ที่ต้องการผลิตรถยนต์นั่งเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีความต้อง การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมั่นใจว่าโรงงานนี้จะเป็นตัวช่วยสนับสนุนและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ กับมาสด้าประเทศไทย และมาสด้าอาเซียนได้เป็นอย่างดี"

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก