อีซูซุลุยตลาดยุโรปตะวันออก

Home / ข่าวสาร / อีซูซุลุยตลาดยุโรปตะวันออก

อีซูซุปรับกลยุทธ์เจาะ“ยุโรปตะวันออก”สู้วิกฤติศก.โลก ชี้ประเทศกำลังพัฒนาดีมานด์ปิกอัพสูง เน้นคุณภาพ เมินนโยบายราคา

ในช่วง 6 ปี ที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา “อีซูซุ” ได้เปิดตัวรถยนต์ “ปิกอัพ ดีแมคซ์” จากฐานการผลิตประเทศไทยไปทั่วโลก โดยยอดส่งออกของอีซูซุ ดีแมคซ์ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มอีซูซุ ในประเทศไทย และผู้จัดจำหน่ายอีซูซุของแต่ละประเทศ

 

 

 

อีซูซุ ดีแมคซ์ เริ่มมียอดขายสูงขึ้นเรื่อยๆ จาก 10,500 คัน ในครึ่งหลังของปี 2546 เพิ่มเป็น 46,000 คัน ในปี 2547 และ 1.37 แสนคัน ในปี 2550 ส่วนปี 2551 ส่งออกลดลงเล็กน้อย เนื่องจากเศรษฐกิจโลกเริ่มซบเซา ส่งผลกระทบต่อยอดขายตกลงมาอยู่ที่ 1.33 แสนคัน ส่วนล่าสุดปี 2552 นี้ ในช่วงครึ่งปีแรก เกิดวิกฤติเศรษฐกิจทั่วโลก สะเทือนถึงกำลังซื้อสินค้ารถยนต์ จึงยังไม่ได้มีการตั้งเป้าการส่งออกในปีนี้ เนื่องจากต้องรอให้ ผู้แทนจำหน่ายในต่างประเทศระบายสต็อกเดิมก่อน

ฮิโรชิ นาคางาวะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ตรีเพชร อีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวถึงตลาดส่งออกรถยนต์ในปีนี้ว่า จะลดลงประมาณ 50% เป็นอย่างต่ำ เนื่องจากกำลังซื้อในตลาดโลกลดน้อยถอยลงเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าอีซูซุไม่ได้ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ที่เป็นต้นตอของวิกฤติครั้งนี้ก็ตาม แต่ตลาดสำคัญอันดับสอง คือ ยุโรป ประสบปัญหาหนักพอๆ กับสหรัฐ

ส่วนตลาดหลักอันดับ 1 คือ ภูมิภาคตะวันออกกลาง ดูเหมือนไม่กระทบมาก แต่สำหรับตลาดรถยนต์แล้วได้รับผลพวงจากภาวะถดถอยครั้งนี้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม คาดว่าในครึ่งปีหลังตลาดตะวันออกกลางน่าจะค่อยฟื้นตัวดีขึ้น

ศก.โลกถดถอย งดตั้งเป้าส่งออกชั่วคราว
 “ช่วงครึ่งปีแรก บริษัทไม่ได้ตั้งเป้ายอดการส่งออก เพราะไม่ต้องการกดดันคู่ค้า ซึ่งจะต้องระบายสต็อกที่ค้างออกไปก่อน แต่คาดว่าไตรมาส 3 จะเริ่มพูดคุยเรื่องเป้าหมายการส่งออกปีนี้” นาคางาวะ กล่าวและว่า ยุโรปเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความสำคัญของรถปิกอัพ เนื่องจากตลาดมีขนาดใหญ่และก่อนวิกฤติเศรษฐกิจยังมีอัตราการเติบโตอย่างต่อ เนื่อง
 นอกจากนี้ ยุโรปมีแนวโน้มการใช้รถเครื่องยนต์ดีเซลมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะประหยัดน้ำมัน แข็งแกร่งทนทาน แรงบิดสูงและมีมลพิษต่ำ อีซูซุมุ่งมั่นที่จะขยายตลาดในยุโรปอย่างจริงจัง โดยเฉพาะยุโรปตะวันออก ซึ่งขณะนี้ได้ทำความตกลงกับผู้จัดจำหน่ายแล้วที่ประเทศโปแลนด์ ออสเตรีย บัลแกเรีย ฯลฯ

สำหรับตลาดยุโรปตะวันออก แม้ส่วนใหญ่เป็นประเทศเกิดใหม่ กำลังซื้อไม่สูงเท่ากับยุโรปตะวันตกแต่ประเทศใหม่ๆ ยังต้องมีการพัฒนาประเทศอีกมาก ตลาดปิกอัพจึงมีโอกาสเติบโตได้ โดยขณะนี้ บริษัทได้ตั้งศูนย์กลางทำการตลาดส่งออกยุโรป ที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ส่วนตะวันออกกลางตั้งที่กรุงริยาด และกำลังพิจารณาเปิดเพิ่มเติมที่อเมริกากลางอีกด้วย

ทั้งนี้ อีซูซุส่งออกปิกอัพ ดีแมคซ์ ไปยังตลาดต่างๆ ทั่วโลกแล้วจำนวนทั้งสิ้น 100 ประเทศ

เน้นเจาะตลาดระดับบน
 ด้าน ปนัดดา เจณณวาสิน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ตรีเพชร อีซูซุ เซลส์ และรองประธานอาวุโส บริษัท อีซูซุ โอเปอเรชั่น ประเทศไทย จำกัด บริษัทที่ดูแลการส่งออกรถยนต์ปิกอัพ อีซูซุ ดีแมคซ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงการปรับกลยุทธ์ตลาดส่งออกในช่วงเศรษฐกิจถดถอยว่า อีซูซุ จะไม่ใช้นโยบายตัดราคา แม้ว่ากำลังซื้อจะลดลงก็ตาม เพราะบริษัทต้องการให้ตำแหน่งทางการตลาดของปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ อยู่ในตลาดระดับบน โดยเน้นจุดขายเรื่องของคุณภาพสินค้า พร้อมยกตัวอย่าง ตลาดนอร์เวย์ ใช้นโยบาย “Isuzu pickup not cheap but best“ ขณะที่ตลาดอื่นๆ ต่างก็ยึดนโยบายทางการตลาดเดียวกัน รวมถึง ตลาดเมืองไทย อีซูซุ ไม่มีนโยบายตัดราคา เนื่องจากต้องการให้ผู้บริโภคขายต่อได้ราคาดี ขณะที่ดีลเลอร์ก็ต้องมีกำไรยืนหยัดคู่กับบริษัทแม่ได้นานๆ

“ด้วยนโยบายและแนวทางการทำตลาดเช่นนี้ ทำให้ในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทยังมีขีดความสามารถในการทำกำไรค่อนข้างดี จ่ายโบนัสพนักงานได้และไม่มีการเลย์ออฟพนักงานแต่อย่างใด” ปนัดดา กล่าว

ปนัดดา กล่าวทิ้งท้ายว่า การขยายตลาดส่งออกทั่วโลกนั้น บริษัทจะไม่เน้นแค่ปริมาณ แต่สนใจในศักยภาพของคู่ค้า การคัดเลือกผู้แทนจำหน่ายในต่างประเทศนั้นจึงต้องคัดเลือกคู่ค้าที่มีแนวทาง การทำตลาดที่น่าสนใจ จริงจังในการเปิดและลุยตลาดอย่างเข้มแข็งและแตกต่าง รวมถึงฐานทางการเงินที่มั่นคง เห็นได้จากในหลายๆ ประเทศ ผู้แทนจำหน่ายอีซูซุส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทที่มั่นคงยั่งยืนมีชื่อเสียงใน ประเทศนั้นๆ

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก