Mazda Mx5 เร้าใจสุดขั้ว

Home / ข่าวสาร / Mazda Mx5 เร้าใจสุดขั้ว

หากจะบรรยายถึงความรู้สึกที่ได้จากการได้สัมผัสรถมาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5 ใหม่คงต้องขอยืมสำนวนกำลังภายในมาใช้สักนิด เพราะรถคันนี้ให้ความรู้สึกทั้งการขับขี่และด้านรูปลักษณ์ที่เรียกได้ว่า ลื่นไหลและลงตัว ราวกับเห็นภาพของจอมยุทธ์หนุ่มร่างระหง เหินร่อนแหวกอากาศ ร่ายรำไปพร้อมกับกระบี่คู่ใจอย่างคล่องแคล่วน่าหลงใหล มันเป็นภาพที่ไม่ว่าจะดูกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ยังคงไว้ซึ่งมนต์เสน่ห์แห่ง การขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ของรถเปิดประทุนแบบโรดสเตอร์ นับตั้งแต่ชื่อรหัสเอ็มเอ็กซ์-5 ได้ถือกำเนิดเมื่อ 2 ทศวรรษที่แล้ว

 

   
ความแตกต่างจากรุ่นที่ผ่านมาเห็นได้ชัดก็คงจะเป็นรูปทรงของกระจังหน้าและไฟ หน้าที่ในเวอร์ชั่นนี้ได้ปรับให้ดูเฉียบขาดขึ้นและมีการเน้นขอบกระจังหน้า ด้วยการใช้แถบโครเมียมทำให้ดูราวกับว่ารถนั้น “ยิ้ม” ให้ ดูแล้วชวนให้เรายิ้มตามและยกเลิกหลังคาผ้าใบสีตัดกับตัวถังรถ โดยแทนที่ด้วยหลังคาแข็งพับได้ตามสมัยนิยม จากประสบการณ์ที่เคยได้ลอง รถรุ่นใหม่นี้เก็บเสียงและกันความร้อนจากภายนอกได้ดีกว่ารุ่นหลังคาผ้าใบ “มาก” การเปลี่ยนแปลงของหลังคาผ้าใบไปเป็นหลังคาโลหะพับได้นี้ยังนำมาซึ่งการ เปลี่ยนแปลงของรูปทรงอย่างชัดเจน ที่หายไปคือ สัดส่วนหน้ายาวท้ายสั้นตามแบบโรดสเตอร์คลาสสิก เทียบกับแบบหลังคาเหล็กที่สั้นกว่า ทำให้เกิดภาพของรถหน้ายาว ท้ายยาว แต่ตัวสั้น หลังจากเพ่งพิศไปมาก็รู้สึกว่า สัดส่วนใหม่นั้นก็ดูดี เก๋ไปอีกแบบ

 

 

   
ประทุนที่เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าของรถคันนี้ใช้เวลาเพียง 12 วินาที ในขั้นตอนการเปิด-ปิดเท่านั้นเรียกได้ว่าทันใจ ซึ่งทางมาสด้าได้ออกแบบระบบป้องกันการผิดพลาดในการใช้งานไว้อย่างรัดกุมที เดียว กล่าวคือต้องจอดสนิทและเข้าเกียร์ N หรือ เกียร์ P หลังคาจึงจะเปิด-ปิดได้ ป้องกันมิให้เกิดเหตุหลังคาโดนลมพัดหลุดออกไปหากอุตริเปิดหรือปิดขณะรถวิ่ง ได้ นอกจากนั้น การเปลี่ยนแปลงที่อาจเห็นได้ไม่ชัด แต่รู้สึกได้หากคุณเป็นผู้มีร่างใหญ่เช่นผู้เขียน เห็นจะเป็นการปรับปรุงส่วนรองรับบั้นท้ายใหม่ เพราะสามารถรู้สึกได้ว่าการเข้า-ออกรถรุ่นใหม่นี้สะดวกสบายและนั่งสบายกว่า รุ่นที่แล้วอย่างรู้สึกได้ชัด

 

 

     
ส่วนที่เห็นจะแปลกของรถคันนี้เห็นจะเป็นสวิตช์เปิดฝาถังน้ำมันที่ซ่อนอยู่ใน ช่องเก็บของระหว่างเบาะ ที่หากไม่คุ้นกับรถรุ่นนี้มาก่อนอาจเกิดปัญหาในการเติมน้ำมันได้ เพราะทางบริษัทไม่ได้แนบคู่มือประจำรถมาด้วย และสวิตช์เปิดฝากระโปรงท้ายที่ผู้เขียนพยายามหาว่ามันซ่อนอยู่ที่ไหนถึง 2 วัน จนหมดความพยายามและต้องใช้ปุ่มเปิดจากกุญแจรีโมตแต่เพียงอย่างเดียว

 

 

   
รายละเอียดอื่น ๆ ยังคงไว้ซึ่งเอก ลักษณ์ของเอ็มเอ็กซ์-5 รุ่นดั้งเดิมที่เป็นตัวปลุกกระแสรถเปิดประทุนแบบโรดสเตอร์ให้กลับมาอีกครั้ง ในช่วงยุคไนน์ตี้ ไม่ว่าจะเป็นช่องแอร์รูปทรงกลม หน้าปัดแบบ 5 จอพร้อมเกจ์วัดแรงดันน้ำมันเครื่อง ไฟท้ายทรงนอนที่มีไฟถอยหลังทรงกลม รวมไปถึงมุมมองจากตำแหน่งคนขับที่เห็นฝากระโปรงยาวออกไปข้างหน้าให้ความ รู้สึกสปอร์ต ผิดกับรถขับเคลื่อนล้อหน้าตามสมัยนิยมทั่ว ๆ ไป ทำให้การขับขี่รถคันนี้ได้ความรู้สึก “อมตะ” และ “พิเศษ” เสมอ เป็นรถสปอร์ตสมรรถนะดีที่คุณสนุกได้ทุกวัน

การทดสอบมาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5 คราวนี้ได้ “พีท” หรือ ธนภณ ทองเจือ มาช่วยพิสูจน์ประสิทธิภาพความแรงแบบสปอร์ต โดยพีทบอกว่า ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดของเอ็มเอ็กซ์-5 อย่างแรกก็คือ กระจังหน้าใหม่ที่ดูยิ้มแย้ม นับเป็นกลยุทธ์การตลาดและสร้างมิติใหม่ให้กับวงการรถยนต์ เพราะมีหลายบริษัทสนใจเทคโนโลยีหน้ายิ้ม ๆ แบบอารมณ์ดีนี้ไปใช้เหมือนกัน
   
สำหรับสมรรถนะมาสด้าเอ็มเอ็กซ์-5 นั้นพีทบอกว่า ควบคุมง่ายขับสนุกมาก นอกจากหน้าตาสวยแล้วระบบการทำงานยังบาลานซ์ทั้งเครื่องยนต์ ระบบช่วงล่าง ระบบเบรก โดยเฉพาะเบรกกับแรงม้าที่มีอยู่ในเอ็มเอ็กซ์-5 สมดุลกัน

 

 

   
ภายในออกแบบสไตล์โรดสเตอร์ก็คือเล็ก ๆ เวลาจะขับไปไหนก็ต้องคิดมากสักหน่อย เพราะเป็นรถเปิดประทุนมีแค่ 2 ที่นั่ง แนะนำว่าควรใช้คนเดียว เช่น ไปทำงานหรือไปกับคนรู้ใจ ส่วนฟังก์ชันการใช้งานก็ง่ายหรือเป็นโรดสเตอร์ที่มีฟังก์ชันดูไม่ยุ่งยากไม่ ซับซ้อนเหมือนรุ่นเดิม ๆ โดยบริเวณตรงกลางเป็นแผงวิทยุควบคุมซีดี ระบบเครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้ยังมีตัวเสียบไอพอด และช่องต่อยูเอสบี
   
ตัวช่วยความปลอดภัย ดีเอสซี ซึ่งเป็นระบบช่วยป้องกันรถลื่นไถลออกนอกเส้นทางอยู่ข้างพวงมาลัย กรณีเข้าโค้งแรงในรถประเภทท็อป    เดอะ ไลน์ ถ้าคนขับไม่เก่ง รถจะรู้แล้วทำหน้าที่ตัดรอบน้ำมันทิ้ง หรือกรณีเข้าโค้งเร็วรถจะดร็อปการทำงานเอง โดยสั่งผ่านระบบคอมพิวเตอร์ที่จะบอกว่าความเร็วรถมากเกินไป แต่เมื่อออกจากโค้งแล้วการทำงานต่าง ๆ จะกลับมาปกติเหมือนเดิม

 

 

   
“บางทีรถจะเกาะถนนเกินไปเพื่อให้รู้สึกปลอดภัย ผมลองทิ้งโค้งแบบสุด ๆ รถก็ยังขับสนุก สั่งได้ทุกอาการทุกความเร็ว ยิ่งตอนปลดเครื่องช่วยเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยหมด เพื่อให้รับรู้สึกถึงอารมณ์การขับจริง ๆ ขนาดเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงรถก็ยังสั่งได้มั่นใจ”
   
“เอ็มเอ็กซ์-5 ขับสนุกแล้วก็ปลอดภัย เปลี่ยนเกียร์ได้ที่พวงมาลัยทำให้สะดวกสบาย ส่วนเบาะนั่งโอบกระชับตัวทำให้ขับสนุกเมื่อขับเร็ว ถึงแม้ผมตัวใหญ่แต่ไม่บ่นว่ารถแคบ เพราะคนที่ซื้อรถโรดสเตอร์ ต้องมีใจชอบและรับสภาพได้ ผมว่าคนที่ซื้อเป็นคนที่ต้องการมีเอกลักษณ์โดดเด่น”
   
พีทบอกอีกว่าหลัก ๆ ของเอ็มเอ็กซ์-5 นอกจากขับง่าย ขับสนุก รวมทั้งการบำรุงรักษาง่าย อีกจุดเด่นก็คือความเป็นอมตะแม้ว่าจะเข้าสู่เจเนอเรชั่นที่ 3 ก็ยังดูสวยเซ็กซี่เหมือนเดิม “ส่วนตัวขอให้คำจำกัดความว่าเอ็มเอ็กซ์-5 เป็นโรดสเตอร์ที่เหมาะที่จะอยู่ในโรง    รถ 1 คันสำหรับผู้รักรถและเหมาะที่เป็นรถคันที่ 2 หรือคันที่ 3 ผมเห็นแล้วอยากขับกลับบ้านเหมือนกันถ้าราคาไม่แพงเกินไป”

มาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5 อาร์เอชที ได้อวดโฉมครั้งแรกในงานปารีส มอเตอร์โชว์ 2008 ช่วยปลุกกระแสและสร้างสีสันให้กับรถโรดสเตอร์จากดินแดนปลาดิบมาแล้ว วันนี้ “ป้ายแดงชวนขับ” จึงนำเอ็มเอ็กซ์-5 รถสปอร์ตคลาสสิกเปิดประทุน 2 ที่นั่ง มาร่วมเส้นทางทดสอบความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนขับกับรถ หรือเรียกว่า จิน บะ อิตตาอิ (Jinba Ittai) ซึ่งทีมวิศวกรได้แบ่งออกเป็น 6 แขนงก็คือ สไตล์, สัมผัส, เสียง, การขับขี่, การเข้าโค้ง และการเบรก โดยทีมวิศวกรเลือกใช้เทคโนโลยีชั้นนำที่มาสด้าพัฒนาขึ้นมาจากปรัชญาที่เรียก ว่าคันเซ (Kansei) มาประยุกต์เข้ากับวิศวกรรมการออกแบบที่เน้นทั้งความสนุกสนาน ความสวยงามและการเข้าถึงอารมณ์

 

 

เอ็มเอ็กซ์-5 ดูดีมีบุคลิก ทั้งเร้าใจและสนุกทุกครั้งที่ขับขี่ อีกทั้งเน้นประโยชน์ใช้สอย ดีไซน์ภายนอกได้รับการออกแบบกระจังหน้าให้ขยายใหญ่ขึ้นและปรับรูปโฉมให้โค้ง มนเล็กน้อยเพื่อรักษาบุคลิกที่อบอุ่นขณะที่กันชนหน้าออกแบบใหม่ให้มุมล่าง ยาวขึ้นให้ความรู้สึกไม่หยุดนิ่ง ส่วนชุดแต่งขอบประตูที่ได้รับการปรับเปลี่ยนใหม่ทำให้เกิดเส้นสายที่ไหล เรื่อยไปจรดกันชนท้ายช่วยเพิ่มความเร็วและความมั่นคง กันชนท้ายดูกว้างขึ้นและลงตัวกับตัวถัง ในขณะที่ไฟท้ายยังถ่ายทอดเอกลักษณ์ของความเป็นมาสด้าเอ็มเอ็กซ์-5 ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรูปวงรี
   
ภายในออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกการใช้งาน โดยผสมผสานระหว่างความโอบกระชับลำตัว การตกแต่งแผงคอนโซลเปลี่ยนจากสีเปียโนแบล็กเป็นสีเงินเข้ม เน้นความประณีตและคุณภาพ มาตรวัดดีไซน์ใหม่มีความชัดเจนดูง่ายขึ้น เพิ่มกรอบสีเงินที่ลูกบิดควบคุมอุณหภูมิภายใน ความโค้งนูนที่ช่องเก็บของตรงแผงประตูด้านในถูกตัดออกเพื่อเพิ่มพื้นที่ขา ให้ผู้ขับขี่ การเลือกวัสดุที่นุ่มขึ้นในแผงประตูด้านข้างและคอนโซลกลางเพื่อเพิ่มสัมผัส ความนุ่มสบาย
   
เพื่อเป็นการเอาใจคนรักสปอร์ตชอบความแรงแล้ว เอ็มเอ็กซ์-5 จึงเพิ่มความเร็วรอบเครื่องยนต์อีก 500 รอบ/นาที จากเดิม 6,700 รอบ/นาที เป็น 7,200 รอบ/นาที โดยรอบเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงความเร้าใจในการ ดึงแรงม้าออกมาใช้เต็มพิกัด
   
ด้านขุมพลังเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร MZR 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ระบบควบคุมวาล์วแปรผัน VVT (Variable Value Timing) และ VIS (Variable Intake System) ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แอคทีฟเมติก ซึ่งมีการใช้เทคโนโลยี 2 ตัวคือ ไดเรกต์ แอคทีฟเมติก (ดีเอเอ็ม) ช่วยให้ผู้ขับขี่เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่ขยับก้านเกียร์ตรงพวง มาลัยในขณะที่ขับอยู่ในเกียร์ D และยังช่วยให้สามารถเลือกใช้เกียร์ต่ำได้อย่างรวดเร็วในสถานการณ์ลดความเร็ว โดยใช้เบรกในทางลงเขา และระบบแอคทีฟ อแดพทีฟ ชิฟต์ (เอเอเอส) ซึ่งเป็นระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่ประเมินความต้องการของผู้ขับขี่ และ   สถานการณ์ในการขับขี่จากปัจจัยต่าง ๆ
   
และนี่คืออีกตำนานของเอ็มเอ็กซ์-5 ที่ได้รับความนิยมมาตลอด 20 ปี.

 

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก