ฟอร์ดแจงธุรกิจยังแข็ง เจรจา รง.เร่งเปิดเฟียสต้า

Home / ข่าวสาร / ฟอร์ดแจงธุรกิจยังแข็ง เจรจา รง.เร่งเปิดเฟียสต้า

ฟอร์ด ยืนยันความมั่นใจในแผนการดำเนินงานของบริษัทที่แข็งแกร่ง พร้อมเจรจาโรงงานผลิต หวังเร่งเปิดตัว เฟียสต้า เพื่อชิงแชร์ตลาดรถเล็ก ประกาศดันไทยสู่ฐานผลิตของเอเชีย-แปซิฟิก มั่นใจเพิ่มส่วนแบ่งโตเท่าตัวหลังเปิดตลาด

 

นายสาโรช เกียรติเฟื่องฟู รองประธานอาวุโส ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดเผยว่า “สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือ การมุ่งมั่นสานต่อความก้าวหน้าในแผนการของเราอย่างต่อเนื่อง เพราะในขณะที่เรากำลังมองเห็นภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในอุตสาหกรรมของเรา เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า พนักงานฟอร์ดทุกคนต่างทราบกันอย่างชัดเจนว่าเรามีแผนการที่ถูกต้อง มีสินค้าที่เหมาะสม และมีทีมงานฟอร์ดที่เป็นหนึ่งเดียวกันภายใต้แนวคิด ONE Ford ในการดำเนินธุรกิจท่ามกลางสภาพแวดล้อมในขาลง และเราจะผงาดขึ้นอีกครั้งในฐานะบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ที่มีความสามารถแข่งขัน และทำงานร่วมกันอย่างเป็นหนึ่งเดียวทั่วโลก ด้วยความพร้อมสำหรับการเติบโตด้านผลกำไรเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว” ฟอร์ด ยืนอยู่ในตำแหน่งที่แตกต่างจากบริษัทคู่แข่งในสหรัฐ เนื่องจากฟอร์ดไม่ได้เรียกร้องความช่วยเหลือทางการเงินระยะสั้นจากรัฐบาล สหรัฐแต่อย่างใด และบริษัทฯ ไม่มีแผนที่จะดำเนินการดังกล่าวบนพื้นฐานของผลการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน

ทั้งนี้ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ฟอร์ดยังมีส่วนแบ่งตลาดในประเทศสหรัฐเพิ่มขึ้นถึง 7 เดือน และในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ฟอร์ดมีส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐอยู่ที่ 15.1% นับเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบ 3 ปี

และคาดว่าความต้องการรถฟอร์ดจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทเพิ่งประกาศว่าจะเพิ่มปริมาณการผลิตทั้งในไตรมาสที่ 2 และ 3 ของปีนี้

ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและแอฟริกา ฟอร์ดยังคงเดินหน้าเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ และโครงการใหม่ๆ ทั้งหมดตามแผนการที่ได้วางไว้และมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการลงทุนมูลค่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อขยายการผลิตในโรงงานออโต้ อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย (เอเอที) ในจังหวัดระยอง บริษัทวางแผนว่าโรงงานใหม่ของเอเอทีจะสามารถเริ่มต้นการผลิตได้ในช่วงปลายปี นี้ ซึ่งจะส่งผลให้ความสามารถในการผลิตของ

เอเอทีเพิ่มขึ้นเป็น 275,000 คันต่อปี โดยจะมีการผลิตเริ่มรถระดับโลกคือ ฟอร์ด เฟียสต้า

“นอกจากนี้เรายังอยู่ระหว่างการเจรจากับโรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ (เอเอที) เพื่อเร่งแผนการผลิตของฟอร์ด เฟียสต้า ในประเทศไทย จากเดิมที่กำหนดจะเปิดตัวในช่วงปลายไตรมาสแรกของปี 2553 ให้เร็วขึ้นกว่ากำหนดการเดิม เพื่อแย่งส่วนแบ่งการตลาดในรถยนต์กลุ่มบี-เซ็กเมนต์ ที่ยังเติบโตได้ดีอยู่” สำหรับเฟียสต้าที่ทำการผลิตในไทย จะมีทั้งรุ่น 4 และ 5 ประตู โดยในช่วงแรกจะมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน เทคโนโลยีเพาเวอร์ชิฟท์ที่เหนือกว่าคู่แข่ง รวมถึงมีแผนที่จะพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซลตามมาในอนาคต ซึ่งฟอร์ดตั้งเป้าหมายการจำหน่ายของรถรุ่นนี้ไว้ค่อนข้างสูงกว่า 1 หมื่นคันต่อปี และน่าจะเป็นกำลังสำคัญที่ผลักดันส่วนแบ่งการตลาดของฟอร์ดในประเทศไทยให้ เติบโตไม่น้อยกว่า 3% จากที่มีอยู่ 1.5% ในปัจจุบัน

“เราเชื่อมั่นกับรถรุ่นนี้มาก เพราะในช่วงของการพัฒนามีการให้ข้อมูลจากตลาดเอเชียไปจำนวนมาก และฟิเอสต้าก็ถือเป็นโกลบอล โปรดักต์ตัวแรกของฟอร์ด ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดโลก โดยเฉพาะในยุโรปที่ขึ้นไปเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในเซ็กเมนต์ในปัจุบัน” นายสาโรช กล่าว

สำหรับเป้าหมายทางการตลาดในปีนี้ ฟอร์ด มีแผนงานที่จะเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจาก 1.5% ในปีที่ผ่านมาเป็น 1.7% ในปีนี้ เป็นผลมาจากการเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่องในประเทศไทย และผลจากการที่ได้พันธมิตรอย่างทิสโก้เข้ามาดูแลในเรื่องของการปล่อยสิน เชื่อ ซึ่งในช่วง 5 เดือนแรกมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 1.5% แต่เชื่อว่าน่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือ

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยยังน่าเป็นห่วงจากผลกระทบเรื่องราคา น้ำมัน ที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งฟอร์ดเองคาดว่าตลาดรถยนต์รวมในประเทศน่าจะไม่แตกต่างจากที่คาดการณ์ที่ 5 แสนคันมากนัก และอาจจะอยู่ในระดับเดียวกับที่กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ประเมินตัวเลขไว้ที่ 4.8 แสนคันในปีนี้

ที่มาgrandprixgroup.com