โตโยต้าเพิ่มผลิตสองกะเร่งเคลียร์แบล็คออเดอร์

Home / ข่าวสาร / โตโยต้าเพิ่มผลิตสองกะเร่งเคลียร์แบล็คออเดอร์

โตโยต้าแจงเหตุยอดขายเก๋งเป็นรองคู่แข่ง เหตุวีออสค้างส่งมอบ3เดือนเพิ่มผลิตสองกะ แก้เกม ในขณะที่ยอดส่งออกเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น

 

นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า จากการที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์ในช่วง 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย.) ที่ผ่านมา โดยตลาดรวมหดตัวลงถึง 31.9% นั้น โตโยต้าประเมินว่า จากเดิมที่เคยคาดการณ์กันไว้ตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 5.2 แสนคันนั้น อาจจะลดลงเหลือ 5 แสนคัน

อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ยังมองในเชิงบวกว่า ไตรมาส 3 นี้ มีสัญญาณแนวโน้มที่ดีขึ้น อันเป็นผลจากการเมืองนิ่ง รวมทั้งการกู้เงินของรัฐบาล 4 แสนล้านบาท ที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจ เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อภาวะเศรษฐกิจในประเทศ แม้ว่าราคาน้ำมันในช่วงนี้จะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม แต่เชื่อว่าจะไม่ปรับตัวสูงเท่ากับในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งหากระดับราคาน้ำมันอยู่ที่ 30 บาทต่อลิตร เชื่อว่าผู้บริโภคยังพอรับได้ ขณะเดียวกัน การที่ตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กขยายตัว เช่น ยาริส ก็จะส่งผลให้ตลาดขยายตัวมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งผู้บริโภคหันมาซื้อรถขนาดเล็กมากขึ้น

ผู้บริหารโตโยต้ากล่าวว่า ถึงสถานการณ์ตลาดของโตโยต้า โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์นั่งที่เป็นรองคู่แข่งอยู่ในขณะนี้ เป็นผลมาจากการลดกำลังการผลิตมาตั้งแต่ต้นปี แต่กลับมียอดจองของรุ่นวีออสที่ขณะนี้มียอดจองแล้วถึง 3 เดือน และขณะนี้ได้เพิ่มกำลังการผลิตแล้วเป็น 2 กะ โดยส่วนหนึ่งรองรับการขยายตัวของการส่งออกด้วย ซึ่งมีสัญญาณดีขึ้น
 ขณะที่ตลาดรถปิกอัพต้องยอมรับว่า ตลาดหดตัวลงอย่างมาก ซึ่งแต่ละค่ายก็พยายามรักษาฐานที่มั่นของตนเองไว้

"ภาวะตลาดแบบนี้เรื่องเศรษฐกิจก็มีผล แต่เรื่องความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะหากสถานการณ์การเมืองนิ่ง ความเชื่อมั่นก็จะกลับมา อุตสาหกรรมต่างๆ ก็จะดีขึ้น รวมทั้งรถยนต์ อย่างรถเก๋ง บริษัทเชื่อว่าตลาดจะฟื้นตัวได้ ล่าสุดโตโยต้าเปิดตัวอัลติส เครื่องยนต์ 2.0 และได้ผลการตอบรับที่ดี และจะช่วยผลักดันยอดขายให้ได้ตามที่วางไว้"

สำหรับการแข่งขันของตลาดรถยนต์นั่งในช่วง 4 เดือน ที่ผ่านมา แม้ตลาดจะชะลอตัวลง แต่ก็ถือว่ามีการชะลอตัวลงน้อยเมื่อเทียบกับตลาดรถประเภทอื่นๆ โดยผู้นำตลาดรถนั่ง 4เดือน ยังคงเป็นโตโยต้า ยกเว้นตลาดในเดือน เม.ย.ที่ผู้นำตลาดได้พลิกผันเปลี่ยนไปจากโตโยต้าไปสู่ฮอนด้า ซึ่งขึ้นเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดรถยนต์นั่ง โดยมียอดจำหน่ายในเดือน เม.ย.ถึง 6,473 คัน เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 50 และมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 40.5% ในขณะที่โตโยต้า ผู้นำเดิมตกลงเป็นอันดับ 2 ด้วยยอดขาย 6,066 คันลดลง 18.0% ส่วนแบ่งตลาด 38.0%   

นอกจากนี้รถยนต์ฮอนด้า รุ่นซีวิค ยังสามารถครองอันดับ 1 ในตลาดรถยนต์นั่งกลุ่มคอมแพ็คในช่วงเดือน ม.ค.-เม.ย.2552 ด้วยยอดจำหน่าย 7,807 คัน ซึ่งก็ทำให้รถยนต์รุ่นนี้มี ส่วนแบ่งที่ 39.4% ตามมาด้วย โตโยต้า อัลติส (6,936 คัน มีส่วนแบ่ง 35%) มาสด้า 3 (1,470 คัน ส่วนแบ่ง 7.4%) นิสสัน ทีด้า (1,318 คัน ส่วนแบ่ง 6.7%) และเชฟโรเลต ออพตร้า (826 คัน ส่วนแบ่ง 4.2%)

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก