ฉีกยิ้มไปกับ มาสด้าMX5

Home / ข่าวสาร / ฉีกยิ้มไปกับ มาสด้าMX5

มาสด้าคลอดเอ็มเอ็กซ์ 5 เจเนอเรชั่นแรกเมื่อปี 2532 ด้วยคอนเซ็ปต์ที่พยายามเน้นสนุกสนานในการขับขี่และสวยงาม ทำให้รถรุ่นนี้ผ่านการยอมรับจากกลุ่มลูกค้ามาด้วยคะแนนท่วมท้น จนมาถึงเจเนอเรชั่นล่าสุดที่มาสด้าบรรจงเติมเสน่ห์และความสะดวกสบายในการใช้ งาน โดยเฉพาะหลังคาแข็งที่สามารถเปิดแล้วพับเก็บไว้ด้านหลัง เพียงแค่กดสวิตช์ต่างจากรุ่นเก่าที่ต้องช่วยกันแบกไปเก็บไว้ในโรงรถที่บ้าน

และที่ขาดไม่ได้คือมาสด้าไม่ลืมใส่จุดเด่นเรื่องความปลอดภัยและเป็น มิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาสด้ายังมุ่งมั่นนำเทคโนโลยีใหม่ๆ พร้อมนวัตกรรมหลากหลายเข้ามาผสานเข้าด้วยกัน โดยยังคำนึงถึงผลกระทบต่อน้ำหนักของรถ

 

mazda mx5

เอ็ม เอ็กซ์ 5 ใหม่ ปรับกระจังหน้าให้ดูเก๋ขึ้นมาพร้อมกรอบโครเมียม ไฟหน้าด้านในก็ตกแต่งด้วยโครเมียม กรอบไฟตัดหมอกด้านหน้าเป็นสีเงิน เสริมเสน่ห์ด้วยที่เปิดประตูแบบโครเมียม ใส่ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบเลนส์ใส แจ่มขึ้นกว่าเก่าเยอะเลย มาพร้อมกับล้ออะลูมิเนียมอัลลอย ขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ ซี่ล้อ 10 ก้านออกแบบเฉพาะเพื่อให้ความรู้สึกมั่นใจกับพลังในการขับขี่

ภายใน ใช้วัสดุคุณภาพที่เหนือกว่ารุ่นเก่า ออกแบบเฉพาะเพื่อตอบสนองทุกการใช้งานของผู้ขับขี่ การออกแบบภายในยึดการผสมผสานระหว่างความโอบกระชับช่วงลำตัวตั้งแต่หัวไหล่ลง มา และความโปร่งสบายอิสระช่วงเหนือหัวไหล่ การออกแบบภายในยังสะท้อนถึงความต้องการของลูกค้าทั้งด้านการพัฒนาคุณภาพและ การตอบสนองทุกการใช้งานของผู้ขับขี่ เวลาขับคุณจะรู้สึกว่าเป็นหนึ่งเดียวไปกับตัวรถ

 

 

แผงคอนโซลเปลี่ยนจาก เปียโนแบล็กเป็นสีเงินเข้ม เน้นความประณีตและคุณภาพสูง ดูเหมาะกับรถสปอร์ตมากยิ่งขึ้น มาตรวัดดีไซน์ใหม่ให้มีความชัดเจนมากขึ้นดูง่ายขึ้น เพิ่มกรอบสีเงินที่ลูกบิดควบคุมอุณหภูมิภายในรถ ความโค้งนูนที่ช่องเก็บ…ของตรงแผงประตูด้านในถูกตัดออกเพื่อเพิ่มพื้นที่ ให้ขาผู้ขับขี่ แผงประตูด้านข้างและคอนโซลกลางเพิ่มสัมผัสที่นุ่มสบายกว่าเดิม ฝากระโปรงท้าย จุแบบไม่น่าเชื่อ อยากจะบอกว่ายัดถุงกอล์ฟที่ไม่มีหัวไม้ทั้งใบได้สบายๆ สนนราคาแค่ 2.6 ล้านบาท

ผม เอื้อมมือเปิดประตูหย่อนก้นลงนั่งพร้อมหมุนขา 2 ข้างเข้าประจำ "ค็อกพิต" รู้สึกคล่องตัวเข้าออกง่ายกว่าตัวเก่านี่ สูดหายใจความรู้สึกแบบรถแข่งเข้าเต็มปอดทั้ง 2 ข้าง บิดสวิตช์สตาร์ตเครื่องยนต์ หว่าเชยจังเลย…กุญแจยังไม่เป็นสมาร์ตคีย์ เสียงเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตรคำรามกระทบโสตประสาท กดคันเร่งลงไปนิดวัดรอบพุ่งปรู๊ดไปที่ 6,000 รอบต่อนาที ยังไปได้อีก…ในสเป็กเขียนไว้ว่ามันไปได้ถึง 7,500 รอบต่อนาที จากของเดิมที่มาเพียง 7,000 รอบ ความเร็วรอบที่เพิ่มขึ้นมา 500 รอบต่อนาทีมาจาก ชิ้นส่วนของเครื่องยนต์มีความแม่นยำกว่าเดิม เช่น เพลาข้อเหวี่ยง ซึ่งให้การทรงตัวที่ดีขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง ลูกสูบลอย และสปริงวาล์วที่ออกแบบใหม่มาอย่างสมบูรณ์แบบ

อัตราเร่งเยี่ยม พวงมาลัยชิดๆ แบบนี้ แหม…ขับสนุกมากเลยครับ ต้องการกำลังช่วงไหนก็แค่กดคันเร่งลงไปกำลังก็มาทันที หรือว่าคุณจะเลือกโยกคันเกียร์มาตำแหน่งแมนวลแล้วชิปไปข้างหน้าเพื่อ เชนจ์เกียร์ต่ำ ก็ได้ใจไปอีกแบบ แต่ถ้ายังสนุกไม่พอจะเลือกชิปที่พวงมาลัยก็ได้อรรถรสสไตล์ฟอร์มูล่า-วัน เกียร์ 6 สปีดตัวนี้อัจฉริยะซะด้วย เพราะคุณสามารถเชนจ์ลงไปได้ตามที่คุณอยาก และไม่ว่าคุณจะอยู่โหมดไหนของเกียร์ คุณก็ทำทุกอย่างได้ตามต้องการ ถ้าเป็นออโต นึกสนุกกดปุ่มเชนจ์เกียร์ต่ำลงมา เอ็นจิ้นเบรกก็ทำงานทันที พอรอบเครื่องยนต์ถึงระบบก็จะพาคุณกลับไปยังโหมดออโตได้เหมือนเดิม สนุกอย่าบอกใครเชียว

 

 

ส่วนช่วงล่างไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหนึบหนับเอา เรื่องเชียว ระบบความปลอดภัยก็มาครบ ผมใช้รถคันนี้อยู่ 5 วัน ขับไปไหนก็ตกเป็นเป้าสายตา แถมยังต้องฉีกยิ้มตอนรับรถข้างๆ ที่เหลียวหลังมามองแบบไม่กลัวคอเคล็ด จอดตรงไหนก็มีคนแอบมาชื่นชม ยอมรับว่าสีสันและรูปทรงดึงดูดทุกสายตาดีจริง ในยุคที่บ้านเมืองมีแต่ความแตกแยก แบ่งเป็นก๊กเป็นฝ่ายมีเสื้อหลากสี ทั้งแดง เหลือง น้ำเงิน อยากจะบอกว่าไม่เคยมีความสุขเหมือน วันนี้เลยครับ

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก