ตามไปดูไมเคิล ชูมัคเกอร์ ขับมาเซอราติเลาะสนามอัสคารี

Home / ข่าวสาร / ตามไปดูไมเคิล ชูมัคเกอร์ ขับมาเซอราติเลาะสนามอัสคารี

เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา มีโอกาสเดินทางไปร่วมแคมเปญเพื่อสังคมระดับโลก “แชมป์ดื่มอย่างรับผิดชอบ” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ของ บริษัท บาคาร์ดี จำกัด โดยปีนี้พิเศษตรงที่มีผู้โชคดีและสื่อมวลชนกว่า 20 ชาติทั่วโลกได้นั่งรถที่ขับโดย “ไมเคิล ชูมัคเกอร์” แชมป์โลกฟอร์มูล่าวัน 7 สมัย และทูตแคมเปญเพื่อสังคมระดับโลกของบาคาร์ดีมาเป็นสารถีให้แบบวีไอพีสุด ๆ เป็นครั้งแรก !!!

 

ทางทีมงานของบาคาร์ดีได้เลือก สนามแข่งรถอัสคารี รีสอร์ท มีความยาว 5.425 กม. ตั้งอยู่ในเมืองมาลากา ตอนใต้ของประเทศสเปน ซึ่ง คลาสส์ ซวาร์ท สร้างขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 2543 โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันในการสนับสนุนกีฬามอเตอร์สปอร์ตโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังเป็นสนามแข่งรถที่มีความเร็วสูง รวมทั้งเป็นสถานที่พักผ่อนที่มีความเป็นส่วนตัวสูงเช่นกัน (ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่ www.ascari.net)

 

 

ที่สำคัญชูมัคเกอร์บอกว่า “ผมยังไม่เคยขับรถในสนามอัสคารีมาก่อน ดังนั้นจึงถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นสำหรับผมด้วย เพราะสภาพสนาม ดีมาก รวมทั้งมีทางตรงให้ทำความเร็วได้สูงและมีโค้งเยอะทำให้ขับสนุกและทุกคนจะได้ ร่วมประสบการณ์ที่น่าประทับใจ”

 

 

สำหรับรถยนต์ที่ทีมงานนำมาให้ชูมัคเกอร์ขับนั้นเป็น รถมาเซอราติ รุ่นแกรนทัวริสโม เอส สีดำ เครื่องยนต์ วี 8 ความจุกระบอกสูบ 4,691 ซีซี 440 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 295 กม./ชม. ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ภายในเวลา 4.9 วินาที ล้อขนาด 20 นิ้ว

 

 

สังเกตว่าเมื่อชูมัคเกอร์เข้าประจำที่นั่งคนขับ อันดับแรกจะปรับเบาะ ปรับพวงมาลัย ให้อยู่ระดับที่สามารถบังคับควบคุมสบายมือ สบายแขน (ไม่ปรับเอนเกินไป) ปรับกระจกมองข้าง (แม้ว่าขับครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องดูกระจก)

 

 

เมื่อคนขับพร้อมผู้โดยสารก็พร้อมเหมือนกัน ก่อนออกจากพิตสต็อปมีการแนะนำตัวพอให้รู้ว่าใครเป็นผู้โดยสารวีไอพี หลังจากนั้นชูมัคเกอร์จะถามความเห็นก่อนว่าชอบให้เขาขับแบบช้าหรือแบบเร็ว เมื่อตกลงเรียบร้อย แค่รถออกตัวรู้สึกได้ทันทีว่าหลังติดเบาะไปเรียบร้อย ผ่านไปแล้ว 2-3 โค้งในชั่วพริบตา เพราะบางช่วงรถทำความเร็วได้มากกว่า 200 กม./ชม. หรืออย่างช้าไม่ต่ำกว่า 60 กม./ชม. ในทางโค้งและแคบที่สุด

 

 

นั่งรถช่วงเช้ายังรู้สึกสดชื่นชูมัคเกอร์หันมาชวนคุยแบบเป็นกันเองว่า ชอบนั่งรถฟังเพลงหรือเปล่า ? เราก็ตอบรับไปทันที แค่นั้นเองเขาใช้มือซ้ายบังคับพวงมาลัย ส่วนเท้าไม่เคยผ่อนคันเร่ง ส่วนมือขวาจะหมุน หาคลื่นวิทยุหาเพลง ให้ฟังรื่นรมย์ระหว่างนั่งด้วยกัน และเมื่อได้โควตานั่งรถกับแชมป์โลกฟอร์มูล่า 7 สมัยทั้งทีเลยขอใช้สิทธิเต็มที่เรียกว่าได้มีโอกาสศึกษาวิธีการขับรถแบบ แชมป์โลกอย่างใกล้ชิด ถึงแม้ว่าบางครั้งเขาใช้มือเพียงข้างเดียวจับพวงมาลัย แต่ที่น่าสังเกตคือ สมาธิที่ถูกฝึกมาสั่งการให้มือและเท้ารวมทั้งสมองแบ่งแยกการทำงานได้อย่าง เป็นธรรม ชาติ เพราะสามารถทำทุก อย่างได้ดีไม่มีพลาด

ผ่านไป 1 รอบ ชูมัค เกอร์หันมาถามว่าจะเอาอีก รอบไหม เราไม่รอช้าตอบตกลงทันที ปรากฏว่าเมื่อใช้สิทธิเต็มที่ลงจากรถแล้วก็ยังมีอาการเมารถต่อไปอีก 2-3 ชม.

เมื่อรถจอดส่งผู้โดยสารแต่ละคน ทางทีมงาน จะต้องตรวจเช็กลมยางทุกครั้ง ส่วนเจ้าหน้าที่อีกฝ่ายจะเปลี่ยนเทปที่บันทึกการขับของชูมัคเกอร์ และผู้โดยสารเอาไว้อย่างละเอียดว่ารู้สึกอย่างไร ทั้งแรงเหวี่ยง ความเร็วรอบสนาม และดูลักษณะการขับทุกขั้นตอน หลังจากนั้นแต่ละคนจะได้รับเทปบันทึกภาพและเสียงกลับไปเป็นที่ระลึก

เมื่อชูมัคเกอร์ขับรถครบ 7 คนหรือมากกว่า 14 รอบ ทางทีมงานจะเปลี่ยนรถมาเซอ ราติอีกคัน (แบบเดียวกัน) ให้ชูมัคเกอร์ เพื่อนำ รถไปเปลี่ยนยาง เนื่องจากการขับ การเร่ง การเบรกแต่ละครั้งช่วงล่างต้องทำงานอย่างหนัก เพราะ สังเกตว่าเมื่อรถจอดส่งผู้โดยสารแค่ 3-4 คนจะมี ควันฟุ้งออกมาจากแถวจานเบรกและยางให้เห็น

อย่างไรก็ดีภายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการเป็นสารถีแล้ว ชูมัค เกอร์ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับนักข่าวอีกครั้ง ส่วนใหญ่เน้นถามเรื่องฟอร์มูล่าวัน ที่ทีมเฟอร์รารียังไม่ประสบผลสำเร็จ ซึ่งไมเคิล ชูมัคเกอร์ ในฐานะที่ปรึกษาให้กับ ทีมสกูเดเรีย เฟอร์รารี่ ประเทศอิตาลี ยอมรับว่าในปีนี้แต่ละทีมได้พัฒนาพื้นฐานเทคโนโลยีและนักขับใกล้เคียงกันมาก ทำให้การแข่งขันยากขึ้น อย่างไรก็ดีแม้ว่าทีมเฟอร์รารีมีผลงานไม่ค่อยดีแต่เขายังเชื่อว่าถ้าเทียบ จากผลงานปี ค.ศ. 2008 ที่ผ่านมาก็ถือว่าดีเนื่องจากระบบทำงานเป็นทีมและมีประสิทธิ ภาพมากขึ้น ซึ่งทีมจะโฟกัสไปข้างหน้า

ส่วนที่มีคนถามว่าในฐานะที่ชูมัคเกอร์เป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นใหม่จะแนะนำ การขับรถอย่างไรบ้าง? ชูมัคเกอร์บอกว่า การขับรถบนถนนตามปกติยากกว่าการขับรถในสนามแข่ง ดังนั้นทุกครั้งที่ขับก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น หรืออย่างน้อยต้องระลึกอยู่เสมอว่า“การดื่มและการขับอย่านำมารวมกัน”.
ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก