McLaren Mercedes SLS

Home / ข่าวสาร / McLaren Mercedes SLS

ไม่ทราบว่าคุณเคยดูหนังภาคต่อกันบ้างไหมครับ? เคยรู้สึกไหมครับว่า พอเป็นภาค 2 ภาค 3 น้อยรายที่จะสนุกกว่าภาคแรก มันไม่ค่อยจะประทับใจเหมือนภาคแรก จะมีเจ๋ง ๆ ก็ไม่กี่เรื่อง อาทิ ก๊อด ฟาเธอร์ ภาค 2 (ภาพยนตร์ภาคต่อเรื่องเดียวในประวัติศาสตร์ที่ได้รางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม!) แต่สำหรับทั่วไปแล้วส่วนมากก็แค่เทคนิคดีขึ้น แสดงดีขึ้น แต่กลับไม่ประทับใจเท่าเรื่องแรก ๆ ส่วนใหญ่ก็ดูจะอาศัยสูตรสำเร็จของเรื่องแรกมาเล่าซ้ำไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะไม่มีคนดูกันไปข้างนึง

 

ในโลกรถยนต์ก็เป็นเช่นนี้เหมือนกันครับ พอมีรุ่นใดประสบความสำเร็จ ก็จะมีการทำรุ่นใหม่ออกมาในแนวเดิม ๆ ถ้าสูตรเดิมดีอยู่แล้วพอใช้กันมาเรื่อย ๆ มีรถยนต์หลาย ๆ รุ่น ที่ไม่ยอมจะเปลี่ยนสูตร หรือถ้าเปลี่ยนก็นิด ๆ หน่อย ๆ อาทิ ปอร์เช่ 911 หรือ บางคันก็ออกทะเลไปไกล แต่พอนึกได้ก็หักกลับหันมาหาสูตรดั้งเดิม อย่างเจ้าม้าป่ามัสแตง หรือ คามาโร แต่ที่แน่ ๆ ก็คือแนวคิดแบบออริจินัลนั้น แม้จะยิ่งใหญ่และชัดเจน แต่มันไม่ได้อยู่ท้าทายกาลเวลามากนักหรอกครับ เมื่อเวลาเปลี่ยนแนวคิดก็ต้องเปลี่ยน บอกตามตรงว่านาน ๆ ที ครึ้มอกครึ้มใจกลับไปปัดฝุ่นของเก่าก็ได้อารมณ์ดี

 

 

คอนเซปต์ เอสแอลเอส (SLS) เป็นรถยนต์สปอร์ตระดับซูเปอร์คาร์คันใหม่ของค่ายตราดาว โดยออกมาแทนที่รถยนต์รุ่น แมคลาเรน เมอร์เซเดส เอสแอลอาร์ (McLaren Mercedes SLR) โดยเอสแอลเอส นั้นได้นำเอารูปลักษณ์ ของเบนซ์ 300 เอสแอล กัลวิง (300SL Gull-wing) จากยุค 50 กลับมาใช้อย่างงดงามอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบประตูแบบปีกนกนางนวล หรือรูปทรงแบบหน้ายาว ท้ายสั้นจากการวางเครื่องแบบวางกลางค่อนไปทางหน้า และโครงสร้างรถยนต์ที่ทำจากอะลูมิเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์ และการวางเครื่องยนต์ 8 สูบพลังสูงแต่น้ำหนักเบาและเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ให้มีจุดศูนย์ถ่วง ต่ำ นอกจากนี้ยังนำเสนอแนวคิดของห้องโดยสารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นดั้งเดิม ผสานเข้ากับรายละเอียดของงานวิศวกรรมการบิน ทำให้ห้องโดยสารดูเรียบง่ายแต่ขึงขังแบบเครื่องบินรบ ที่พร้อมจะให้ผู้ขับขี่ได้สนุกไปกับการควบคุมรถที่ความเร็วสูง การันตีได้ว่านี่จะเป็นรถสปอร์ตที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่เคยรู้จักกันมา

 

 

อย่างไรก็ตามแม้ว่าแนวคิดเอสแอลเอส นี้จะสวยหรูน่าปลาบปลื้ม และน่าจะขับขี่ได้ในระดับสุดยอดเพียงใด มันกลับเป็นเพียงงานทำซ้ำ (Reproduc- tion) ที่ขาดจิตวิญญาณทางการออกแบบที่บริสุทธิ์ทางวิศวกรรม เพราะสิ่งที่ทำให้ 300 เอสแอลเป็นอมตะนั้นก็คือ แนวคิด ฟอร์ม ฟอลโล่วส์ ฟังก์ชั่น (Form Follows Function) หรือ รูปทรงได้มาจากรูปแบบการใช้งาน กล่าวคือ 300 เอสแอล นั้นถูกสร้างขึ้นมาจากความต้องการที่จะสร้างรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูงเพื่อการ แข่งขันโดยอาศัยโครงท่อสานแบบสเปซเฟรม ที่ผลของการออกแบบทำให้ชายประตูสูงมากเบียดบังพื้นที่ด้านข้างของรถ ทำให้มีการประดิษฐ์ประตูแบบปีกนกขึ้นมาแก้ปัญหาการเข้าไปในห้องโดยสาร ซึ่งผลที่ได้ก็คือ รถยนต์ที่มีเอกลักษณ์ดีที่สุดคันหนึ่งตลอดกาล (มิได้มาจากคำสั่งของนักการตลาดว่าต้องการประตูแปลก ๆ แต่อย่างใด) แต่อย่างไร ก็ตามด้วยการผลิตที่แสนจะยากเย็น สมรรถนะที่สูงล้ำ (เร็วที่สุดในยุคนั้น) ราคาที่สูงลิ่ว รูปลักษณ์ที่ล้ำสมัย และจำนวนการผลิตที่แสนจะน้อย ได้ทำให้รถอย่าง 300 เอสแอล เป็นรถที่ต้องแย่งชิง และกลาย เป็นตำนานอย่างไม่ต้องสงสัย

 

 

ถึงจะไม่ได้มีจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์เหมือน อย่างรุ่นพี่และอาจจะไม่ได้เป็นตำนานที่ยิ่งใหญ่เหมือนที่รุ่นพี่ได้เป็น แต่เชื่อได้ว่าอย่างน้อย ๆ เอสแอลเอสใหม่นี้ จะเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่เป็นที่ปรารถนามากที่สุดคันหนึ่งในทศวรรษหน้าเป็นแน่ แท้.

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก