ปอร์เช่ บ็อกซ์เตอร์ 2009 เครื่องใหญ่แรงสะใจ

Home / ข่าวสาร / ปอร์เช่ บ็อกซ์เตอร์ 2009 เครื่องใหญ่แรงสะใจ

หลังจากเปิดตัวมาได้ 4 ปี ก็ถึงเวลาที่ ปอร์เช่ จะต้องจับเจ้า บ็อกซ์เตอร์ สปอร์ต สไตล์โรสเตอร์ 2 ที่นั่งมาปรับโฉมกันซะที ซึ่งงานนี้นอกจากจะแต่งหน้าทาปากกันใหม่ให้ดูโฉบเฉี่ยวทันสมัยขึ้นแล้ว ในด้านสมรรถนะก็มีการทำศัลยกรรมกันชุดใหญ่ เพื่อให้มีสมรรถนะที่แรงเร้าใจมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน

 

สำหรับบ้านเราล่าสุดทาง บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้แทนจำหน่ายและนำเข้ารถยนต์ปอร์เช่ ก็เพิ่งจะนำ ปอร์เช่ บ็อกซ์เตอร์ โฉมใหม่เข้ามาจำหน่ายด้วยเช่นกัน ซึ่งสนนราคาค่าตัวก็จะอยู่ที่ 7.9 ล้านบาท

การออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกของบ็อกซ์เตอร์ใหม่นั้นทีมออกแบบได้จัดการเปลี่ยน ชุดโคมไฟหน้า-หลังและกันชนหน้า-หลังใหม่ โดยชุดไฟท้ายกับชุดไฟหรี่ที่กัน ชนหน้า จะเปลี่ยนมาใช้หลอดแอลอีดีซึ่งจะให้ความสว่างมากกว่าหลอดไฟแบบธรรมดา ตัวโคมไฟหน้าจะเป็นแบบซีนอนและ มีระบบปรับลำแสงให้หมุนไปตามพวงมาลัย ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับสามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ บนทางโค้งได้ดีขึ้นในช่วงกลางคืน วงล้อติดรถเป็นล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว

 

 

ภายในห้องโดยสารจะมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้น คือ จอแสดงผลที่คอนโซลกลางแบบ ควบคุมด้วยระบบสัมผัส ส่วนชุดเครื่องเสียงก็จะเป็นแบบที่มีช่องต่อยูเอสบี ไอ-พอด และติดตั้งระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในรถพร้อมระบบพูดคุยผ่านลำโพงภายในรถ (บลูทูธ) เบาะนั่งปรับได้ด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมทั้งติดตั้งระบบปรับอุณหภูมิร้อนและเย็น

 

 

นอกจากหน้าตาดูดีขึ้นแล้วฝีเท้าก็ต้องว่องไวไม่ธรรมดาด้วย สำหรับหัวใจดวงใหม่ที่ปอร์เช่เอามาเปลี่ยน ให้กับบ็อกซ์เตอร์จะเป็นเครื่องยนต์แบบบ็อกเซอร์ (Boxer) 6 สูบแนวนอน ขนาด 2.9 ลิตร ซึ่งถ้าเทียบกับเครื่องขนาด 2.7 ลิตรบล็อกเดิมแล้ว เครื่องบล็อก 2.9 ลิตรนี้ จะทำให้บ็อกซ์เตอร์ใหม่มีแรงม้ามากกว่าเดิมอีก 10 ตัว เป็น 255 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที และมีแรงบิดสูงสุด 290 นิวตัน-เมตร ที่4,400-6,000 รอบ/ นาที

 

 

เครื่องยนต์แจ๋วแล้วระบบส่งกำลังก็ต้องสุดเจ๋ง สำหรับบ็อกซ์เตอร์ที่ทางเอเอเอสนำเข้ามาจำหน่ายนั้นจะ ใช้เกียร์กึ่งอัตโนมัติ 7 สปีด รุ่นใหม่ที่เรียกว่า พีดีเค หรือ Porsche-Doppelkupplungs getriebe เรียกง่าย ๆ แบบไทย ๆ ก็คือ ระบบเกียร์แบบคลัตช์คู่ สำหรับเกียร์แบบคลัตช์คู่นี้ เดิมทีถูกออกแบบมาใช้กับรถ แข่ง ต่อมาจึงถูกพัฒนามา ใช้กับบรรดารถสปอร์ตตัวแรงทั้งหลาย เพราะมีจุดเด่นตรงที่สามารถถ่ายทอดกำลังจากเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มเม็ดเต็ม หน่วย ดีกว่าเกียร์อัตโนมัติระบบทอร์ค คอนเวอร์เตอร์ทั่วไป ซึ่งจะใช้ น้ำมันเกียร์เป็นตัวกลางในการส่งกำลัง อีกทั้งยังมีนํ้าหนัก เบา และช่วยในเรื่อง ความประหยัดด้วย โดยผล การทดสอบของปอร์เช่ระบบ พีดีเคสามารถช่วยประหยัด นํ้ามันขึ้นประมาณ 13% และ มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ ชม. ในเวลา 5.8 วินาที ซึ่ง ดีกว่าบ็อกซ์เตอร์ รุ่นที่ใช้เกียร์ธรรมดา 6 สปีด อยู่ 0.1 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 261 กม./ชม.

 

 

ในด้านความปลอดภัยบ็อกซ์เตอร์ นับเป็นโรส เตอร์รุ่นแรกที่นอกจากจะติดตั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้าแล้ว ที่แผงข้างประตูและพนักพิงศีรษะก็ยังมีถุงลมนิรภัยมาให้อีก 4 ใบเพื่อป้องกันจากการกระแทกบริเวณสีข้างและศีรษะของผู้โดยสารอีกด้วย.

 

 

 
 

 ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก