บิ๊กไบค์ 2 ล้อหรู ความสุขที่เลือกได้

Home / ข่าวสาร / บิ๊กไบค์ 2 ล้อหรู ความสุขที่เลือกได้

สัปดาห์นี้ “เทียบรุ่น” ขอเปลี่ยนแนวจากรถยนต์มาที่รถจักรยานยนต์รุ่นใหญ่ หรือบิ๊กไบค์ กันบ้าง เพราะเชื่อว่าหลายคนยังสงสัยว่า ทำไมคนบางกลุ่มจึงหลงใหลได้ปลื้มกับการขี่บิ๊กไบค์ ทั้ง ๆ ที่ราคามหาโหด แล้ว 2 ล้อหรูคันโก้เหล่านี้จะมีคนซื้อมากน้อยแค่ไหน ทีม “เดลินิวส์ยานยนต์” ขอนำเสนอข้อมูลแง่มุมการตลาดและความรู้สึกของผู้ใช้มาให้รู้คลายความสงสัย ให้กระจ่าง

• สังคมบิ๊กไบค์ “ไทรอัมพ์”

เริ่มจาก “ดอม เหตระกูล” กรรมการบริหารบริษัท บริทไบค์ จำกัด ผู้บริหารหนุ่มที่หลงรักเจ้า 2 ล้อจนผันตัวเองมาเป็นผู้นำเข้าและจำหน่ายบิ๊กไบค์ แบรนด์ “ไทรอัมพ์” จากเกาะอังกฤษ มาเล่าความเป็นรถบิ๊กไบค์ไทรอัมพ์ว่ามีการออกแบบแยกเป็นงานด้านรูปลักษณ์ มีทุกรูปแบบทั้งชอปเปอร์, ครุยเซอร์, สปอร์ต, ซูเปอร์ ไบค์ที่มีกำลังสูงระหว่าง 80-200 แรงม้า เครื่องยนต์ระหว่าง 675-2,300 ซีซี และรูปแบบคลาสสิกอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของไทรอัมพ์ที่มีมานาน ส่วนการออกแบบด้านสมรรถนะนั้น บางคนอาจศึกษามาบ้างว่า รถบิ๊กไบค์จากเยอรมนีและอิตาลีมีเครื่องยนต์ 2 สูบ บิ๊กไบค์จากญี่ปุ่นมีเครื่องยนต์ 4 สูบ แต่ซูเปอร์ไบค์ของไทรอัมพ์มีเครื่องยนต์ 3 สูบ

ดอมบอกว่าไทรอัมพ์แบบคลาสสิกมีราคาระหว่าง 535,000-539,000 บาท แบบซูเปอร์ไบค์ตัวเล็ก ขนาด 675 ซีซี ราคาระหว่าง 615,000-675,000 บาท และแบบซูเปอร์ไบค์ ขนาด 1,050 ซีซี ราคาระหว่าง 780,000-790,000 บาท ตั้งแต่นำเข้ามาจำหน่ายในปี 2550 ทำยอดขาย 34 คัน ส่วนในปีนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 70 คัน

“สำหรับไทรอัมพ์เป็นแบรนด์ที่รุ่นปู่ รุ่นพ่อ และรุ่นอา เคยได้ยินชื่อและบางคนเคยขี่มาก่อน ดังนั้นเมื่อนำบิ๊กไบค์ไทรอัมพ์เข้ามาจำหน่ายจึงได้ตลาดตรงนี้ บางครั้งมีคู่ลูกค้าพ่อลูกมาดูด้วยกัน ลูกชอบรถแนวสปอร์ต แต่พ่อชอบรถแนวคลาสสิก สุดท้ายลงตัวที่ไทรอัมพ์แบบคลาสสิกใช้ขี่ด้วยกัน ผมมองว่าการเปิดร้านขายรถจักรยานยนต์กับผู้ขี่ต้องไปด้วยกัน เราส่งเสริมผลิตภัณฑ์ด้วยการจัดทริปเดินทางขี่บิ๊กไบค์ไปเที่ยว จัดโปรแกรมฝึกการขี่ในสนาม ทำให้มีชุมชนคนใช้รถบิ๊กไบค์เกิดขึ้น และมีเพื่อนใหม่ ๆ ได้แลกเปลี่ยนความรู้เรื่องบิ๊กไบค์”

• “ฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน” ของเล่นผู้ชาย

“กฤตติน พิชัยศรแผลง” ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท พาวเวอร์ สเตชั่น มอเตอร์สปอร์ต จำกัด เผยถึงข้อมูลของรถบิ๊กไบค์ “ฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน” ว่า นำเข้าฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน จากสหรัฐอเมริกา มาทำตลาดใน 6 ตระกูล มากกว่า 30 รุ่น ประกอบด้วยตระกูลสปอร์ตสเตอร์, ดีวายเอ็นเอ, ซอฟเทล, วีอาร์เอสซี, ทัวริ่ง และซีวีโอ ราคาตั้งแต่ 500,000 บาทถึง 2 ล้านบาทขึ้นไป ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างดี โดยสร้างยอดขายในปีที่ผ่านมารวม 110 คัน และเมื่อดูจากยอดขาย ทุกตระกูลขายดีเฉลี่ยเท่ากันแล้วยังเชื่อว่าแม้เศรษฐกิจตกต่ำ แต่ไม่กระทบกับยอดขายแน่ เนื่องจากลูกค้าเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง

กฤตตินยังย้ำด้วยว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อไปเพราะชอบที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างกลุ่มคนรัก การขี่รถจักรยานยนต์ ขณะเดียวกันแบรนด์ฮาร์เล่ย์ เดวิดสันแข็งแกร่งอยู่แล้ว เชื่อว่าปีนี้ยอดขายจะเท่ากับปีที่แล้ว ในกลยุทธ์ทางการตลาดเน้นไลฟ์สไตล์มาร์เก็ตติ้ง ดึง “ภราดร ศรีชาพันธุ์” นักเทนนิสระดับโลกมาเป็นแบรนด์ แอมบาส เดอร์ เพื่อลดอายุของกลุ่มลูกค้าจากอายุ 40 ปีขึ้นไป ให้ลงมาอยู่ในระดับ 35 ปี ขณะเดียวกันช่วยสะท้อนภาพลักษณ์ของฮาร์เล่ย์ฯ กับวิถีชีวิตของกลุ่มเป้าหมายที่มีรสนิยม ชอบอิสระ รักธรรมชาติ รักการท่องเที่ยวและผจญภัย

• บีเอ็มดับเบิลยู…ลิมิเต็ด

“ม.ล.กมลชาติ ประวิตร” ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายรถจักรยานยนต์ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด เผยถึงแผนการตลาดในปีนี้ว่า ได้นำเข้าบีเอ็มดับเบิลยู รุ่น เอชพี 2-สปอร์ต ซึ่งเป็นรุ่นลิมิเต็ดมีจุดเด่นที่ชิ้นส่วนทุกชิ้นเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่ง มีน้ำหนักเบาเครื่องยนต์ขนาด 1,200 ซีซี 133 แรงม้า ไฮไลต์ของรถรุ่นนี้ก็คือในเมืองไทยจะมีนำเข้ามาเพียงแค่ 10 คันเท่านั้น ส่วนค่าตัวสมราคา 1.39 ล้านบาท อีกคุณสมบัติเด่นของเอชพี 2-สปอร์ต ก็คือการพัฒนาจากรถแข่งในสนามแข่งมาเป็นรถที่ใช้ขับขี่บนท้องถนนได้จริง ซึ่งกลุ่มเป้าหมายคือผู้ชื่นชอบความเร็ว เนื่องจากวิ่งได้เร็วกว่า 200 กม./ชม.

“ปีนี้บีเอ็มฯ ได้ปรับภาพลักษณ์ตัวสินค้าเจาะกลุ่มลูกค้าลดอายุจาก 45 ปีลงมา เช่น รุ่น เอส 1000 อาร์อาร์ จะลงแข่งในรายการซูเปอร์ไบค์เป็นครั้งแรก เพื่อพิสูจน์ว่าเหมาะทั้งในสนามแข่งและใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง ซึ่งเป็นจุดเด่นของบิ๊กไบค์คือเทคโนโลยีเทียบเท่ารถยนต์ ปลอดภัย โดยทุกรุ่นมีระบบเบรกเอบีเอสเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และเอเอสซี นอกจากนี้ยังมีศูนย์บริการ รวมทั้งจัดไฟแนนซ์โดยบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชี่ยล เซอร์วิส”

ส่วนยอดขายคาดว่าใกล้เคียงกับปีก่อนที่ทำไว้ 141 คัน ทั้งนี้จะเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับตลาดเมืองไทยเข้ามา สำหรับการบริการ มีโมบายเซอร์วิสตลอด 24 ชม.ทั่วประเทศ นอกจากนี้บริษัทยังมีโปรแกรมเทรนนิ่ง ส่วนการทำตลาดนั้นจะเน้นกิจกรรมเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ขณะที่การซ่อมนั้นบีเอ็มดับเบิลยูมีศูนย์ซ่อมแซมเรียลไทม์ สามารถลิงก์ข้อมูลการซ่อมไปยังประเทศเยอรมนีด้วย

• “ฮอนด้า”สวยล้ำสมัย

“สุทธิสาร แววสมณะ” ผู้ช่วยผู้จัดการแผนกกีฬายานยนต์ บริษัท เอพี ฮอนด้า จำกัด ให้ความรู้เกี่ยวกับรถบิ๊กไบค์ของ “ฮอนด้า” ว่ามีจุดเด่นตรงที่ขี่ง่าย ควบคุมง่าย รูปทรงถูกออกแบบมาสวยล้ำสมัย มีสีสันโดยสีแดงเป็นสีเด่นของฮอนด้าและมีโลโก้ปีกนกติดอยู่ด้านข้างถัง น้ำมัน ส่วนรูปทรงของรถบิ๊กไบค์ญี่ปุ่นมีรูปทรงเพรียวระหงเหมือนผู้หญิง มีเครื่องยนต์ 600-1,000 ซีซี ต่างจากฝั่งยุโรปที่รูปทรงบึกบึน ขณะที่กลุ่มผู้ซื้อรถบิ๊กไบค์ ต้องถือว่ามีเงิน เพราะราคารถบิ๊กไบค์คันหนึ่งสามารถซื้อรถเก๋งมาขับได้ ส่วนการซื้อไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด ส่วนตัวมองว่าซื้อเป็นกระแสเพื่อไปโชว์มากกว่า บางคนขี่ออกทริปท่องเที่ยวตามที่ต่าง ๆ บ้าง เพราะชอบสายลม แสงแดดและธรรมชาติ ขณะที่กลุ่มผู้ซื้ออายุน้อย ๆ ในวัยใกล้ 30 ปีซื้อมาขี่ลงสนามแข่งมากกว่าออกทริป

“คนที่ชอบบิ๊กไบค์ ถ้าเห็นรถแล้วถูกใจ ดีจริง ชอบจริง ก็ซื้อเลย ถ้าเปรียบเทียบแล้วบิ๊กไบค์เหมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่ง เศรษฐกิจไม่ดีมีผลให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อลงบ้าง แต่ยังมีกลุ่มคนที่ชื่นชอบยังมองหารถประเภทนี้มาใช้ เพราะมีใจรักและพร้อมที่จะจับจองเป็นเจ้าของ ซึ่งปีนี้ฮอนด้าวางแผนนำรถบิ๊กไบค์แบบสปอร์ต รุ่น ซีบีอาร์ เครื่องยนต์ 600 ซีซีและ 1,000 ซีซี มาทำตลาด ราคาประมาณ 600,000 บาท ความเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่ความสวยงาม ความแรงและการขับขี่ที่ง่าย และเสริมทัพด้วยบิ๊กไบค์แบบทัวริ่งรุ่นโกลด์ วิงก์ เครื่องยนต์ 1,800 ซีซี 6 สูบ”

• ร้อนแรงสไตล์ “ดูคาติ”

“ชุมพล วัฒนาหาญนุวัฒน์” ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท ดูคาทิสติ จำกัด เล่าถึงเอกลักษณ์ของบิ๊กไบค์ “ดูคาติ” ว่า เป็นรถจักรยานยนต์จากอิตาลี ซึ่งคนรุ่นใหม่เริ่มรู้จักดูคาติดีขึ้นตามลำดับ หลังดูคาติเริ่มลงแข่งขันมอเตอร์ไซค์ระดับโลกและคว้าแชมป์โลกมาได้เมื่อปี 2550 สำหรับดูคาติถือเป็นรถเฟอร์รารี่ในรูปแบบรถบิ๊กไบค์ ที่มีเอกลักษณ์เด่นตรงที่เป็นรถแข่ง โดยการนำเทคโนโลยีของรถที่ใช้แข่งในสนามมาปรับใช้กับจักรยานยนต์แบบซิตี้ไบ ค์, ทัวริ่งไบค์ และเรโทรไบค์ มีความเด่นชัดเจนที่สีแดง เสียงท่อ และเสียงเครื่องยนต์ ขณะที่จุดขายของดูคาติไม่ใช่ความเร็ว แต่เป็นสมรรถนะ การยึดเกาะถนน รูปลักษณ์สวยงาม คล่องตัว

ในกลุ่มผู้ใช้ดูคาตินั้น ชุมพลได้อธิบายให้เห็นภาพชัดเจน ว่า “เป็นผู้ชายอายุ 20 ปีปลาย ๆ ขึ้นถึงอายุ 40 ปี ส่วนลูกค้าที่ซื้อดูคาติมือหนึ่งอายุ 30 ปีขึ้นไป และ 60-70% ที่ซื้อจะนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ขี่ในเมือง เป็นวิถีชีวิตที่ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน เช่น ขี่ไปกินกาแฟตอนเช้าแต่ไม่ใช่ขี่ไปทำงาน ขณะที่ 30-40% ขี่ในสนามแข่งหรือขี่ท่องเที่ยว ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งซื้อไปขี่น้อย แต่นำไปจอดโชว์เป็นเฟอร์นิเจอร์ชั้นดี ในอดีตมีลูกค้าซื้อดูคาติไปจอดเป็นของเล่นเยอะ เพราะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่มีกำลังสูง มีอัตราเร่งดุเดือด คนที่ไม่เคยขี่จะขี่ยาก แต่ในปีที่ผ่านมาดูคาติได้ฝึกสอนการขี่ที่ถูกวิธีและปลอดภัย ทำให้คนที่จอดโชว์เริ่มนำมาขี่มากขึ้น”

ชุมพลยังบอกถึงภาพรวมดูคาติว่ามีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 800,000 บาท ภาพรวมของตลาดในปีนี้ถือว่าดีกว่าปีก่อน ๆ โดยเฉพาะรุ่น มอนสเตอร์ 696 ที่ได้รับการออกแบบรูปลักษณ์ใหม่ กำลังเครื่องไม่แรงเกินไป ส่วนปีที่ผ่านมาขายได้ 50 คัน

• ตื่นเต้นไปกับ “ยามาฮ่า”

ฝั่ง ค่ายยามาฮ่า มาแรงและแบรนด์ยิ่งแข็งแกร่งตามลำดับ หลังจากที่วาเลนติโน รอสซี่ ที่ขับซิ่งพาแบรนด์ยามาฮ่าขึ้นไปประกาศชัยบนโพเดียมในรายการโมโตจีพีหลาย ครั้ง ช่วยตอกย้ำแบรนด์ยามาฮ่า โดย “เกษมพงศ์ สินธุโสภณ” ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายวางแผนการค้า บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด บอกว่าจุดแข็งของยามาฮ่าที่ลูกค้าต้องจดจำก็คือ คุณภาพ เทคโนโลยี มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย ให้อารมณ์ขับสนุก ตื่นเต้น และตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) ดี

แต่ละปีดีลเลอร์จะมีกิจกรรมร่วมกับลูกค้าทั้งจัดทริปท่องเที่ยวทั้งใกล้และ ไกล ซึ่งปัจจุบันยามาฮ่ามีดีลเลอร์ 4 ที่คือ เชียงใหม่, ภูเก็ต, โคราช, กรุงเทพฯ นอกจากนี้มีแผนขยายเครือข่ายทั่วประเทศเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าโดยตรงเช่น การเข้าร่วมงานไบค์วีก นอกจากนี้ปีที่ผ่านมา ยามาฮ่าได้ยกทีมจากโรงเรียนสอบขับรถที่บางนา-ตราด กม.ที่ 20 ไปสอนการขับขี่ถึงถิ่นลูกค้าในภาคเหนือ

ยามาฮ่าเริ่มทำตลาดบิ๊กไบค์ครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมารวม 5 รุ่น คือ รุ่นซูเปอร์เอสอาร์-1 ขนาด 1,000 ซีซี, รุ่นอาร์ 6 ขนาด 600 ซีซี (ใช้เทคโนโลยีในสนามแข่ง เป็นรถ 4 สูบหัวฉีด), รุ่นทัวริ่ง, รุ่นเอฟเจอาร์ 1300 ให้อารมณ์สปอร์ตเน้นอารมณ์ขับสนุก และรุ่นซูเปอร์ ทั้งนี้สามารถทำยอดขายได้ 100 คัน ส่วนแผนการตลาดปีนี้บริษัทจะนำเข้ารถใหม่ 5 รุ่น นอกจากนี้จะนำรถบิ๊กสกูตเตอร์ ซึ่งเป็นรถออโตเมติกคันใหญ่ เข้ามาทำตลาดกลางปีนี้
“ส่วนตัวมองว่ากระแสการใช้บิ๊กไบค์มาแรง โดยเฉพาะการขับขี่เป็นไลฟ์สไตล์แบบใหม่”

• “ศิษฏ์” หลงใหลในความคลาสสิก

“ศิษฏ์ ตันติเวชกุล” นักธุรกิจผู้นิยมรถบิ๊กไบค์ไทรอัมพ์แบบคลาสสิก บอกถึงเหตุผลการขี่บิ๊กไบค์เมื่อ 2 ปีก่อนโดยเลือกซื้อไทรอัมพ์ ทรงคลาสสิก เครื่องยนต์ 860 ซีซี ราคากว่า 500,000 บาท นำมาตกแต่งเพิ่มเติมเกือบทั้งคัน เช่น เปลี่ยนเบาะ ตีเปลี่ยนถังน้ำมันใหม่ให้ป่องแบบโบราณ เปลี่ยนไฟเลี้ยว ท่อไอเสียและทำสีใหม่รวมค่าใช้จ่ายเพิ่มประมาณห้าแสนกว่าบาท

“ถูกใจคันนี้ตั้งแต่รูปทรงออกแนวคลาสสิกโบราณ ขี่ไม่เมื่อยไม่ปวดหลัง กำลังเครื่องยนต์ดี การใช้งานที่ขี่ได้ทั้งในเมืองและออกต่างจังหวัด มีความสุขเวลาขี่ไปทำงานหรือออกทริปไปต่างจังหวัดกับเพื่อนที่เชียงใหม่ ขอนแก่น อยุธยา นครปฐม และเกาะช้าง ซึ่งไทรอัมพ์จะจัดทริปทุกเดือนให้ลูกค้าขี่บิ๊กไบค์ไปเที่ยวเป็นกลุ่มใช้ ชื่อว่า อาร์.เอ.ที. ไทยแลนด์ (R.A.T. Thailand) มีเว็บไซต์ชื่อ www.Ratthailand.webs.com มีการโพสต์รูปที่ออกทริป และตั้งกระทู้ถามเรื่องรถจักรยานยนต์ เวลาขี่ไปเที่ยวกับเพื่อนมีความสุขมาก เวลาเราขี่ทางไกลมีความสุขที่ได้สัมผัสทุกอย่าง ทั้งความเร็วของรถ อากาศ ธรรมชาติ ผู้คน เวลาขี่ทางไกลเจอสิ่งเหล่านี้เหมือนปลดปล่อย ผ่อนคลาย สมองปลอดโปร่ง ลืมทุกสิ่งทุกอย่างต่างจากรถยนต์เหมือนนั่งอยู่ในกล่องไม่ได้สัมผัสอากาศ ข้างนอกเลย”

• “ประภัสร์” กับความสุขที่เลือกได้

“ประภัสร์ จงสงวน” อดีตผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) หนึ่งในผู้นิยมใช้รถฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน เล่าว่า ชอบขี่รถจักรยานยนต์มาตั้งแต่เด็ก แต่มาขี่บิ๊กไบค์ครั้งแรกช่วงเรียนปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกา และมาซื้อฮาร์เล่ย์ฯ ขี่ครั้งแรกที่เมืองไทยรุ่นแฟตบอย ปี 2533 โดยขี่จากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ปรากฏว่าขี่ได้สักพักรู้สึกว่ารุ่นนี้ไม่เหมาะกับการขี่ทางไกล เพราะสะเทือนและเหนื่อย จึงเปลี่ยนมาเป็นรุ่นทัวริ่ง ที่ใช้ขี่ทางไกลสบายกว่า ตอนนี้มีฮาร์เล่ย์ฯ 3 คัน คือ ไนท์ ร็อก, อิเลคตร้า ไกด์ และ อัลตร้า คลาสสิค อิเลคตร้า ไกด์

“ผมมองว่าขี่มอเตอร์ไซค์มีความสุข ชอบขี่ไปท่องเที่ยวเส้นทางต่าง ๆ ทั้งเชียงใหม่ เชียงราย กาญจนบุรี ล่าสุดและไกลสุดขี่ไปเวียงจันทน์ เวลาที่ขี่รถขึ้นทางเหนือจะสนุกที่สุด ยิ่งตอนขี่ขึ้นเขา ลงเขา เลี้ยวไปเลี้ยวมานี่มีความสุขจริง ๆ”

“ผมชอบฮาร์เล่ย์ฯ ตรงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เป็นรถที่มีเสียงไพเราะ ขี่สบาย อย่างรุ่นทัวริ่งที่ใช้ขี่ทางไกลสบาย ไม่เมื่อยไม่เหนื่อย มีระบบควบคุมการ ขับขี่ มีเครื่องเล่นซีดี ที่สำคัญภรรยาผมสนับสนุนให้ขี่ได้เพราะไม่เร็วมาก เวลาขี่ผมรู้สึกเป็นอิสระ ได้ฝึกสมาธิด้วย เพราะขี่มอเตอร์ไซค์เผลอไม่ได้ ผมตั้งใจขี่ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะขี่ไม่ไหว ซึ่งการขี่มอเตอร์ไซค์อยู่ที่ใจรัก เวลาขี่รู้สึกอิสระ มีความสุข” อดีตผู้ว่าการ รฟม.ย้ำถึงความสุขยามอยู่บน 2 ล้อคันโตยี่ห้อฮาร์เล่ย์ฯ

• “โยษิตา” เลือกที่เทคโนโลยี

“โยษิตา วิเศษพานิชกิจ” นักธุรกิจหญิงที่มีความสุขกับการขี่มอเตอร์ไซค์ใหญ่ ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู เล่าว่าความสนใจขี่มอเตอร์ไซค์เกิดขึ้นจากการที่เห็นสามีชอบขี่มอเตอร์ไซค์ แล้วอยากรู้ว่าวิถีชีวิตของคนชอบขี่มอเตอร์ไซค์เป็นอย่างไร มีความสุขตรงไหน จึงเข้าคอร์ส ฝึกขี่มอเตอร์ไซค์ใหญ่กับกลุ่มสตอร์ม คลับ โดยใช้มอเตอร์ไซค์ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู รุ่นจีเอส 650 ซีซี ซื้อต่อจากคนรู้จักมาใช้ ฝึกโดยเน้นการขี่ที่ถูกต้อง ปลอดภัย รวมถึงกติกามารยาทในการขี่บนถนน

โยษิตายังบอกด้วยว่า ขี่บิ๊กไบค์บนถนนครั้งแรกจากอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรามากรุงเทพฯ ด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ จากนั้นไม่นานเริ่มขี่ระยะทางไกลจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดสระแก้วซึ่งไม่ยากเพราะเส้นทางตรงตลอด ต่อมาไม่นานเริ่มออกขี่ในระยะทางไกลไปทางใต้ ไปมาเลเซีย หลวงพระบางบ้าง แล้วแต่โอกาสเอื้ออำนวย เมื่อขี่บ่อยขึ้น เริ่มขยับรุ่นรถมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยูเป็นแบบทัวริ่ง รุ่น อาร์ 1200 จีเอส และล่าสุดซื้อรุ่นจีที 1200 มาใช้

“ที่เลือกมอเตอร์ไซค์ของบีเอ็มดับเบิลยู เพราะชอบรูปลักษณ์ทันสมัย มีเทคโนโลยีช่วยให้ขี่สบาย พี่เป็นผู้หญิงชอบขี่มอเตอร์ไซค์ ต้องการรถมอเตอร์ไซค์ที่ขี่สบาย ปลอดภัย บีเอ็มดับเบิลยูคือคำตอบ ความสุขของการขี่มอเตอร์ไซค์ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นยี่ห้อที่มีราคาแพง แค่เรามีใจรักในการขี่และต้องเป็นการขี่ที่ถูกต้องปลอดภัย แค่นี้ก็มีความสุข การขี่มอเตอร์ไซค์ต้องมีสติ สมาธิ เรากับรถต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เมื่อขี่ไปที่ไกล ๆ ได้สัมผัสธรรมชาติ อากาศโดยตรง รู้สึกผ่อนคลาย” นักธุรกิจหญิงบอกถึงเหตุผลที่เลือกบิ๊กไบค์

• “ภูริ” ปราบม้าพยศดูคาติ

“ภูริ หิรัญพฤกษ์” นักแสดงชื่อดังเล่าถึงรถมอเตอร์ไซค์ดูคาติคู่ใจว่า ส่วนตัวชอบซูเปอร์ไบค์มาตั้งแต่เด็ก ชอบรูปแบบคลาสสิกและเรโทร เมื่อเห็นเพื่อนขี่รถของดูคาติ รุ่นมอนสเตอร์มาที่บ้าน เห็นแล้วชอบ จากนั้นไม่นานได้ซื้อรุ่นมอนสเตอร์ต่อจากเพื่อนรุ่นน้อง ส่วนที่ตัดสินใจซื้อยี่ห้อนี้เพราะดูเท่ ที่สำคัญเป็นรถที่ผลิตในอิตาลีเหมือนรถยนต์เฟอร์รารีในรูปแบบบิ๊กไบค์ แรงบิดเยอะ อัตราเร่งเร็ว เสียงดังได้ใจ สมรรถนะดี เวลาขี่เร็วแทบไม่ต้องแตะเบรก แค่ผ่อนคันเร่งเครื่องยนต์จะเบรกในตัว เหตุผลอีกข้อคือ วุฒิภาวะสูงพอควรและพ้นวัยคึกคะนองแล้ว จึงตัดสินใจนำดูคาติมาขี่ และใช้เวลา 2-3 อาทิตย์ ทำความรู้จักกับรถ เมื่อขี่ไปสักพักจะรู้สึกเหมือนว่า “ปราบม้าพยศอยู่”

“การขี่มอเตอร์ไซค์ที่มีพละกำลังสูง เวลาขี่ต้องผ่านการฝึกขี่ที่ถูกวิธี ปลอดภัย และต้องไม่ประมาท ไม่คึกคะนอง ผมขี่ดูคาติ มอนสเตอร์มา 1 ปีแล้ว เคยขี่ไปไกลสุดที่เขาใหญ่ รู้สึกมีความสุข เพลิดเพลิน อิสระ ยิ่งเวลาขี่ขึ้นภูเขา แล้วเข้าโค้งมีความสุขมาก ยิ่งบิดคันเร่งแล้วขี่เข้าโค้งถนนสวย ๆ อากาศดี สารอะดรีนาลินหลั่งสูบฉีดทำให้เรามีความสุข” ภูริบอกถึงความสุขเมื่อสัมผัสดูคาติคู่ใจ

• ยามาฮ่าขวัญใจ “ตูน-บอดี้สแลม”

“ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย” นักร้องชื่อดังขวัญใจวัยรุ่น แห่งวงบอดี้สแลม ที่กลายพันธุ์จากรุ่นเล็กหันมาพิสมัยบิ๊กไบค์ เล่าว่า เมื่อ 3-4 ปีที่แล้วได้เป็นพรีเซ็นเตอร์รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า รุ่นสปาร์ก 135 ซีซี จากนั้นได้รู้จักยามาฮ่า รุ่นเอสอาร์ 400 ซีซี และเรียนรู้ทักษะการขับขี่ ต่อมาได้ซื้อรุ่นอาร์ 1 ขนาด 1,000 ซีซี ด้วยความที่เป็นมือใหม่จึงไม่รู้ว่าเหมาะกับรถสไตล์ไหน รู้แต่ว่ารถสวยและเท่ ต่อมาเมื่อ 2 ปีที่แล้วจึงมาลงตัว ที่ยามาฮ่ารุ่นเอ็มที 01 เครื่องยนต์ 1,670 ซีซี เป็นบิ๊กไบค์แบบเนคเก็ตไบค์ ขี่ได้ทั้งในเมืองและทางไกล ชอบตรงที่มีกล้ามเนื้อ อีกอย่างรถรุ่นนี้อยู่ได้นานไม่ค่อยตกรุ่นเหมือนรุ่นสปอร์ต

“การขี่บิ๊กไบค์เป็นเรื่องการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ได้ใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อนในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งการเลือกใช้บิ๊กไบค์ไม่ใช่เรื่องกำลังแรงหรือเทคนิค แต่คิดว่าผมได้เพื่อนเพิ่มขึ้น เพราะมีความสุขได้ขี่ไปในที่ที่เราอยากไป บางครั้งคิดว่าชีวิตเราน่าอิจฉาจังที่มีโอกาสได้ทำอย่างนี้ด้วย แต่ยอมรับว่าทักษะการขี่ยังไม่ดีพอ เพราะไม่ค่อยได้จับ แต่ผมใช้ขี่ไปต่างจังหวัด เช่น กลับสุพรรณบุรีบ้าง ที่ผ่านมาผมขี่ยามาฮ่า เอ็มที 01 จากกรุงเทพฯ ไปเล่นคอนเสิร์ตที่จังหวัดอุดรธานี ขี่ไม่เร็วมาก เน้นการขี่แบบถูกต้องปลอดภัย ผมชอบรุ่นนี้ที่ขี่สบายมีเอกลักษณ์ ที่เลือกสีดำเพราะชอบและอยู่ได้นาน ผมมีความฝันว่าอยากได้บิ๊กไบค์ สีดำสัก 2-3 คันมาเรียงถ่ายรูปแล้วตั้งชื่อว่า “ออล แบล็ก” นักร้องหนุ่มวงบอดี้สแลม บอกถึงความสุขในการขี่บิ๊กไบค์

• ฮอนด้าคู่ใจ “ฟีม-รัฐภาคย์”

“ฟีม-รัฐภาคย์ วิไลโรจน์” หนุ่มน้อยนักแข่งรถจักรยานยนต์ระดับโลกสังกัด ไทย พีทีที ฮอนด้า แซก มาเล่าประสบการณ์ว่า สนใจขี่บิ๊กไบค์ เครื่องยนต์ 600 ซีซี มาตั้งแต่เป็นวัยรุ่น โดยช่วงอายุ 15 ปี ขยับมาแข่งรถจักรยานยนต์รุ่น 125 ซีซี และขยับมาขับในรุ่น 250 ซีซี เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ฟีมบอกว่าการขี่รถเครื่องยนต์แรง ๆ ใช้ในสนามแข่งเพื่อการแข่งขันที่มีกติกาเท่านั้น ไม่เคยนำมาขี่ซิ่งบนท้องถนน ทั้งนี้ในฐานะผู้ใช้รถคันใหญ่ของฮอนด้าขี่ลงแข่งในสนามมาตลอด รู้สึกว่ารถเลี้ยวเข้าโค้งได้เร็ว รถไปกับตัวเอง ตัวเครื่องยนต์ถูกออกแบบมาดี โช้ครับน้ำหนักแรงกระแทกได้ดี เวลาเปิดคันเร่งทำได้แรง ควบคุมรถได้โดยที่รถไม่ลื่นไถลทำให้เสียจังหวะ ส่วนรุ่นซีบีอาร์ 1,000 ซีซี ที่จะนำเข้าขายในไทยได้ลองขี่แล้วรู้สึกว่าสมรรถนะดี รูปลักษณ์เด่นดีไซน์โฉบเฉี่ยว เป็นระบบหัวฉีดช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

“การขี่มอเตอร์ไซค์คันใหญ่ในสนามแข่งรู้สึกได้ปลดปล่อยทุกอย่างไปกับความ เร็วในสนามที่อยู่ภายใต้กฎกติกา รถที่ใช้ในสนามแข่ง มาตรฐานเครื่องยนต์เหมือนรถที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ต่างตรงยางรถที่ใช้ในการแข่งไม่มีดอกยาง มอเตอร์ไซค์ในฝันของผมต้องเป็นแบบสปอร์ต ขับขี่สบายนุ่มนวล สีโทนขาวกับดำ ส่วนอนาคตการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ตั้งเป้าอยากให้ได้อันดับเป็นเลขตัวเดียว” คำตอบของนักบิดขวัญใจชาวไทย.