ฮอนด้าโฉมใหม่ อินไซจ์ท ไฮบริด

Home / ข่าวสาร / ฮอนด้าโฉมใหม่ อินไซจ์ท ไฮบริด

อินไซจ์ท" รถไฮบริดรุ่นล่าสุดของฮอนด้า เข้ามาขายในเมืองไทยเรียบร้อยแล้ว โดยกลุ่ม บีอาร์จี หรือรามคำแหงกรุ๊ป

 

  

 

ผมแปลกใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน เมื่อได้ข่าวว่า "อินไซจ์ท" รถไฮบริดรุ่นล่าสุดของฮอนด้า เข้ามาขายในเมืองไทยเรียบร้อยแล้ว โดยกลุ่ม บีอาร์จี หรือรามคำแหงกรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้นำเข้าอิสระ เพราะว่ารถรุ่นนี้เพิ่งเปิดตัวที่ญี่ปุ่นเมื่อไม่นานมานี้เอง การเข้ามาในเมืองไทยถือว่ารวดเร็วมาก

สำหรับอินไซจ์ทรุ่นนี้ มีข่าวคราวตั้งแต่ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ ผมจำได้ว่าก่อนหน้านี้ ฮอนด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น ออกมาให้ข่าวเป็นไฮบริดที่ถูกที่สุด และก็ทำได้ตามนั้น ซึ่งก็ส่งผลมายังตลาดในประเทศไทยด้วย เพราะว่า อินไซจ์ทตัวนี้ ราคา 1.99 ล้านบาท ขณะที่คู่แข่งสำคัญอย่าง โตโยต้า พรีอุส ซึ่งรุ่นก่อนหน้านี้มีผู้นำเข้ารายย่อยเอาเข้ามาขาย จำได้ว่าราคาอยู่ที่ 2.2 ล้านบาท

แต่ว่าช่วงนี้ทาง บีอาร์จี จัดแคมเปญพิเศษ ราคาพิเศษรับมอเตอร์โชว์ ลดลงมา 1 แสนบาท

อินไซจ์ท สร้างขึ้นจากแพลตฟอร์มของกลุ่มรถเล็ก เช่น ซิตี้ แจ๊ซ เป็นรถ 5 ที่นั่ง ความยาวรถอยู่ที่ 4,390 มม. กว้าง 1,695 มม. และสูง 1,425 มม.ซึ่งขนาดพอๆ กับ ฮอนด้า ซิตี้ ที่มีความยาว 4,395 มม. กว้าง 1,695 มม.เท่ากัน และสูง 1,470 มม.แน่นอนการออกแบบรถให้มีขนาดตัวถังไม่ใหญ่นัก ก็เพื่อลดน้ำหนักให้ได้มากที่สุด ซึ่งการออกแบบรถไฮบริดจะเห็นได้ว่าหากเป็นรถที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ไม่ใช่เอารถรุ่นที่มีอยู่แล้วมาทำไม เช่น พรีอุส หรือว่า อินไซจ์ท หน้าตาของมันจะดูแปลกตาไปบ้าง ก็ด้วยเหตุผลเรื่องของหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อให้ประหยัดมากที่สุด

อินไซจ์ท มีแหล่งให้พลังงานอยู่ 2 ส่วนคือ เครื่องยนต์ เบนซิน i-VTEC SOHC 4 สูบ ขนาดเล็ก 1.3 ลิตร ให้กำลัง 88 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 121 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที กับมอเตอร์ไฟฟ้า ที่ให้กำลังสูงสุด 14 แรงม้า ที่ 1,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 78 นิวตัน-เมตร ที่ 1,000 รอบ/นาที เกียร์อัตโนมัติ

รูปแบบของไฮบริด ที่มีความหมายกว้าง คือ การที่แหล่งพลังงานอย่างน้อย 2 แหล่งขึ้นไป ทำงานโดยช่วยเหลือกันและกัน ก็มีค่ายรถสร้างออกมาหลายแบบ แต่สำหรับอินไซจ์ท นั้นมีรูปแบบการทำงานคือ เครื่องยนต์ทำงานเป็นหลัก มอเตอร์ มีหน้าที่ช่วยเหลือ ในจังหวะที่ต้องการกำลังเป็นพิเศษเช่นเร่งหรือการขับขี่ความเร็วสูง ทำให้เครื่องยนต์ไม่ต้องทำงานหนัก ซึ่งชื่อเฉพาะของฮอนด้าเรียกว่า IMA หรือ Integrated Motor Assist และเมื่อผ่อนคันเร่งหรือเบรกแรงเฉื่อยที่มีก็จะชาร์จไฟกลับคืนให้กับ แบตเตอรี่

ผมมีโอกาสสัมผัสช่วงสั้นๆ กับ อินโซจ์ท ที่บีอาร์จี จัด รถให้ลอง ซึ่งแรกเห็นก็ต้องบอกว่าการออกแบบทำได้น่ารักดี บวกกับความโฉบเฉี่ยวในหลายๆ มุมมอง โดยเฉพาะด้านหน้าที่เรียกว่าออกแบบมาเป็นแพ็คเกจ กระจังหน้าแนวนอน 3 แถบ ปลายงอขึ้นดูแปลกตา รูปทรงสอดรับกับกันชนชิ้นใน และโคมไฟหน้า โดยมีกันชนชิ้นนอก คอยควบคุมอารมณ์ทั้งหมดเอาไว้

ภายใน อินไซจ์ทก็มีอารมณ์ร่วมกับรถรุ่นอื่นๆ ทั้งซีวิค แคอคอร์ด เช่น พวงมาลัย 3 ก้าน ทรงตัววี หรือว่าแผงหน้าปัด แบบ 2 ชั้น ด้านบนแสดงความเร็วแบบตัวเลขดิจิทัล ด้านล่าง เป็นมาตรวัดรอบเครื่องยนต์ และแสดงผลการทำงานของรถ เช่น ช่วงไหนเครื่องยนต์ทำงาน ช่วงไหนมีมอเตอร์ช่วย ช่วงไหนชาร์จไฟเป็นต้น ซึ่งจอแสดงผลตรงนี้ แสดงผลหลายอย่าง ทั้งอัตราสิ้นเปลือง ความเร็วเฉลี่ย เป็นต้น จะดูอะไร ก็ขึ้นอยู่กับมือของคนขับที่จะเลือกปรับเอาจากปุ่มปรับบนพวงมาลัยครับ

ภายในของอินไซจ์ท ก็ถือว่ามีความกว้างขวางใช้ได้ นั่งสบายๆ ลดจุดอ่อนของเจเนอเรชั่นแรกแบบ 3 ประตู ที่เหมือนหลายคนจะไม่ชื่นชมภายในห้องโดยสารสักเท่าไร ความประหยัดมี แต่ความสะดวกสบายน้อยเกินไป

 

 

เอาเป็นว่าสอบผ่านครับสำหรับภายในห้องโดยสาร หลังจากผมทดลองนั่งเป็นผู้โดยสาร วนเวียนปะปนกับรถหลากหลายสายพันธุ์บนท้องถนนในกรุงเทพ ก่อนจะบ่ายหน้าขึ้นเหนือมุ่งหน้าออกไปทางอำเภอเสนา อยุธยา กรุงเก่า เพื่อไปหาปลาม้าสดๆ เชิงปลากรายนุ่มๆ และกุ้งแม่น้ำตัวโตๆ 2 ตัวโล เนื้อหวานๆ แม้ช่วงนี้อากาศร้อน แต่การนิ่งอยู่ริมน้ำเจ้าพระยา ลมที่พัดผ่านผิวน้ำมาไล้ผิวก็ช่วยได้มากทีเดียว

 

อิ่มหนำสำราญ ผมรับกุญแจ (ที่ออกแบบธรรมดาๆ) เพื่อรับหน้าที่ขับกลับกรุงเทพ อารมณ์ของการขับขี่คล้ายคลึงกับซีวิค มีความนุ่มนวลในตัว ขณะที่การยึดเกาะถนนอยู่ในระดับที่น่าพอใจทั้งทางตรงและทางโค้ง ผมพยายามขับโดยเฉลี่ย 130 กม./ชม. เป็นหลัก โดยบางช่วงบางตอนอาจจะสูงกว่าหรือต่ำกว่าตามสภาพการจราจร ที่ต้องเบรก หรือเร่งแซง ก่อนเข้าพื้นที่จราจรหนาแน่นของเมืองปทุมธานี ผมอ่านค่าเฉลี่ยความสิ้นเปลืองได้ 16.6 กม./ลิตร

ผ่านปทุมธานี ปากเกร็ด พงษ์เพชร ที่รถติดมากถึงขั้นหยุดเป็นช่วงๆ ก่อเข้าวิภาวดี ถึงโชว์รูมบีอาร์จี ถนน พหลโยธิน ผมอ่านตัวเลขอีกครั้ง ได้เท่าเดิม เหมือนจะทำสู้เที่ยวไปที่เพื่อนสื่ออีกฉบับหนึ่งไม่ได้ ถ้าไม่ผิดเขาได้ประมาณ 22 กม./ลิตร

แต่รวมๆ ก็ถือว่าความประหยัดเป็นเรื่องที่น่าพอใจ และถ้าอยากให้ประหยัดมากกว่านั้น อินไซจ์ท เขามี econ mode ที่เครื่องยนต์จะดับเมื่อรถจอดสนิท และลดระดับเครื่องปรับอากาศลง ซึ่งจะทำให้ประหยัดได้อีกมาก แต่ผมไม่ได้ใช้ เพราะเกรงใจสภาพอากาศเดือนมี.ค.2552
 

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก