ถ้าเป็นผู้ชายน่าจะเคยมีเล่นสัก1คันละน่า

Home / ข่าวสาร / ถ้าเป็นผู้ชายน่าจะเคยมีเล่นสัก1คันละน่า

อันนี้อออกมาปีน่าจะประมานปี 1988 แต่ในเมืองไทยจะฮิตประมานปี 1994 หรืออาจจะก่อนหลังนิดหน่อย เพราะไปดู ๆ จากเว็ป ( เค้าอ้างอิงไว้ประมานนี้ ) และรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดน่าจะรุ่นที่ชื่อ Dash ตามที่หารูปและอุปกรณ์ได้ ผมเชื่อว่าเด็กผู้ชายในสมัยนั้นจะต้องมี อย่างน้อยคนละหนึ่งคัน และอุปกรณ์ต่าง ๆ เกี่ยวกะรถทามิย่าอีกมากมาย ( แต่อุปกรณ์แท้ของทามิย่า ไม่ได้กินเงินผมหร๊อกกกก เพราะพี่ไทยทำได้ แถมมีเยอะกว่าของจริงอีก ฮ่า ๆ ๆ ) อย่างน้อยถ้ากล่าวถึง มอเตอร์ดำ-แดง มอเตอร์ท็อปสปิน ถ่านชาร์ท กันชนไม้ไอติม ( อันนี้เรียกกันตามสภาพที่เห็น ) เอาไว้เป็นกันชนรอบคัน ก้านกันชนหัวบัว เอาไว้ต่อกันชนเป็นสองชั้น เด็กผู้ชายในเว็ปนี้ ( เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ) ต้องร้องอ๋อ………อ และก็สเปรย์หล่อเย็น เอาไว้ฉีดมอเตอร์กันไหม้ เนื่องจากพี่ไทย จับมอเตอร์แสตนดาร์ดเอามาพันมอเตอร์ใหม่ ให้ไส้มันดูดพลังงานจากถ่านได้มากขึ้น

อย่างมากวิ่งสี่-ห้ารอบ ก็ต้องยกรถขึ้นแล้วไม่งั้นไหม้ชัวร์ ผมว่าไอ้เด็กยุ่นมันคงงโคตร
ที่บ้านขนาดตูผลิตเองอุปกรณ์และมอเตอร์ยังไม่เยอะขนาดนี้ แถมรถบ้านเราแรงกว่ารถไอ้ยุ่น
เป็นสิบเท่าอ่ะ แรงขนาดที่บินหลุดจากราง ถ้าใส่กันชนเล็กเกินไป

 

ต้องขอออกตัวเลยนะคับว่าอย่าเอาข้อมูลเป็นจริงเป็นจังเพราะผมก็ลืม ๆ ไปแล้วเหมือนกัน พยายามขุด ๆ ตามที่ข้อมูลจะอำนวยให้แล้วคับ เพราะบางอย่างมันหาไม่ได้แล้วเพราะมันไม่มีแล้วในปัจจบัน กูเกิ้ลก็เพิ่งมีไม่กี่ปีนี่เอง หมดปัญญาคับ….

 

 อันนี้อออกมาปีน่าจะประมานปี 1988 แต่ในเมืองไทยจะฮิตประมานปี 1994 หรืออาจจะก่อนหลังนิดหน่อย เพราะไปดู ๆ จากเว็ป ( เค้าอ้างอิงไว้ประมานนี้ ) และรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดน่าจะรุ่นที่ชื่อ Dash ตามที่หารูปและอุปกรณ์ได้ ผมเชื่อว่าเด็กผู้ชายในสมัยนั้นจะต้องมี อย่างน้อยคนละหนึ่งคัน และอุปกรณ์ต่าง ๆ เกี่ยวกะรถทามิย่าอีกมากมาย ( แต่อุปกรณ์แท้ของทามิย่า ไม่ได้กินเงินผมหร๊อกกกก เพราะพี่ไทยทำได้ แถมมีเยอะกว่าของจริงอีก ฮ่า ๆ ๆ ) อย่างน้อยถ้ากล่าวถึง มอเตอร์ดำ-แดง มอเตอร์ท็อปสปิน ถ่านชาร์ท กันชนไม้ไอติม ( อันนี้เรียกกันตามสภาพที่เห็น ) เอาไว้เป็นกันชนรอบคัน ก้านกันชนหัวบัว เอาไว้ต่อกันชนเป็นสองชั้น เด็กผู้ชายในเว็ปนี้ ( เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ) ต้องร้องอ๋อ………อ และก็สเปรย์หล่อเย็น เอาไว้ฉีดมอเตอร์กันไหม้ เนื่องจากพี่ไทย จับมอเตอร์แสตนดาร์ดเอามาพันมอเตอร์ใหม่ ให้ไส้มันดูดพลังงานจากถ่านได้มากขึ้น

อย่างมากวิ่งสี่-ห้ารอบ ก็ต้องยกรถขึ้นแล้วไม่งั้นไหม้ชัวร์ ผมว่าไอ้เด็กยุ่นมันคงงโคตร
ที่บ้านขนาดตูผลิตเองอุปกรณ์และมอเตอร์ยังไม่เยอะขนาดนี้ แถมรถบ้านเราแรงกว่ารถไอ้ยุ่น
เป็นสิบเท่าอ่ะ แรงขนาดที่บินหลุดจากราง ถ้าใส่กันชนเล็กเกินไป

 

ต้องขอออกตัวเลยนะคับว่าอย่าเอาข้อมูลเป็นจริงเป็นจังเพราะผมก็ลืม ๆ ไปแล้วเหมือนกัน พยายามขุด ๆ ตามที่ข้อมูลจะอำนวยให้แล้วคับ เพราะบางอย่างมันหาไม่ได้แล้วเพราะมันไม่มีแล้วในปัจจบัน กูเกิ้ลก็เพิ่งมีไม่กี่ปีนี่เอง หมดปัญญาคับ….

ยุคที่1
บูมครั้งแรกในบ้านเรา….ปี91-92…มีความนิยมอยู่ประมาณ8เดือน
เป็นยุคแรกสำหรับรถมินิในเมืองไทย สนุกและได้ทักษะสูง
รถแดชได้รับความนิยมล้นหลาม…แม้แต่ในร้านชำบางร้านยังมีขาย
ตอนต้นๆของยุคนี้ยังไม่ค่อยมีรางให้เล่น….ถ้าไม่ใช่ห้างใหญ่ๆ
ตอนกลาง-ตอนปลายของยุค…รถโมมอเตอร์อาละวาดสุดๆ…รางเริ่มมีแพร่หลาย
แม้แต่ตลาดนัด และชุมชนเล็กก็มีรางตั้งให้เด็กๆเล่น
รถส่วนมากในยุคนี้ยังเป็นรถโมใส่บอดี้ มี4ล้อครบ ขับ4บ้างขับ2บ้าง
อะไหล่ส่วนใหญ่เป็นอะไหล่จีน…ถือเป็นยุคที่สนุกที่สุดสำหรับผม เรื่องราวในไดอารี่
ของผม(Adam’s Tale)ส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวในยุคที่1นี้….

 

เกล็ดเล็กๆน้อยๆ
-เฮีย ก.ที่หลายๆคนในนี้ชอบอ้างอิงถึง ตอนผมเรียน ป.1 พวกเจ้าของร้าน พวกตัวแสบๆ
ในร้านทั่วบริเวณพัทยา ชอบพูดให้ผมได้ยินในทำนองที่ว่า "ไปแข่งกับเฮีย ก.,ไปร้านเฮีย ก."
ผมจึงขอสรุปว่า เฮีย ก.เป็นบุคคลที่เล่นมินิมาตั้งแต่ยุคที่1
-ในพัทยาแข่งกันแบบร้านชนร้าน มีระบบเหย้าเยือน บางครั้งผู้ชนะไม่สามารถกลับออกจากร้านทีมเหย้าได้
ภาวะการแข่งขันสูงมาก เช่น ซื้อของที่พัทยากลางห้ามเอาลงรางที่พัทยาเหนือ
-สูตรสำเร็จรถโม….ใส่เปล สายฟ้า ก้ามปู กันชนหน้า ล้อโฟม ยังมี4ล้อครบ มีทั้งโครงขับหน้า โครงขับหลัง
-ผมขอยืนยันว่ารถโมก้าง มอเตอร์หน้า มี3ล้อ ปรากฎตัวอย่างแพร่หลายในยุคที่2
-ยุคนี้ผมเป็นแค่มดปลวกตัวนึง ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนสนใจ…คือว่าผมดื้อ ชอบเล่นขับ4 ใส่บอดี้
-ผมและเพื่อนๆไม่ค่อยขัดสนคู่มือ…เพราะรถขับ2 เฟือง3ชิ้น ใส่บอดี้ มีเยอะ
-รางตีลังกามีเล่นในบ้านเราในช่วงตอนปลายของยุค

ยุคที่2
ปี94…มีอายุประมาณ6เดือน
มีการแข่งบัคเก๊ตมากขึ้น(วิ่งทำเวลาให้ใกล้เวลากำหนดที่สุด)…ยุคทองของยี่ห้อSODA
(SODAนี่ของคนไทยจริงหรือเปล่าครับ…ตอนเล่นรางที่พัทยาเคยได้ยินคำว่า ปอนโซดา หรือ พรโซดา อะไรนี่ละ)
ยุคนี้ก๊วนสไปเดอร์ของผมค่อนข้างจะขัดสนคู่มือ ถ้าไปแข่งในห้างจะลงรุ่นSTD(ขับ4บอดี้ครอบฝา)
หรือไม่ก็ลงแข่งรายการบัคเก๊ต……….ยุคนี้มีรถตระกูลเซเบอร์ขายแล้ว

 

เกล็ดเล็กเกล็ดน้อย
-ร้านที่พัทยาจับมือกันทำธรุกิจ โดยมีเจ้าของร้านร้านนึงเป็นแกนนำเป็นตัวเชื่อม จึงไม่โหดร้ายเหมือนยุคแรก
-ผมเคยไปยืนดูรายการแดร๊กทางตรงหลายสิบเมตรที่สนามกีฬาในก.ท.ม.
-รายการนี้มีรถจากพัทยาใช้รถโมล้อหน้า3ล้อ….หาง(ล้อที่3โคตรยาว)สร้างความฮือฮาให้ผมมาก
-รถโมยุคนี้เป็น โครงล้อหน้า มี3ล้อ….รถโมล้อหลัง ไม่ค่อยนิยมแล้ว
-เริ่มมีอะไหล่ยี่ห้อของไทย…ตีบล็อคผลิตในไทย
-เบื้องหลังความนิยมเริ่มมีธรุกิจแฝงอยู่ (ค่ายไทยแข่งกันสร้างผลงานด้วยยี่ห้อของตนเอง)
-โครงที่นำมาโมรถ…ไม่ใช่ทามิย่าอีกต่อไป

ยุคที่3
ปี97-98…..มีอายุประมาณ1ปี
เป็นยุคที่รถโมวิ่งเร็วที่สุด นิยมนานที่สุด แชมป์เปลี่ยนมือน้อยที่สุด……..
ยุคนี้ผมไม่สนุกแล้ว…ส่วนใหญ่จับเวลาแข่ง…เด็กๆอย่างผมไม่ต้องแข่งก็รู้ผล
เป็นยุคที่รถเร็วที่สุดจริง….แต่ถ้าเด็กๆเงินน้อย…อย่าไปลงโอเพ่น

 

เกล็ดเล็กเกร็ดน้อย
-ยุค3ยุคทองของต้อมมอเตอร์……โครงที่ใช้ อะไหล่ที่ใช้ นักเล่นนิยมเลือกผลิตภัณของต้อมมอเตอร์
-ตัวผมในตอนนั้นมีของเล่นชิ้นใหม่แล้วครับ…"กีต้าร์ปลิดวิญญาณ"…มรดกจากพ่อ
-รถในภาพที่คุณโกรันแนบมาเป็นสไตล์ของรถยุค3ครับ
หลังจากผ่านยุค3มา ผมก็ไม่เคยเล่นอีกเลยจนกระทั่งปี2007
จริงอยู่ที่ว่าหลังจากปี1998(ยุคที่3)ก็มีการจัดการแข่งมาบ้าง…โดยตลอด
แต่ผมมองว่า…ยังประปราย….ปัจจุบันที่เราเล่นกับทามิยะอยู่ก็เช่นกัน
ยุคที่4ยังมาไม่ถึงครับ….ในทัศนะของผม….เพราะทั้ง3ยุคที่ผมยกมา ก็คือเขาเล่นกันทั้งประเทศ
ผมหวังเล็กๆไว้ว่าสักวัน"สื่อ" และ"ปัจจัย"อาจทำให้ยุคที่4มาถึง!!!!

ขอบคุณบทความดีๆจาก http://seedang.com/