วอลโว่ ดีเซล ไฮบริด-ปลั๊กอิน

Home / ข่าวสาร / วอลโว่ ดีเซล ไฮบริด-ปลั๊กอิน

วอลโว่ก้าวเข้าสู่โลกไฮบริด หลังจากก่อนหน้านี้เผยโฉมซี 30 ไฮบริดปลั๊กอินไปแล้วด้วยการเข้าร่วมทุนกับบริษัทด้านพลังงานของสวีเดน

"ถ้าใครที่ใช้รถวันหนึ่งไม่เกินนี้ เครื่องยนต์ก็อาจจะไม่มีโอกาสได้กินน้ำมันแม้แต่หยดเดียว"

 

วอลโว่ก้าวเข้าสู่โลกไฮบริด อีกขั้น หลังจากก่อนหน้านี้เผยโฉม ซี 30 ไฮบริด ปลั๊กอินไปแล้ว ด้วยการเข้าร่วมทุนกับบริษัทด้านพลังงานของสวีเดน ที่ชื่อ Vattenfall ถึงวันนี้วอลโว่ก็พร้อมแล้วที่จะเผยโฉมรถไฮบริด ปลั๊กอิน ที่คาดว่าจะเปิดสายการผลิตภายใน 3 ปีนับจากนี้ และเป็นไฮบริดแบบ ดีเซล ไฮบริด

สำหรับรายละเอียดของสเปครถอย่างเป็นทางการ ยังไม่มีการเปิดเผยออกมาแต่อย่างใด แต่ว่าในขณะนี้วอลโว่นำรถออกมาวิ่งทดสอบแล้ว และดูเหมือนจะได้ผลเป็นที่น่าพอใจ โดยวอลโว่บอกว่าเทคโนโลยีที่จะใช้ในการผลิตรถในอนาคตจะเป็นแบบเดียวกับรถที่ ใช้ทดสอบขณะนี้ ซึ่งติดตั้งอยู่บน วี 70 แวกอน รถที่วอลโว่ มีจำหน่ายอยู่แล้วในปัจจุบัน แต่ติดระบบไฮบริดอันนี้เข้าไป

เครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์ดีเซล มีหน้าที่ในการขับเคลื่อนล้อหน้า ขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้าจะรับผิดชอบในการขับเคลื่อนล้อหลัง โดยได้รับพลังงานจากแบตเตอรี่ลิเทียม ไอออน ที่ให้กำลัง 11.3 กิโลวัตต์ ซึ่งพลังงานจากแบตเตอรี่อย่างเดียว สามารถขับขี่ได้ประมาณ 50 กม.ต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง นั่นก็หมายความว่าถ้าใครที่ใช้รถวันหนึ่งไม่เกินนี้ เครื่องยนต์ก็อาจจะไม่มีโอกาสได้กินน้ำมันแม้แต่หยดเดียว

ทั้งนี้ ระบบปลั๊กอินดังกล่าวจะใช้เวลาในการชาร์จไฟ 4-6 ชั่วโมง ซึ่งเป็นการชาร์จไฟบ้านปกติ แต่ถ้าใช้ตัวชาร์จพิเศษที่ออกแบบโดย Vattenfall จะร่นเวลาลงมาเหลือ 1.5-2.5 ชม.เท่านั้น

วอลโว่สร้างรถที่ว่านี้ขึ้นมา 3 คันในขณะนี้ เพื่อทำการทดสอบ โดยวิ่งๆ อยู่ในภูมิภาคยุโรป

ทั้งนี้ ภายใต้ข้อตกลงร่วมทุนกันนี้ วอลโว่จะรับบทบาทเป็นผู้ผลิตรถยนต์ ขณะที่ Vattenfall จะเป็นผู้พัฒนาสถานีชาร์จไฟ และป้อนระบบไฟฟ้าให้ นอกจากนี้ยังมีการทดสอบการชาร์จไฟหลากหลายรูปแบบ รวมถึงระบบการชาร์จแบบเร่งด่วนในบ้าน และการชาร์จตามสถานีบริการทั่วไป

 วิสัยทัศน์ของวอลโว่ ต่อเรื่องราวของสิ่งแวดล้อมในอนาคต ซึ่งมีชื่อเรียกว่า DRIVEe Towards Zero หรือการก้าวไปสู่พลังงานสะอาด ไร้มลพิษ จะต้องประกอบไปด้วยหลายๆ สิ่งประกอบกัน ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี เรื่องราวของแอโร่ ไดนามิค ระบบสตาร์ท/สต็อป

รออีกไม่นาน เชื่อว่าจะได้เห็นอะไรดีๆ จากวอลโว่แน่นอน

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก