หรั่ง อัครินทร์ ปูรี อดีตนักโทษขาใหญ่สู่ช่างทำกีตาร์แฮนด์เมดขั้นเทพ

Home / Alure Style, In focus / หรั่ง อัครินทร์ ปูรี อดีตนักโทษขาใหญ่สู่ช่างทำกีตาร์แฮนด์เมดขั้นเทพ
Be Light Guitar the master กีต้าร์แฮนด์เมด หรั่ง อัครินทร์ ปูรี หรั่งช่างทำกีต้าร์ อดีตนักโทษ แรงบันดาลใจ

หรั่ง อัครินทร์ ปูรี อดีตนักโทษขาใหญ่ที่ใช้ชีวิตในคุกถึง 15 ปี ซึ่งดูเหมือนชีวิตจะดับมืดสูญสิ้นความเป็นมนุษย์ไปแล้วแต่ก็มีอะไรบางอย่างที่ฉุดรั้งเขาขึ้นมาและมอบชีวิตใหม่ให้กับเขา จนวันนี้ ‘หรั่ง’ กลายมาเป็นช่างทำกีต้าร์แฮนด์เมด เจ้าของแบรนด์  Be Light Guitar ในที่สุด ไปค้นหาตัวตนของ หรั่ง อัครินทร์ ปูรี ช่างทำกีต้าร์แห่งแสงสว่างไปพร้อมๆ กัน

อดีตที่ผ่านมา..
ตั้งแต่อายุ 15 ถูกจับครั้งแรกครับ เข้าๆออกๆ คุกจนถึงอายุ 28 ปี รวมเวลาทั้งหมดก็ราวๆ สัก 15 ปีที่ใช้ชีวิตอยู่ในคุกซึ่งในนั้นเราเป็นคนค่อนข้างมีพฤติกรรมเกเร เวลาอยู่ในคุกมันต้องทำทุกอย่างให้อยู่รอดมันเลยให้เรากลายเป็นนักโทษชั้นเลว เลวจนแบบคนในเรือนจำ เพื่อนด้วยกัน แล้วก็เจ้าหน้าที่ก็จะมองว่า ไม่น่าจะกลับเข้าสู่สังคมได้

 

 

จุดเปลี่ยนของชีวิต
วันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่ผมได้โอกาสเดียวที่จะพบพี่สาว ผมตัดสินใจว่าจะกราบเท้าเค้าแล้วจะบอกพี่ไปเลยว่าผมกลับตัวไม่ได้แล้วแต่พี่สาวผมพูดเรื่องศาสนาขึ้นมา บอกว่าให้ผมกลับไปอธิษฐานกับพระเจ้าเพื่อจะได้เกิดแรงศรัทธาในชีวิตและยึดเหนี่ยว ผมก็ลองดู พอทำเสร็จ ข้างในมันเปลี่ยน คือมันมีอัศจรรย์หนึ่งเกิดขึ้นคือผมจะไม่ได้อภัยโทษอยู่แล้ว ผมก็ลองอธิษฐานกับพระเยซู ถ้าพระเจ้ามีจริงช่วยให้ผมออกจากที่นี่ในเร็ววัน แล้วผ่านไปหนึ่งปีมันเกิดได้ขึ้นมาแบบอัศจรรย์ จึงตัดสินใจขอศรัทธาในพระเจ้าตั้งแต่ตอนนั้น

 


เริ่มต้นชีวิตใหม่

คือผมมาอยู่มูลนิธิบ้านพระพรเข้ามาอยู่ในมูลนิธิเพื่อช่วยปรับทัศนคติ หาอาชีพการงานให้ ผมเป็นหนึ่งในนั้น คือผมเป็นคนไม่เคยยกมือไหว้คนแต่ที่นี่เค้าสอนแม้กระทั่งยกมือไหว้ต้องเรียนรู้ พูดจาไพเราะ มีหางเสียง สิ่งที่เราต้องปรับตัวมากที่สุดคือ เราต้องมีแรงต้าน ทำยังไงให้เราสามารถยืนผ่านความอายตรงนี้ และยอมรับความเป็นจริงให้ได้สิ่งสำคัญที่สุดเลย ต้องยอมรับตัวเองให้ได้ ต้องให้โอกาสตัวเองก่อน

จุดเริ่มต้น Be Light Guitar
ทางมูลนิธิส่งไปฝึกเรียนทำกีตาร์กับครูแหลม (ณรงค์ชัย อร่ามเรืองสกุล) ก็สอนทำมาเรื่อยๆ คือทำจนทุกวันนี้ ประมาณ 46 ตัวแล้ว ทำมา 6 ปีแล้ว แต่เรายังเรียนรู้อยู่กับมันตลอดเวลาสิ่งสำคัญที่สุดเนี่ย กีต้าร์มันพาให้ผมไปเจอคนมากมายต้องบอกว่าเป็นสะพานทำให้เราได้เพื่อนเยอะขึ้น ทั้งดารา ผู้ใหญ่ในวงการต่างๆ

 


 

เสน่ห์ของกีต้าร์
กีต้าร์จะสวยสักแค่ไหน ถ้าเสียงไม่ดี คนก็ไม่ซื้อ แต่ถ้ากีตาร์ไม่สวยแต่เสียงดีมากคนกลับซื้อ จุดเด่นของกีต้าร์จริงๆแล้วมันคือเสียง ความสวยก็ค่อยๆ ตามมา มันก็เลยทำให้ผมเนี่ยเริ่มพัฒนา เริ่มเรียนรู้ ผมว่าความยากของกีตาร์เนี่ย มันเป็นศิลปะชั้นสูง คือมันต้องสวย รูปทรงดูคลาสสิก ที่สำคัญเสียงมันต้องได้ด้วย ความท้าทายของการทำกีต้าร์ คือการทำยังไงให้เสียงมันดี และตอบโจทย์ลูกค้า ตอบโจทย์คนฟัง

ความสุขของช่างทำกีต้าร์
จะภูมิใจทุกครั้งเลยเวลากีต้าร์เสร็จแล้วมีคนดีดเล่น เพราะเราเห็นมันตั้งแต่ไม้เป็นแผ่นจนเราประกอบจนเสร็จ ใส่สายแล้วมีคนเล่นส่งเสียงออกไปเราจะภูมิใจมาก คือเรารักมันไปแล้วคงจะทำมันจนกว่าเราจะไม่มีแรงทำมัน ต่อให้วันนี้เรามีอาชีพอื่นมีเงินเยอะแยะอะไรก็แล้วแต่ แต่กีต้าร์จะไม่ทิ้งมันแน่นอน เพราะรู้สึกว่าเราอยู่กับมันแล้วเรามีความสุข

 

อีกหนึ่งบทบาทสำคัญที่ทำให้ต้องเดินเข้าสู่เรือนจำอีกครั้ง
ผมสัมผัสได้อย่างนึงว่านักโทษทุกคน ไม่มีใครอยากจะเป็นคนไม่ดี ทุกคนเนี่ยอยากเป็นคนใหม่หมดเลย แต่ด้วยกำลังของเค้าเองเค้าทำไม่ได้ และด้วยสังคม สภาพแวดล้อมหลายๆด้าน มันทำให้เค้าเนี่ยกลับมาสู่กระบวนการแบบเดิมๆ และเราเคยอยู่ เคยกิน เคยนอน เข้าใจความรู้สึกทุกอย่าง เพราะฉะนั้นวันนี้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นแล้วเนี่ย เกิดพลังบางอย่างที่ผมอยากจะกลับไปหาพวกเค้าแล้วไปบอกพวกเค้าว่า พวกเค้าก็สามารถกลับตัวได้เหมือนผม


ถ้าย้อนเวลากลับไปได้….
ผม..ก็คงไม่เปลี่ยนแปลงอะไรในอดีต เพราะทุกอย่างในวันนั้นมันทำให้วันนี้ผมเข้าใจชีวิตมากขึ้น ได้รู้คุณค่าของชีวิตมากขึ้นและมีโอกาสได้เข้าใจคนที่ไม่ดี คนที่เกเร คนติดยา หรือว่าคนที่ใช้ชีวิตในเรือนจำ เรามีความเข้าใจเค้าลึกๆ ต้องขอบคุณประสบการณ์ที่แย่ๆ ที่วันนี้มันเปลี่ยนมาเป็นสิ่งที่ดี

 

FB : Be Light Guitar

ขอบคุณสถานที่ :  ช็อปกีต้าร์ วิรุฬ  ทรงบัณฑิต (ช่างนิด)