รวม 10 เรื่องหนังไซไฟแหกคอกที่มีพลอตสุดล้ำ

Home / Alure Style, men around / รวม 10 เรื่องหนังไซไฟแหกคอกที่มีพลอตสุดล้ำ

10 หนังไซไฟที่พลอตแตกต่างจากแนวไซไฟทั่วไป

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนังไซไฟคือตัวทำเงินให้กับสตูดิโอฮอลลีวู้ดได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ในขณะที่ผู้สร้างหนังทุกค่ายพยายามที่จะท้าทายคนดูด้วยแนวคิดแหกคอกบทหนังไซไฟ แต่ช่วงหลังผลงานที่เข้าตากลับเป็นหนังของ นีล บลอมแคมป์ ผู้กำกับเจ้าของหนังไซไฟจัดจ้านอย่าง Elysium (อีลีเซี่ยม) และ District 9 (ดิสทริค นายน์) รวมถึง Chappie (แชปปี้) ที่มักตั้งคำถามถึงความเป็นมนุษย์และเทคโนโลยีท่ามกลางสังคมล้าหลัง อันเป็นประเด็นเสียดสีฉีกต่างจากหนังไซไฟทั่วไปที่นิยมให้ภาพยุคอนาคตล้ำๆ ทั้งหลาย และต่อไปนี้คือหนังไซไฟแหกคอกพลอตสุดล้ำที่ต้องหามาดูให้ได้สักครั้ง

A Scanner Darkly

เรื่องแรก A Scanner Darkly (อะ สแกนเนอร์ ดาร์คลี่) หนังกึ่งแอนิเมชั่นปี 2006 ที่ให้ภาพโลกอนาคตอันใกล้ เมื่อพระเอกพบว่าตนเองตกอยู่ในภาวะจิตหลอน ซึ่งอาจเกิดจากการวางแผนชั่วร้ายโดยใครบางคน ทำให้เขาไว้ใจใครไม่ได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะคนรัก เพื่อนสนิท หรือแม้แต่รัฐบาลที่มีภาพลักษณ์ดีงาม

Upstream Color

ต่อด้วยหนังปี 2013 ของ เชน คาร์รูธ อดีตวิศวกรซอฟต์แวร์ที่หันมาเอาดีกับการทำหนัง โดย Upstream Color (อัพสตรีม คัลเลอร์) เป็นหนังสุดเซอร์ที่เรียกเสียงฮือฮาจากทั้งเทศกาลซันแดนซ์และเบอร์ลิน ว่าด้วยพระเอกหนุ่มนักเพาะพันธุ์กล้วยไม้ ที่ใช้วิธีสะกดจิตและวางยาพิษให้นางเอกตกอยู่ในอาการเพ้อคลั่ง จัดเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ยกแนวทางไซไฟมาตีแผ่ประเด็นการถูกบงการ และการต่อสู้ชิงอำนาจระหว่างเพศ ชนชั้น ความดีความเลว และความจริงกับความลวง

Silent Running

เรื่องนี้อาจจะเก่าสักหน่อย เพราะเป็นหนังยุค 70 และเป็นงานกำกับเรื่องแรกของช่างภาพสเปเชียลเอฟเฟ็คต์ ดักลาส ธัมบูลล์ นั่นคือ Silent Running (ไซเลนท์ รันนิ่ง) ซึ่งว่าด้วยโลกอนาคตที่ไม่มีต้นไม้เหลืออยู่อีกแล้ว นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งจึงถูกส่งไปเพาะตัวอย่างต้นไม้บนสถานีอวกาศ แต่แล้วก็มีคำสั่งจากรัฐบาลให้ทำลายต้นไม้พวกนี้ทิ้ง แม้หนังจะโชว์ฉากเทคนิคพิเศษมากมาย แต่กลับเล่นกับประเด็นการปฏิวัติท้าทายอำนาจต่อชนชั้นปกครองโลก

Idiocracy

หนังปี 2006 ของ ไมเคิล จัดจ์ เรื่อง Idiocracy (อิดิโอเครซี่) หนังตลกสุดติ่ง เมื่อทหารนายหนึ่งถูกแช่แข็งแล้วตื่นขึ้นมาในโลกอนาคตอีกห้าร้อยปีข้างหน้า ซึ่งประชากรโลกในเวลานั้นต่างก็เป็นพวกโง่เง่า ทำให้พระเอกกลายเป็นคนฉลาดที่สุดในโลก และกลายเป็นตัวอันตรายที่ถูกต้องสงสัยว่าอาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงโลก หนังเต็มไปด้วยฉากเสียดสีวัฒนธรรมบริโภคนิยมได้อย่างสุดฮา เช่น ผู้คนใส่กันแต่เสื้อผ้าโชว์โลโกยี่ห้อดังเต็มตัว หรือน้ำสะอาดถูกเอาไปทำน้ำเป็นอัดลมจนหมดโลก

Moon

หนังปี 2009 ของ ดันแคน โจนส์ ที่ตั้งคำถามกับประเด็นการโคลนนิ่ง อันทำให้คุณค่าของความเป็นมนุษย์หมดสิ้นลง เรื่องของนักบินอวกาศผู้ตกอยู่ในวังวนของการถูกผู้มีอำนาจหลอกใช้ แบบใช้แล้วทิ้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า อันเป็นผลมาจากเทคโนโลยีการโคลนนิ่ง

Mars Attacks!

หนังปี 1996 ของ ทิม เบอร์ตัน ผู้กำกับที่มีสไตล์ส่วนตัวชัดเจน โดยคราวนี้เขาหยิบยกความวายป่วงของมนุษยชาติมาล้อเล่นได้อย่างเจ็บแสบพิลึกพิลั่น ภายใต้บรรยากาศย้อนยุค เมื่อมนุษย์ดาวอังคารบุกโลก มนุษย์โลกก็มีพฤติกรรมตอบสนองต่างกันไป แต่ทั้งมวลล้วนเผยให้เห็นความเพี้ยน ความโหดเหี้ยม ความอ่อนแอ และความโง่เขลาของมนุษย์ได้อย่างแสบสันต์

eXistenZ

หนังไซไฟปี1999 ผลงานของผู้กำกับสุดติสต์ เดวิด โครเนนเบิร์ก เล่าเรื่องราวของเกมส์อนาคตที่เชื่อมต่อร่างกายมนุษย์เข้าสู่โลกเสมือนจริง ซึ่งแม้แต่ตัวผู้สร้างเกมเองยังต้องตื่นตะลึง เพราะตัวโปรแกรมได้สร้างเกมซ้อนเกมขึ้นมาอีกทีจนซับซ้อนแยกไม่ออกระหว่างโลกจริงและโลกเสมือน หนังให้แง่มุมสดใหม่แบบที่หาได้ไม่ง่ายนักในหนังไซไฟเรื่องอื่นๆ

The Fountain

หนังปี 2006 ซึ่งล้ำจินตนาการด้วยเรื่องราวชะตากรรมของคู่รักสามยุคสมัย ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคตที่เวลาห่างกันนับพันปี ซึ่งอาจตีความได้ว่าพวกเขากลับชาติมาเกิด ทำให้หน้าหนังที่ดูเหมือนจะเป็นไซไฟ กลับสอดแทรกประเด็นเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายได้อย่างคมคาย ผลงานกำกับของ ดาเรน อะโรนอฟสกี้ คนทำหนังผู้ขึ้นชื่อในการตีความปรัชญาทางศาสนาได้อย่างลึกซึ้ง

Alphaville

ผลงานของ ฌ็อง ลุค โกดาด์ ผู้กำกับฝรั่งเศสรุ่นเก๋า ผู้โด่งดังด้วยการสร้างผลงานท้าทายแปลกใหม่อย่างมีชั้นเชิงทางศิลปะ โดยในปี 1965 เขาทำหนังไซไฟด้วยท่วงท่าราวกับบทกวีสุดเซอร์เรียลเรื่อง Alphaville (อัลฟ่า วีล) ด้วยการผสมหนังแนวอาชญากรรมเข้ากับเรื่องของโลกอนาคตในแบบที่ไม่มีเทคโนโลยีล้ำอนาคตให้เห็นเลยแม้แต่ชิ้นเดียว แต่กลับยิ่งตอกย้ำประเด็นสังคมล้าหลัง ที่มนุษยชาติยังคงกระทำเรื่องชั่วร้ายใส่กันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

Timecrimes

ปิดท้ายด้วย Timecrimes (ไทม์ ไครมส์) หนังทริลเลอร์สัญชาติสเปน ปี 2007 ซึ่งดูเพลิดเพลินเกินคาดเดาด้วยการเล่นกับทฤษฎีข้ามเวลา เมื่อชายคนหนึ่งพลัดหลงย้อนกลับไปยังอดีตอันใกล้ และพยายามจะแก้ไขอดีตเพื่อให้เหตุการณ์กลับสู่ปกติอีกครั้ง แต่กลับกลายเป็นปัญหาวุ่นวายหนักกว่าเดิม หนังได้รับคำชมว่าให้รสชาติแปลกต่างได้อย่างฉลาดล้ำ และทำให้คนดูได้สัมผัสกับหนังไซไฟในรูปโฉมใหม่ๆ อย่างดีเยี่ยม

 

ข้อมูลจาก Bioscope