สันติ ตันติภัณฑรักษ์ นักสะสมโปสเตอร์หนังหนึ่งเดียวของไทยที่ไปไกลระดับโลก

Home / Alure Style, In focus / สันติ ตันติภัณฑรักษ์ นักสะสมโปสเตอร์หนังหนึ่งเดียวของไทยที่ไปไกลระดับโลก

“ถ้าเราได้ทำในสิ่งที่รัก เราจะไม่มีวันเบื่อมัน”

2 ทศวรรษ คือระยะเวลาที่ร้านหนังคลาสสิคเปิดทำการต้อนรับคอนักสะสมโปสเตอร์หนังมาอย่างยาวนานและถือว่าเป็นร้านโปสเตอร์หนังในตำนานของไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก การันตีจากการติดอันดับ 1 ใน 50 สถานที่สุดเจ๋งในกรุงเทพฯ ของ CNN เลยทีเดียว บอกไว้ก่อนถึงร้านจะเล็กมาก กว้าง 1.30 เมตร ยาวแค่ 7 เมตร แต่อัดแน่นด้วยคุณภาพทุกอณูและผู้อยู่เบื้องหลังความอีพิคของทั้งหมดคือ พี่สันติ ตันติภัณฑรักษ์ ชายอารมณ์ดีเจ้าของร้านที่จะมานั่งคุยกับเราในตอนนี้

ความเป็นมาของร้านหนังคลาสสิค?
ร้านหนังคลาสสิคเปิดปี พ.ศ.2540 ตอนนี้ 20 ปีพอดี ตั้งแต่ Titanic เข้าฉายใหม่ๆ คนเล่นโปสเตอร์ในเมืองไทยมีไม่เยอะ เป็นแค่กลุ่มเล็กๆ แต่คนต่างชาติเล่นกันเยอะโดยเฉพาะ อเมริกัน อังกฤษ ฝรั่งเศส ส่วนในเอเชียจะมี ฮ่องกง ญี่ปุ่น

จุดเด่นของร้านหนังคลาสสิค?
ผมจะมีโปสเตอร์ที่หายากเยอะพอสมควร คือฝรั่งมาถามหาโปสเตอร์หนัง 10 เรื่องเราต้องมีเกินครึ่ง แล้วผมจะเก็บเป็นคอเลคชั่นขนาด 3 ชีท ซึ่งใหญ่กว่าโปสเตอร์ขนาดปกติ 3 เท่า แต่ไซส์นี้เลิกผลิตมาเกือบ 40 ปีแล้วทำให้หายากมาก แต่เรามีเกือบทุกเรื่องคือเราสามารถสั่งมาขายได้ในราคากลางคือถูกกว่าในเว็บไซต์เยอะ แต่คุณต้องรอคิวนานหน่อยบางทีรอไปก็ไม่ได้

โปสเตอร์หลักแสนที่ร้านก็มีด้วยเหรอครับ?
ใบละแสนมีเยอะ อย่างเรื่อง breakfast at tiffany’s ขายไปใบละแสนสี่ James Bond ที่ ฌอน คอนเนอรี่ แสดงขายแสนกว่าเหมือนกัน ส่วนใบที่หาไม่ยากแต่แพงคือ Star wars กับ The Godfather เพราะเป็นหนังดังคนเก็บเยอะ ถ้าเป็นขนาด 3 ชีทอยู่ที่ประมาณ 1,000 เหรียญหรือประมาณ 35,000 บาท

ใบที่แพงสุดที่พี่เคยขายได้?
เป็นโปสเตอร์ Star wars ปี 1977 ขนาด 6 ชีท (ใหญ่กว่าปกติ 6 เท่า)  ขายไป 148,000 บาท ลูกค้ารอคิวประมาณ 2 ปีถึงได้ ปัจจุบันในเว็บต่างประเทศราคาอยู่ที่ 300,000 บาทซึ่งตอนนี้หายากมากแล้ว

โปสเตอร์ผ่านมือเยอะขนาดนี้มีใบไหนประทับใจเป็นพิเศษมั้ยครับ?
เป็นโปสเตอร์ซูเปอร์แมนเวอร์ชั่นที่ คริสโตเฟอร์ รีฟ แสดงฉายที่กรุงเทพฯ ปี 2521 ปรากฏว่าโปสเตอร์ใบนี้ส่งเข้ามาใบเดียวมาติดที่บริษัท Apex ตรงข้ามสกาล่า แปะอยู่ตรงบันไดทางขึ้นซึ่งสูงมาก ตอนนั้นเราได้แต่มองอย่างเดียว ตอนนั้นอายุ 17-18 อยากได้มาก พยายามติดต่อพนักงานเพื่อขอซื้อแต่ถูกไล่ตะเพิดออกมาเพราะเห็นว่าเราเป็นเด็ก เวลาผ่านไป 2-3 ปี โปสเตอร์เก่าหลุดรุ่งริ่งจนบริษัทมาแกะทิ้งไปเห็นแล้วเสียดายมาก ฝังใจมาตั้งแต่ตอนนั้น หลังจากนั้นเราเปิดร้านโปสเตอร์ครั้งแรกปี 2540 เราบอกตัวแทนที่เป็นนักสะสมโปสเตอร์เหมือนกันว่า อยากได้โปสเตอร์ขนาด 3 ชีทเรื่องซูเปอร์แมน เขาบอกไม่มี หายาก เราก็ถามไปเรื่อยๆ จนเขารำคาญสงสัยว่าทำไมอยากได้โปสเตอร์เรื่องนี้จังเลย เราก็เล่าความหลังให้เขาฟังทั้งหมดว่าเราฝังใจและประทับใจยังไงกับโปสเตอร์ใบนี้ เขาถึงกับอึ้งตัดสินใจขายให้เราหมดเลย 3 ใบ แต่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว คริสโตเฟอร์ รีฟ เสียชีวิตแล้วครอบครัวเขายากจนมาก บริษัท Warner หนังที่สร้างซูเปอร์แมนเอาโปสเตอร์ออกประมูลทำให้โปสเตอร์กลับเข้ามาในท้องตลาดอีกครั้งซึ่งผมก็ได้มาจำนวนหนึ่ง

ร้านหนังคลาสสิคเข้าไปติดโผในลิสต์ของ CNN ยังไงครับ?
เป็นลิสต์ 50 reasons why Bangkok is No.1 ของ CNN จัดอันดับเอาไว้ในปี 2009 โดยร้านเราติดอยู่ในอับดับ 8 ที่มาเกิดจากนักข่าวที่เดินผ่านมาโดยบังเอิญแล้วเข้ามาพูดคุยเรื่องหนัง ถามว่าเรามีโปสเตอร์เรื่องนี้มั้ยประมาณ 10 เรื่องเราบอกว่ามีทุกเรื่องแต่เป็นขนาด 3 ชีท เขาก็อึ้งเลย ก่อนกลับมีการสัมภาษณ์นั่งคุยกันเขาออกตัวว่ามาจาก CNN และหลังจากนั้น 2 เดือนร้านผมก็ได้ในอยู่ในลิสต์อย่างที่เห็น ซึ่งหลังจากได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนมาเยี่ยมเยียนที่ร้านเยอะขึ้นมากแบบผิดหูผิดตา จำได้ว่าช่วงพีคสุดเคยขายได้วันเดียว 3 แสนบาท

เคยนับมั้ยครับว่ามีโปสเตอร์เก็บไว้จำนวนเท่าไหร่?
เคยมีหนังสือที่มีเนื้อหาจัดอันดับทุกอย่างเพื่อเก็บเป็นสถิติอยากรู้จำนวนที่แท้จริง ผมบอกไม่เคยนับ ถ้าอยากรู้ต้องมาดูที่บ้าน พอได้ไปเห็นของจริงถึงกับถอดใจไม่ไหวเพราะมันเยอะมาก ผมว่าน่าจะเป็นหลักแสนใบขึ้น ไม่ใช่เรื่องละใบแต่บางเรื่องมีเป็นปึกเลย

จุดยืนของพี่ติและร้านหนังคลาสสิค?
เราอยู่เส้นทางไหน ไปให้สุดไปเลย เวลาคนจะหาอะไรจะนึกถึงเรา อย่างเวลาคนอยากได้โปสเตอร์ต้องมาร้านหนังคลาสสิคที่เดียว อย่างที่บอกถ้าเราทำจนสุดทางแบบเต็มกำลังถ้าวันหนึ่งเราไม่ไหวชื่อมันยังอยู่เอาใครทำแทนเราก็ได้ แต่ต้องเป็นคนที่มีความรู้เรื่องหนังเหมือนเรา

เสน่ห์ของโปสเตอร์หนังฝรั่งเวอร์ชั่นไทย?
จะบอกว่าฝรั่งชอบโปสเตอร์เวอร์ชั่นไทยมาก เพราะโปสเตอร์ของเขาไม่เหมือนของบ้านเรา ยกตัวอย่างเรื่อง Terminator เป็นภาพถ่ายอาโนลด์ถือปืนเฉยๆ ซึ่งขี้เหร่มาก แต่คนไทยวาดได้มีดีเทลรายละเอียดเต็มไปหมด ต้องยอมรับว่าอาจารย์ทองดี ภานุมาศผู้เขียนโปสเตอร์ แกเก่งมาก หนังดังๆ ของ Apex อาจารย์เขียนมาหมด โปสเตอร์ของฝรั่งมันจะไม่ให้เห็นรายละเอียดในหนังเพราะจะให้เข้าไปดูในโรง แต่คนไทยบางทีไคลแม็กซ์ยังเขียนออกมาหมดเลย บางทีพระเอกตายรู้กันตั้งแต่เห็นโปสเตอร์นี่คือเสน่ห์ของโปสเตอร์ไทย (หัวเราะ)

กลุ่มคนสะสมโปสเตอร์หนังในบ้านเรา?
คนชอบดูหนังมีเพียงแค่ 2% ที่ชอบโปสเตอร์หนัง คนสองแสนคนชอบโปสเตอร์แค่ 200 คนนี่ถือว่าเยอะแล้วนะ เราจะทำยังไงให้อยู่ตรงส่วนน้อยนี้ได้ ถ้าเราขายแค่คนไทยร้านนี้คงมีอายุไม่เกิน 10 ปีแต่เผอิญเรามีลูกค้าต่างชาติแล้วลูกค้าต่างชาติหลงเสน่ห์โปสเตอร์ที่เป็นภาษาไทย ตรงนี้ต่างหากที่ดึงคนเข้ามาหล่อเลี้ยงร้านเรา

โปสเตอร์หนังไทยที่มีราคาและหายาก?
เป็นหนังของมิตร ชัยบัญชาไม่มีราคาถูก เราจะไม่เอาให้ลูกค้าดูถ้าไม่ถามถึง ถ้าถามถึงเราจะบอกเลยว่าแพงนะถ้าสนใจจริงๆ เราหยิบให้ดู อย่างเรื่องที่หายากมากเช่นอินทรีทองขายไม่ได้เลยเพราะมีใบเดียว ขายไปจบเลย และเป็นหนังเรื่องสุดท้ายของ มิตร ชัยบัญชา ด้วย ในเมืองไทยตอนนี้มีอยู่ 5 ใบอยู่ในมือนักสะสมรุ่นใหญ่ทั้งหมด

รู้มาว่าพี่ติมี The Godfather เป็นหนังโปรด?
เคยได้ดูตอนอายุ 16 ในโรง พอดูจบมันวิ่งเข้ามาอยู่ในใจทั้ง 4 ห้องเลยตั้งแต่ตอนนั้น เป็นหนังที่ดีจนจับใจเลย กลับบ้านมาถึงกับนอนไม่หลับเพราะความอินกับหนัง จนถึงวันนี้ไม่มีเรื่องไหนมาแทนที่ได้เลย ส่วนหนังไทยที่ชอบอันดับ 1 คือเรื่องแผลเก่า โลโก้ร้านหนังคลาสสิคเลยออกมาผสมระหว่างฟ้อนท์แผลเก่าแล้วก็มีโลโก้ของ The Godfather มาแมชท์กันพอดี

โปสเตอร์ที่มีเงินก็ซื้อไม่ได้?
Enter the dragon เพราะว่า บรูซ ลี แสดงหนังได้ 4 เรื่องแล้วตาย มีเรื่องเดียวที่ Warner จัดจำหน่ายนอกนั้นของฮ่องกงสร้างหมด ฉะนั้นโปสเตอร์ 3 ชีทของอเมริกามีเรื่องเดียวคือ Enter the dragon คนชอบบรูซ ลีมีทั่วโลก แต่โปสเตอร์พิมพ์แค่ครั้งเดียวในปี 1973 ใครมีโปสเตอร์ Enter the dragon ขนาด 3ชีทและ 6 ชีท ไอ้นั่นคือของจริงซึ่งผมคือ 1 ในนั้น แต่ไม่ต้องพูดถึงราคาไม่มีการขายแน่นอนเพราะกว่าจะได้มาแทบตาย

ร้านหนังคลาสสิคในอนาคต?
ถึงตอนนี้เปิดมาครบ 20 ปี สิ่งที่ทำให้ผมเลิกมีได้อย่างเดียวคือ ค่าเช่าที่แพงขึ้นทุกวัน ขายโปสเตอร์กำไรไม่เยอะ เพราะถ้าเยอะร้านขายคงเต็มไปหมดแล้ว แต่ที่ผมอยู่มาได้เพราะรัก มันคือการสะสมและไม่ได้ขายทุกอย่าง โดยเฉพาะหนังไทยเก่าๆ ไม่เคยคิดจะขายเลย ส่วนความฝันคิดไว้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้านว่าอยากทำมิวเซียม เราลงทุนเก็บสะสมของพวกนี้เพราะเรารัก ที่กล้าซื้อของหายากราคาแพงเพราะเรารู้ว่าขายไม่ได้ก็ยังเก็บได้ และของพวกนี้จะมีค่าขึ้นทุกวัน อยากได้ผู้ร่วมอุดมการณ์มาช่วยกันทำให้ความฝันเป็นจริง

ร้านหนังคลาสสิค ใต้โรงหนังลิโด้ สยามสแควร์ซอย 2
เวลาเปิด จันทร์-ศุกร์ 14.00-20.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 14.00-19.00 น.