ตอบคำถาม เกี่ยวกับการทำงาน หางาน สมัครงาน

ค่าชดเชย ให้หยุดงาน หยุดกิจการ ช่วงน้ำท่วม ตาม กม.แรงงาน

men >> work >> worktips

กฎหมายแรงงาน น้ำท่วม นายจ้าง ลูกจ้าง ค่าชดเชย หยุดกิจการน้ำท่วม กฎหมายแรงงาน ค่าชดเชย เลิกจ้าง หยุดกิจการ

(ภาพประกอบจาก galarycitynews.com ประกอบบทความเท่านั้น)

เนื่องจาก มีผู้อ่านถามเข้ามาเยอะ แล้วมักจะซ้ำๆกันเกี่ยวกับ กฎหมายแรงงาน ที่เกี่ยวกับ การที่พนักงานหยุดงานเพราะน้ำท่วม นายจ้างหยุดกิจการชั่วคราวเพราะน้ำท่วม หรือนายจ้างเลิกจ้างเพราะน้ำท่วม แต่ละกรณี จะต้องมีค่าชดเชยตามกฎหมายอย่างไร ซึ่ง ดร.วิชัย ได้ตอบคำถามไปบ้างแล้ว และผมก็ตอบไปบ้างแล้ว จึงนำมารวบรวมให้ดังนี้ครับ

น้ำท่วม นายจ้าง ลูกจ้าง ค่าชดเชย กฎหมายแรงงาน

1 กรณี พนักงานหยุดงานเพราะน้ำท่วม เดินทางลำบาก หรือบ้านน้ำท่วม ไม่สามารถไปทำงานได้ แต่บริษัทยังทำงานได้ปกติ จะได้ค่าชดเชยหรือไม่ (สำหรับค่าแรง หรือเงินเดือนที่ไม่ได้ไปทำงาน)

1.1 กรณีดังกล่าว กฎหมายแรงงาน ไม่ได้กล่าวถึงกรณีสุดวิสัยของลูกจ้างที่ต้องได้ค่าชดเชยจากการหยุดงานครับ แต่กล่าวถึงเป็นกรณีวันหยุด ดังนั้นคุณจึงสามารถใช้วันหยุดได้ตามกฎหมาย คือ วันลาพักร้อน ลาป่วย หรือลากิจตามจำนวนที่บริษัทกำหนด และหลังจากการใช้สิทธิ์ทั้งหลายเหล่านี้แล้ว บริษัทอาจจะถือการลาของคุณเป็นการหยุดที่ไม่ได้คุ้มครองตามกฎหมาย เป็นวันหยุดที่บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบจ่ายสำหรับวันหยุดนั้นๆ

1.2 กรณีต่อเนื่องคือ การที่ลูกจ้างลาขาดติดต่อไปเกิน 3 วัน โดยไม่ได้แจ้งนายจ้าง จะกลายเป็นว่า นายจ้างมีสิทธิ์ที่จะลงโทษทัณฑ์บน คาดโทษหรือไล่ออกโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้ ดังนั้นประเด็นสำคัญเรื่องนี้ คือ “พนักงานแจ้งสถานการณ์ และบอกกล่าวการลาหยุดหรือเปล่า

นอกจากนี้แล้ว คุณจะทำงานอย่างไร เดินทางอย่างไรได้ ก็ขึ้นอยู่กับการช่วยเหลือ น้ำใจและการอะลุ่มอล่วยกันระหว่างนายจ้างลูกจ้างแล้วล่ะครับ ซึ่งตามที่ผมแนะนำในข้อความที่แล้ว คือ เห็นใจการลาหยุดบ้าง ทำงานจากบ้านได้บ้าง ช่วยๆกัน

2. กรณีนายจ้างหยุดกิจการชั่วคราว ซึ่งไม่ได้มีเหตุผลจากน้ำท่วมโดยตรง (บริษัทไม่โดนน้ำท่วม แต่ดำเนินงานไม่ได้) ลูกจ้างจะได้ค่าชดเชยหรือไม่

2.1 กรณีจะเกิดขึ้นได้เช่นกัน เช่น ร้านอาหารที่ร้านไม่โดนน้ำท่วม แต่ดันมีสายส่งวัสดุ วัตถุดิบตัดขาดเส้นทางการส่ง หรือถูกน้ำท่วมไป จึงไม่สามาถดำเนินงานต่อได้ ต้องหยุดกิจการชั่วคราว ซึ่งกรณีเช่นนี้ ถือว่า นายจ้าง ไม่ได้มี “เหตุสุดวิสัย” ในการหยุดกิจการ จึงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้าง ร้อยละ 75 ของค่าตอบแทน (ค่าจ้าง) ก่อนเกิดเหตุ และจ่ายเรื่อยไปในช่วงหยุดกิจการ [มาตรา 75]

2.2 กรณีเช่นนี้จะต่อเนื่องกับการที่นายจ้าง อาจจะคำนวณระยะเวลาการหยุดกิจการชั่วคราว แล้วตัดสินใจที่จะบอกเลิกจ้างพนักงานไปก่อน โดยจ่ายค่าชดเชยเลิกจ้าง (ซึ่งลูกจ้างไม่มีความผิด) ก็ได้ แล้วหลังจากน้ำท่วม ค่อยรับจ้างกันใหม่

อายุการทำงาน                            ค่าชดเชยตามอัตราค่าจ้างสุดท้าย ณ วันที่ถูกเลิกจ้าง

120วันแต่ไม่ครบ1ปี                                                    1           เดือน

1ปีแต่ไม่ครบ3ปี                                                          3           เดือน

3ปีแต่ไม่ครบ6ปี                                                          6           เดือน

6ปีแต่ไม่ครบ10ปี                                                        8           เดือน

10ปีขึ้นไป                                                                    10          เดือน

ทั้งนี้ นายจ้างเขาอาจจะคาดคะแนไว้ว่าการจ่าย ร้อยละ 75 ไปหลายๆเดือน กับการจ่ายค่าชดเชยแบบบอกเลิกจ้าง แบบไหนที่บริษัทรักษาผลประโยชน์บริษัท (จ่ายน้อยกว่า) ได้มากกว่าด้วย (จะเห็นว่า บริษัทที่มีพนักงานชั่วคราว พนักงานใหม่ๆเยอะ อาจจะตัดสินใจ บอกเลิกจ้างไปก่อน ในขณะที่บริษัทที่มีคนเก่าแก่เยอะเขาเลือกจ่ายร้อยละ 75% ไปก่อนดีกว่า)

3 กรณีที่บริษัทโดนน้ำท่วมไม่สามารถดำเนินการได้เลย

3.1 กรณีเช่นนี้ การที่บริษัทหยุดชั่วคราว บริษัทไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินชดเชยพนักงานเลย เพราะ “น้ำท่วม” ถือเป็น “เหตุสุดวิสัย หรือภัยพิบัติธรรมชาติที่นายจ้างไม่สามารถปกป้องตนเองได้ ดังนั้นในช่วงที่บริษัทปิดชั่วคราวนั้น พนักงานอาจจะไม่ได้ค่าชดเชยเลย และเมื่อเปิดกิจการอีกครั้งถึงจะได้ค่าจ้างตามปกติ

3.2 และหากบริษัทปิดกิจการ บอกเลิกจ้างทันที ก็จะเข้าสู่กรอบการจ่ายค่าชดเชยเลิกจ้างครับ (ตามตารางข้างบน 2.2)

ในกรณีเช่นนี้ บริษัทจะรักษาผลประโยชน์มากที่สุดคือ การรั้งรักษาสภาพพนักงานให้โดยไม่บอกเลิกจ้าง (เพราะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยใดๆ) ซึ่งแน่นอนว่าลูกจ้างก็เคว้งเช่นกัน (แต่จะคิดในบทบาทของทั้งสองฝ่ายก็จะเห็นว่า นายจ้าง ก็ไม่มีรายได้เข้ามาเหมือนกัน กฎหมายจึงถือว่าต่างเป็นเคราะห์กรรมทั้งสองฝ่ายดูแลตนเอง)

ผมจึงนำกฎหมายแรงงาน พ.ศ. 2541 มาชี้แจงง่ายๆดังนี้ และชี้แจงกลไกความคิดต่างๆของนายจ้างด้วยให้เข้าใจครับ แต่อย่างไรก็ตาม กฎหมายคือ กรอบในการยุติข้อขัดแย้ง ถ้านายจ้างให้ประโยชน์นอกเหนือจากกฎหมายเพื่อเป็นน้ำใจแก่พนักงานก็ย่อมดีกว่า และน่ายกย่องครับ แต่ลูกจ้างเองก็ต้องเห็นใจนายจ้างที่บางครั้งเขาก็ให้เราไม่ได้ทั้งหมดอย่างที่ต้องการแต่อย่างน้อยให้แน่ใจว่า เราได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายข้างต้นครับ

ผจก.ลิ้นทอง ตอบปัญหาเรื่องงาน Men Mthai

ผจก. ลิ้นทอง

ติดตาม ! เรื่องงาน หางาน ปรึกษาเรื่อง บน Facebook คลิกเลยที่นี่
ผู้สนับสนุน