สำรวจตัวเองซิว่า วันๆ หนึ่งคุณใช้ชีวิตอยู่กับหน้าที่การงานมากแค่ไหน ถ้าเป็นประเภทหามรุ่งหามค่ำ เวลากินไม่ได้กิน เวลานอนไม่ได้นอน เพราะคิดว่าการให้ชีวิตทั้งหมดกับงานจะทำให้คุณประสบความสำเร็จสูงสุดแล้วละก็… ขอบอกว่าคุณคิดผิดมหันต์
หลายคนเข้าใจว่า คนที่ให้เวลากับงานมากๆ จะประสบความสำเร็จสูง พอๆ กับที่สังคมทั่วไปมักชื่นชมคนที่กลับบ้านทีหลังว่าเป็นพนักงานดีเด่น ส่วนคนที่เลิกแล้วกลับเลยเป็นพวกไม่ให้ใจกับงานและจะถูกเพื่อนร่วมงานหรือเจ้านายเพ่งเล็ง
ปรับความคิดเสียใหม่ เพราะการทำงานดึกดื่นหรือนานเกินไปไม่มีประโยชน์อะไรเลย นอกจากบั่นทอนตัวคุณเองให้เหนื่อยมากขึ้น ด้วยเวลาที่เสียไปเยอะแยะนั่นอาจไม่ได้เกิดจากตัวงานอย่างเดียว แต่โดนปัจจัยอื่นมาแทรกให้เสียสมาธิจนไม่ได้โฟกัสกับงานอย่างเต็มที่ เช่น โทรศัพท์ดังก็รับแล้วเม้าธ์ยาวจนเกินเหตุ เดี๋ยวๆ ก็เช็คอีเมลซ้ำไปซ้ำไปโดยไม่มีสาเหตุ ไปจนถึงพักตอบคอมเม้นท์ในเฟซบุ๊ค แวะอ่านสเตตัสของเพื่อน เป็นต้น
เหล่านี้พิสูจน์ได้จากผลวิจัยของทีมดร. เค แอนเดอร์ส อีริคค์สัน จากการวิเคราะห์เหล่านักดนตรีที่ระบุว่า กลุ่มที่ใช้เวลาฝึกอย่างเต็มที่ 4 ชั่วโมงประสบความสำเร็จมากกว่ากลุ่มที่ใช้เวลาฝึกต่อเนื่อง 7 ชั่วโมง ซึ่งสองกลุ่มนี้มีพฤติกรรมการฝึกที่แตกต่างกัน โดยกลุ่มที่ประสบความสำเร็จกว่าจะใช้เวลาฝึกอย่างเต็มที่ ไม่มีอะไรรบกวนระหว่างการฝึก ประมาณ 4 ชั่วโมง ก่อนจะให้ร่างกายได้พักแล้วค่อยกลับมาฝึกใหม่ ขณะที่อีกกลุ่มฝึกอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ แบบไร้เป้าหมายและไม่มีการแบ่งเวลาพักหรือจำกัดเวลาที่พอเหมาะ นอกจากนี้ทีมวิจัยยังโยงผลวิเคราะห์ไปถึงกลุ่มนักเขียนดังๆ ที่ก็มีแนวโน้มใช้เวลาทำงานโดยเฉลี่ย 4 ชั่วโมง แล้วไปพักแบบนี้เหมือนกัน
นอนบ่อยๆ พักเยอะๆ ไม่ได้ทำให้อาชีพคุณพุ่งฉิว แต่กุญแจสำคัญที่ผลวิจัยนี้บอกเราก็คือ จำนวนเวลาการทำงานในแต่ละวันไม่ได้เป็นตัวกำหนดความสำเร็จ แต่การมุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่และรู้จักแบ่งเวลาให้เหมาะสมต่างหาก ที่จะทำให้เราไปถึงฝั่งได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นฉะนั้น เลิกการทำงานเยี่ยงทาสแล้วปรับวิธีการทำงานเสียใหม่ รู้จักวางแผนล่วงหน้า มีสมาธิ และใจจดใจจ่อกับงานในเวลาอันสมควร แล้วให้สมองกับร่างกายได้พัก ก่อนจะเริ่มต้นทำใหม่ด้วยความรู้สึกที่ปลอดโปร่งหลังจากได้ชาร์จแบต – ถ้าทำแบบนี้ได้ เชื่อเถอะว่า คุณจะไม่เพียงได้ผลลัพธ์ในการทำงานที่ดีขึ้น แต่ยังจะมีสุขภาพกายสุขภาพจิตที่ดี มีชีวิตที่อิ่มเอมและสดใส และมีเวลาไปทำอะไรที่ใจต้องการอย่างอื่นแบบมีความสุขได้อีกเยอะทีเดียว
ที่มา : Business Insider, Poppaganda.net


That is certainly very excellent news,please share with us all the screen shots.
Thanks a great deal for good data, wonderful assessment, I’m going to revisit your web site subsequent time.
That of a great report! Headlines will be the key to virtually everything just about
Wow, it’s useful and easy to understand!
This is a good website and very instructive. I will come back on this blog to read your articles.
โอกาสดีๆ ที่ทำให้คุณมี อิสระทางด้านการเงินและเวลา
โอกาสนั้นได้มาถึงคุณแล้ว อยู่ที่ตัวคุณจะไขว้คว้ามัน
ไว้รึเปล่า http://www.panakon.thefirst-power.com
ลองเข้ามาดูกัน โอกาสที่จะทำให้คุณเปลี่ยนชีวิตได้
มันไม่ได้มีหลายครั้งหรอก จริงมั๊ย ?????
ตอนนี้เพิ่งจบใหม่ แต่ว่าได้ 3หมื่น
ทำงานที่บริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง งานหนักจนคนอายุ 28-30 ออกไปจนหมด
เหลือซีเนียร์ กับเด็กจบใหม่แบบผม และก็คนที่เพิ่งเข้า รวมๆแล้ว 4-5 คน
งานหนักมาก บางคืนต้องอยู่ยาวถึงเช้า
ทำงานวันละ 9-10 ชม. 6 วันต่อสัปดาห์
ตอนนี้ถือว่าคุ้มค่ากับเงินและช่วงอายุ
แทบไม่อยากออกจากงานเลย (แต่เค้าจ้างเฉพาะตำแหน่งและบางโปรเจค)
ถ้าย้ายไปที่ใหม่ก็คงได้ หมื่น6 หมื่น 7 เงินเก็บเงินใช้ใน กทม.คงไม่พอ
งานหนักแต่มันก็ต้องมองจำนวนเงินด้วยนะครับ ปัจจัยสำคัญจริงๆ
ชิว ๆ กับงานอะคร่า ไม่ต้องคิดมากอ่ะคร่า…555+
ไม่อยากทำเยอะหรอกงานน่ะ แต่ตัวบริษัทเองมันแข่งขันกับคู่แข่ง
มันก็เลยทำให้ลูกจ้างต้องทำงานหนักตามไปด้วย
ต้องรู้จัก พอเพียง บ้าง ไรบ้าง ห่วงชีวิตของลูกจ้างบ้าง
ขอก๊อปเอาไปให้เจ้านายอ่านหน่อยได้ไหม 555+