ตอบคำถาม เกี่ยวกับการทำงาน หางาน สมัครงาน

ยกกลุ่มกันลาออกจากบริษัทเก่าค่ะ….

ค่ะ ช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้วค่ะ ได้เปลี่ยนงาน ไปทำกับสำนักงานบัญชีแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ตค่ะ ผู้สัมภาษณ์งานเป็นเพื่อนร่วมงานค่ะ ในที่สุดก็ได้เข้าไปทำที่สำนักงานบัญชีแห่งนั้น เจ้าของเป็นชาว ออสเตรเลียค่ะ สามารถพูดภาษาไทยได้เพราะเข้ามาอยู่ในไทยนานแล้วและเคยทำธุรกิจที่เกาะสมุยที่สำคัญคือมีภรรยาเป็นคนไทยค่ะ และได้ย้ายมาทำธุรกิจสำนักงานเกี่ยวกับรับปรึกษากฏหมาย รับทำบัญชี ต่อ work permit visa passport จัดตั้งบริษัท จดทะเบียนบริษัท และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับต่างชาติ ร้อยละแปดสิบเป็นลูกค้าต่างชาติค่ะ
ประเด็นมีอยู่ว่า เข้าไปทำตำแหน่งธุรการบัญชีค่ะ ในแผนกบัญชี แต่ในช่วงเวลาปกติ ก็มีช่วยงานเจ้านายหลาย ๆ ด้าน เช่นโทรสั่งสินค้า เช็ครายละเอียดสินค้า ที่เป็นของเจ้านายโดยไม่เกี่ยวกับบริษัท มีกระทั่งไปรับลูกให้เจ้านายด้วยค่ะ สำหรับพี่ ๆ ในออฟฟิศคนอื่น ๆ แต่ ตัวดิฉันเคยประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ เลยขอเจ้านายว่า ไม่สามารถทำตรงนี้ให้ได้ เพราะเรากลัวจิง ๆ เวลาผ่านไปประมาณ 1 เดือนค่ะ มื้อกลางวัน จะไปทานข้าวกับเพื่อนร่วมงาน ได้ยินเพื่อนสองคนปรึกษากันว่าจะลาออกหลังปีใหม่ เรามึนมาก เพราะเพิ่งเข้าไปทำงานและยังไม่ได้เรียนรู้งานใหม่ไปสักเท่าไร เพราะเจ้านายมัวใช้ให้ทำอย่างอื่น ดิฉันเลยพูดกับพี่ที่เป็นหัวหน้างาน(ที่กำลังจะลาออก) ไปตรง ๆ ว่า มีปัญหาเรื่องอะไร จึงเป็นสาเหตุให้ลาออก พี่เค้าก็เล่าให้ฟังว่า ตำแหน่งเค้าเป็นสมุห์บัญชี และเป็นผู้สอบด้วย ดังนั้น บริษัทใด ๆ ก็ตามที่อยู่นอกเหนือจากบริษัทย่อยของบริษัท เมื่อมีการสอบบัญชีหรือทำบัญชี จำเป็นต้องมีค่าตอบแทนจากการทำและการสอบบัญชี อย่างเช่น บริษัทเรา เปิดมามีลูกข่าย เพิ่มอีก 5 บริษัท ไม่ว่าจะดำเนินการหรือไม่ สิ้นสุดปีภาษี ต้องมีการจัดทำงบส่งสรรพากร ดังนั้น จึงต้องได้ค่าตอบแทนจากการทำและการสอบค่ะ อันนี้ไม่รวมลูกค้าต่าง ๆ ที่มาเป็นลูกค้าทำบัญชีของบริษัทนะคะ ที่พูดมานั้นมันเป็นข้อตกลงโดยวาจาระหว่างเจ้านายกับพี่เค้าซึ่งบริษัทในมือที่ถืออยู่อีก 5 ชื่อ คือเป็นบริษัทที่เปิดขึ้นมาลอย ๆ เพื่อเอาไว้สวมชื่อทำธุรกิจให้แก่ต่างชาติที่เป็นลูกค้าบริษัท เพื่อเวลาต่อ passport ต่างชาติที่เข้ามาดำเนินธุรกิจต้องมีรายได้ ไม่ต่ำกว่า 50,000 บาทต่อเดือน จึงจะได้ passport non o คือสามารถทำธุรกิจได้ (อันนี้พี่ที่เป็นทนายแจกแจกให้ฟัง) เท่ากับเป็นการให้ต่างชาติเข้ามามีโอกาสในการฟอกเงินจากธุรกิจต่าง ๆ ที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่หลังจากทำไปก็ยังไม่ได้รับค่าตอบแทนตรงนี้ค่ะ
หลังจากคุยกับพี่ ๆ ในบริษัท ดิฉันจึงขอว่า ให้พี่ ๆ ประวิงเวลากันออกไปอีกสักนิด เพื่อให้ดิฉันได้เรียนรู้งาน ซึ่งจะอยู่หรือจะไปคงว่ากันไปอีกที
หลังปีใหม่ ดิฉันต้องขนกระเช้าสวัสดีปีใหม่ไปแจกให้กับ จัดหางานจังหวัด…ข้างต้นที่ดิฉันอยู่ โดยการออเดอร์สิ่งของมา เพราะเวลาขอ work permitt ต้องเป็น จัดหางานจังหวัดที่มีอำนาจในหนังสืออนุญาต ซึ่งต้องแนบเอกสารประกอบ ยังมีสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมพัฒนาธุรกิจ ฯ ซึ่ง เราติดต่องานด้วย ต้องมีค่าขนมเพื่อให้เอกสารเราเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่งั้นเค้าจะไม่สนใจเอกสารเรา สามารถทำให้เราผิดนัดลูกค้า และเกิดความเสียหายแก่บริษัทได้
ดิฉันเป็นผู้จัดเตรียมเอกสารและเป็นผู้นำส่งเอกสารของลูกค้าแก่สำนักงานต่าง ๆ จนกระทั่งใกล้ปลายเดือนมกราคม 55 ดิฉันได้รับซองเอกสารจากเจ้านายผู้หญิงว่า ให้ถือไปให้แก่พี่ที่สำนักงานจัดหางานชั้นสอง โดยที่ไม่ทราบว่าภายในเอกสารมีอะไร เพราะผนึกซองไว้
พอมาทราบภายหลังว่าในซองมีเงินจำนวนค่อนข้างมากอยู่ ทำให้ดิฉันเริ่มไม่แน่ใจตัวเองแล้วค่ะ ว่าควรจะทำงานกับบริษัทนี้ต่อไปอีกหรือไม่ เนื่องจากทั้งหมดที่กล่าวมา เป็นเรื่องผิดกฏหมายค่ะ จึงปรึกษากับพี่ที่บริษัทว่าดิฉันคงไม่อยู่ต่อแล้ว แม้จะทำงานได้ไม่ถึง 3 เดือนค่ะ และเราก็ตัดสินใจกันว่าจะออก โดยได้ทำใบลาออกยื่นแก่เจ้านาย ทาง e-mail และ พิมพ์ไปวางไว้บนโต๊ะ ขณะนั้นเจ้านายทั้งสองไม่อยู่บริษัท เนื่องจากไปเที่ยวตจว. มีกำหนด 30 วัน ถูกต้องตามสัญญาจ้างค่ะ
หลังปีใหม่เป็นที่ทราบกันดีค่ะว่า งานงบการเงินงบดุลทางบัญชีจะค่อนข้างยุ่งเพราะกำลังปิดงบและเริ่่มยื่นภาษีสิ้นปีของกิจการทุกแห่ง
ส่วนตัวดิฉันทำงานสุดท้ายคือวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 55 ได้รับค่าตอบแทนเดือนสุดท้ายเพียง 25 วันทำการ โอทีก็ไม่ได้ แม้จะมีเอกสารให้เจ้านายเซ็นต์รับรอง ส่วนพี่ที่เป็นหัวหน้าดิฉัน ได้รับเงินเดือนเพียงครึ่งเดียว โดยนายจ้างอ้างว่า จะจ่ายที่เหลือให้ต่อเมื่องบการเงินทั้งหมด สรรพากรแจ้งผ่านไม่มีปัญหา ประเด็นมันอยู่ที่ว่า พี่สมุห์แกเป็นผู้ทำบัญชี ส่วนผู้สอบบัญชีส่งให้แก่บริษัทที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพราะในภูเก็ตไม่มีผู้สอบใดรับรองให้แก่เจ้านายดิฉันแล้วค่ะ เนื่องจากมีงบบางตัวที่มีปัญหา หลังจากลาออกจากที่ทำงานใหม่ ดิฉันได้ทวงถามเงินเดือนส่วนที่เหลือไปแก่นายจ้าง กลับทำเฉยเหมือนไม่รู้เรื่อง พี่สมุห์กับดิฉันจึงได้ไปร้องทุกข์ต่อ คุ้มครองแรงงานและสวัสดิการสังคมจังหวัด ตอนแรกพี่ที่นั่นให้ข้อมูลและให้ความช่วยเหลือดีมาก บอกว่าจะขอไกล่เกลี่ยให้ แต่ณ วันนี้ เรื่องเงียบไปเลยค่ะ ทราบอีกที คือมีคดีความกับพนักงานเก่า ๆ ของบริษัทที่ออกไปก่อนหน้านี้ไปขึ้นศาล มีประเด็นว่า คุ้มครองแรงงานฯ กลับไปยืนฝ่ายนายจ้างแล้ว ทำให้ดิฉันรู้สึกผิดหวังค่ะ ว่าความจำยอมในเรื่องค่าครองชีพ ทำให้เราต้องทำงานหาเงิน แต่งานบางอย่างเข้าไปทำแล้วใช่ว่าเราจะไม่แปดเปื้อน แต่เมื่อรู้ว่าผิดหาหนทางออก กลับได้เจอแต่สิ่งที่เป็นแบบนี้ ทวงถามเรื่องไปกับคุ้มครองแรงงานหลายครั้ง เรื่องเงียบเข้ากลีบเมฆค่ะ เราก็ทำใจค่ะคิดว่าจะปล่อยมันไปซะ ส่วนดิฉันและพี่สมุห์ ตอนนี้เราได้งานที่ใหม่ ตอนแรกจะอนุโมทนาให้เค้าไปค่ะ เพราะคิดว่าน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ เงินเราก็ไม่มีสู้ไปก็แพ้ เพราะเค้า เล่นนอกเล่นในทุกอย่างค่ะ แต่พี่สมุห์แกได้หมายศาลให้เป็นพยานเอกสารทางการบัญชีให้แก่พนักงานรุ่นก่อนที่เราจะเข้าไปทำค่ะ พี่แกเครียดมาก ดิฉันจึงอยากรบกวนสอบถามคุณอาค่ะว่าจะมีเหตุให้เราหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าได้ไม๊คะ เพราะการไปเป็นพยานให้เพื่อนทำให้เรากลายเป็นศัตรูกับเจ้านายเก่า แบบโจ่งแจ้งค่ะ เราควรทำยังไงดีคะ


 
เขียนระบายมายาวเป็น 1 เล่มเรื่องสั้นได้เลย พอสรุปได้ว่าจะมีทางออกบ้างไหมเพราะไม่อยากเป็นพยานให้เพื่อนแล้วต้องมากลายเป็นศัตรูกับเจ้านายเก่า เรื่องนี้คงต้องดูว่าเจ้านายเก่าจะมีอิทธิพลต่อชีวิตของคุณหลังออกจากบริษัทเก่าหรือไม่ หรือเพียงแค่แคร์ความรู้สึกเพราะหากต้องแลกกับการที่เพื่่อนถูกเอาเปรียบ มโนธรรมของคุณจะบอกตัวเองว่าอย่างไร แต่ถ้าบริษัทเก่าของคุณรวมทั้งนายเก่าเป็นพวกมาเฟีย นั่นก็คงเป็นอีกเรื่องที่ต้องรู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี แต่หากไม่ถึงขั้นนั้นแต่แค่กลัวเสียความรู้สึกต่อกันก็อยากถามกลับว่าพวกทำสิ่งเลวๆเขาเองไม่กลัวคนอื่นมองบ้างเลยหรือ คนไทยอย่างไรเสียก็ขี้เกรงอกเกรงใจและดูเหมือนจะเสียเปรียบคนต่างชาติอยู่ร่ำไป เคยเห็นฝรั่งพูดภาษาไทยไหมเวลาพูดผิด ดูน่ารักมากเลยนะคนไทยช่างเอ็นดูฝรั่งเหลือเกิน ถ้าคุณไปอยู่ต่างประเทศแล้วพูดภาษาเขาออกแนวกระเหรี่ยงไม่แน่ว่าเขาจะเอ็นดูคุณเหมือนคนไทยเอ็นดูคนต่างชาติหรือไม่ อันนี้เห็นชัดเลยครับว่าเรามองเขาบวกเสมอโดยเฉพาะพวกฝรั่งผมทอง แต่ในทางกลับกันกลับไม่แน่เมื่อต่างชาติมองพี่ไทย มาถึงตอนนี้อาจารย์อยากให้คุณคิดเอาเองแล้วกันว่าจะยังมัวเกรงใจกันต่อไปอีกหรือเปล่าหากพวกฝรั่งที่มาอาศัยแผ่นดินไทยทำธุรกิจแล้วทำตัวแบบธุรกิจแอบแฝงหรือซ่อนเร้นแบบนี้อีก
ดร.วิชัย ว่องศิลป์วัฒนา
www.VichaiSalesAcademy.com
businessnet workguru
ติดตาม ! เรื่องงาน หางาน ปรึกษาเรื่อง บน Facebook คลิกเลยที่นี่

    ( #6913 ) ยกกลุ่มกันลาออกจากบริษัทเก่าค่ะ....

    ภาษาอังกฤษ มีคำว่า “เกรงใจ” รึเปล่าล่ะครับ

    ซอกแซก, กรกฎาคม 17, 2012 9:27 am

    ( #6907 ) ยกกลุ่มกันลาออกจากบริษัทเก่าค่ะ....

    “ผู้สัมภาษณ์งานเป็นเพื่อนร่วมงานค่ะ ในที่สุดก็ได้เข้าไปทำที่สำนักงานบัญชีแห่งนั้น”
    แสดงว่าระบบอุปถัมมีอยู่ทุกที่สินะ
    นอกเรื่องนิด ยาวขี้เกีลยดอ่าน 55555+

    ttt, กรกฎาคม 16, 2012 8:38 pm

    ( #6904 ) ยกกลุ่มกันลาออกจากบริษัทเก่าค่ะ....

    ยาวจัง

    ต๊อด, กรกฎาคม 16, 2012 1:10 pm

แสดงความเห็น

ผู้สนับสนุน