ตอบคำถาม เกี่ยวกับการทำงาน หางาน สมัครงาน

มีความกดดัน เหมือนถูกกลั่นแกล้ง อยากออกจากงานครับ

ก่อนอื่นต้องเท้าความก่อน ผมออกจากงานจากน้ำท่วมเมื่อกุมภาแล้วได้เงินเดือนจากโครงการลาออก แล้วผมก็ไปบวช และหางานมาเรื่อยๆ ได้งานเดือนกุมภาแต่ไม่ได้เอา มาเอาอีกทีเดือนเมษายนครับ เริ่มงานพฤษภาคม
ผมได้งานมา ผมก็ต้องมาเรียนรู้ใหม่เช่น การใช้โปรแกรมออโต้แคด การประเมินราคา เพราะไม่ได้จบมาทางด้านนี้ แต่ผมก็อดทนจนสามารถทำได้พอสมควร ผมมาอยู่แผนกการตลาดครับ ตอนแรกที่ผมคุยๆ ตอนสัมภาษณ์ผมก็คิดไว้อีกแบบนึง ว่าเป็นงานเอกสาร ได้ติดต่อกับคน แต่งานไม่ใช่แบบนั้น เพราะส่วนใหญ่จะนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ออกแบบ และประเมินราคา
ผมมาทำงานผมมีหัวหน้า 3 คน คือ เลขาที่อยู่มานาน ผู้จัดการ และพี่ senior ครับ แผนกผมเป็นแผนกที่แยกมาจากการตลาดอีกที มาขายเฉพาะสินค้าหลักของโรงงาน ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้พักเลย ในระหว่าง 8.00 – 17.00 น. แม้แต่วันเสาร์ ซึ่งต่างจากแผนกการตลาดอย่างมาก ที่คุยกันสนุกสนาน อยู่ตลอด ไม่ต้องนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานตลอดเวลา พี่ๆที่สนิทๆเขาก็บอกกันว่า แผนกเขาก็เป็นแบบนี้ เวลาเขาอยู่โอที เขาก็ไม่ได้ทำอะไรกันมากมาย เหมือนอยู่เฉยๆ เพื่อเอาโอ ซึ่งพี่ที่รู้จักก็บอกว่า เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม ยิ่งวันเสาร์เขาก็เหมือนไม่ไดทำไร ซึ่งต่างจากผมมาก ผู้จัดการผมส่วนใหญ่จะเข้ามาทำงาน อังคารถึงศุกร์ พอผมทำเสร็จ ผมไม่เคยได้ว่างนั่งชิวๆ พี่ engineer ก็เอางานที่พี่ผู้จัดการสั่งมาให้ผมทำต่อ ผมก็อยู่โอทีทำงาน ไม่ได้นั่งชิวๆ มีบางครั้งทำถึง 3 ทุ่มติดกัน 4 วันจนผมไม่สบาย แถมหอบงานมาทำวันอาทิตย์ เมื่อเดือนพฤษภาคมก็มีคนโทรมา 10 ที่ผมก็ปฏิเสธเขาไปหมด ตอนนี้ผมก็เริ่มจะหางานใหม่ ตำแหน่งผมเหมือนกับว่าต้องการคนที่จะมาแทนพี่ senior เพราะผู้จัดการก็เคยบอกว่า ถ้าผมทำไม่ได้เขาก็จ้างผมไม่ได้ แต่ผมทำได้ แต่งานมันเยอะไป วันนี้ผมก็นั่งทำงาน ส่วนพี่เขาก็นั่งเล่นเกมส์ แล้วบอกให้ผมทำงาน ถ้างานง่ายๆ จะไม่ว่าเลย แต่งานนี้มันต้องถอดแบบอะไรหลายอย่าง และแต่ละงานเร่งด่วนมาก วันนี้ผมไม่ไหวจริงๆ ผมรอพักวันอาทิตย์ เพื่อเอาแรงไปทำต่อวันจันทร์ คนมาทำก่อนหน้าผมยังทำได้แค่ 7 วัน

ผมอยากทราบว่า ผมควรจะบอกคนสัมภาษณ์ด้วยเหตุผลไหนดี
ถึงจะทำให้ผมไม่เสียภาพลักษณ์ เพราะผมเพิ่งทำ 2 เดือน

ขอบคุณครับอาจารย์


 
อาจารย์ว่าเร็วไปสำหรับ 2 เดือนแล้วด่วนตัดสินใจลาออก ทำไมไม่ดูให้ดีก่อนมารับงาน หากคิดจะลาออกก็ต้องเสี่ยงกับการถูกมองว่าไม่สู้ ข้อนี้ต้องยอมรับนะ ครั้นจะไปอธิบายว่างานหนักอย่างไรกลับทำให้เขามองเราในทางที่ลบไปอีก น้องอาจใช้วิธีพูดถึงเรื่องความไม่สะดวกด้านการเดินทางหรือการทำงานที่ไม่เข้าขากัน  การไม่ได้เรียนรู้ หรือไม่มีความก้าวหน้าจะดีกว่าเรื่องเราคิดว่างานหนักจนเราไม่อาจรับได้  เพราะเรื่องแบบนี้ให้ถามตัวเองว่าถ้าเป็นผู้สัมภาษณ์แล้วเจอคนตอบตรงๆแบบนี้จะคิดอย่างไร จะเชื่อหรือไม่?   ดูเจ้าใหม่ให้ดีนะจะได้ไม่เจอเรื่องซ้ำรอยแบบบริษัทเดิม การตอบอะไรตรงๆอย่างไม่มีชั้นเชิงนั้นเป็นสิ่งดีแต่ปัญหาอยู่ที่ว่าเขาจะเข้าใจอย่างที่ตัวเราโดนหรือไม่ หากไม่กลยุทธ์นี้ล้มเหลวแน่ ตั้งชั่งใจก่อนพูดอะไรออกไปนะ ขอให้น้องโชคดีกับงานใหม่ในวันข้างหน้า
ดร.วิชัย ว่องศิลป์วัฒนา
www.VichaiSalesAcademy.com
businessnet workguru
ติดตาม ! เรื่องงาน หางาน ปรึกษาเรื่อง บน Facebook คลิกเลยที่นี่

    ( #6852 ) มีความกดดัน เหมือนถูกกลั่นแกล้ง อยากออกจากงานครับ

    ขอบคุณความเห็นอาจารย์มากๆ ครับ ความจริงผมก็น่าจะออกตั้งแต่เดือนแรก แต่ผมก็ลองให้กำลังใจตัวเอง มาเรื่อยๆ เดือนนี้เลยเดือนเกิดของตัวเองมาแล้วครับ อายุ 25 ปี แต่หมอดูเขาบอกว่าผมจะดีขึ้นเรื่อยๆ ผมก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น เอาเป็นว่าการสัมภาษณ์ผมคงไม่ตอบแบบดราม่าแน่นอน ผมจะต้องตอบแบบแบบเรื่องการเดินทาง เรื่องญาติๆ อย่างที่อาจารย์บอก ขอบคุณมากๆครับ

    unity, กรกฎาคม 8, 2012 6:39 pm

แสดงความเห็น

เนื้อหายอดฮิต

ผู้สนับสนุน